กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้นและการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา พ.ศ. 2545
16 clauses · Posted 24 Sep 2002
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๑๒ (๑) วรรคสอง และมาตรา ๓๔ (๑๕) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
(๑) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ (๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ (๓) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ (๔) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๓๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ (๕) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ (๖) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ (๗) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ (๘) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๕ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒
(๑) ประเภททูต
(๒) ประเภทราชการ
(๓) ประเภทคนอยู่ชั่วคราว
(๔) ประเภทนักท่องเที่ยว
(๕) ประเภทคนเดินทางผ่านราชอาณาจักร
(๖) ประเภทคนเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา ๔๑ (๗) ประเภทคนเข้าเมืองนอกกำหนดจำนวนคนต่างด้าวซึ่งจะเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปี
(๘) ประเภทอัธยาศัยไมตรี
(๑) การปฏิบัติหน้าที่ทางทูตหรือกงสุล
(๒) การปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ ทั้งนี้ ให้ผู้ถือหนังสือเดินทางทูต หนังสือเดินทางสหประชาชาติที่เทียบเท่าหนังสือเดินทางทูต หรือหนังสือเดินทางสหภาพยุโรป ยื่นขอรับการตรวจลงตราต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย พร้อมกับหนังสือขอรับการตรวจลงตราสำหรับผู้นั้นจากกระทรวงการต่างประเทศ สถานทูต หรือสถานกงสุลของประเทศผู้ถือหนังสือเดินทางทูต องค์การหรือหน่วยงานสหประชาชาติ หรือหน่วยงานสหภาพยุโรป แล้วแต่กรณี
(๑) การปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ
(๒) ธุรกิจ
(๓) การลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง
(๔) การลงทุนหรือการอื่นที่เกี่ยวกับการลงทุนภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
(๕) การศึกษาหรือดูงาน
(๖) การปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน
(๗) การเผยแพร่ศาสนาที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง
(๘) การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์หรือฝึกสอนในสถาบันการค้นคว้าหรือสถาบันการศึกษาในราชอาณาจักร
(๙) การปฏิบัติงานด้านช่างฝีมือหรือผู้เชี่ยวชาญ
(๑๐) การอื่นตามที่กำหนดในข้อ ๑๔ ทั้งนี้ ให้ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางยื่นขอรับการตรวจลงตราต่อสถานทูต สถานกงสุลไทย หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แล้วแต่กรณี
(๑) การเล่นกีฬา
(๒) การเดินทางผ่านราชอาณาจักร
(๓) การเป็นผู้ควบคุมพาหนะหรือคนประจำพาหนะที่เข้ามายังท่า สถานี หรือท้องที่ในราชอาณาจักร ทั้งนี้ ให้ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางยื่นขอรับการตรวจลงตราต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย
(๑) การขอรับการตรวจลงตราของผู้ถือหนังสือเดินทางทูต หนังสือเดินทางราชการ หนังสือเดินทางสหประชาชาติที่เทียบเท่าหนังสือเดินทางทูตหรือหนังสือเดินทางราชการ หรือหนังสือเดินทางสหภาพยุโรป เพื่อการอื่นนอกจากที่ระบุในข้อ ๓ (๑) หรือ (๒) หรือข้อ ๔ (๒) การขอรับการตรวจลงตราของผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง นอกจากกรณีตาม (๑) ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรในฐานะเป็นพระราชอาคันตุกะ ราชอาคันตุกะ แขกของรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ ให้ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางยื่นขอรับการตรวจลงตราต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย
(๑) ผู้ถือหนังสือเดินทางของประเทศที่รัฐบาลของประเทศนั้นได้ทำความตกลงไว้กับรัฐบาลไทย
(๒) ผู้ถือหนังสือเดินทางซึ่งเดินทางมาจากประเทศที่ไม่มีสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยตั้งอยู่ตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
(๓) ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยวภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (ก) มีสัญชาติของประเทศที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และมีสัญชาติของประเทศที่ออกหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางนั้น (ข) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยพาหนะขนส่งคนโดยสารประเภทเครื่องบินหรือเรือเดินทะเลที่มีขนาดตั้งแต่ห้าร้อยตันรียีสเตอร์ขึ้นไป หรือตามช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือด่านพรมแดนที่เป็นเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย หรือตามช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด และ (ค) ถ้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยพาหนะขนส่งคนโดยสารประเภทเครื่องบิน เรือเดินทะเล รถไฟ รถขนส่งคนโดยสาร รถยนต์รับจ้าง รถยนต์บริการทัศนาจร หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง ต้องมี ๑) ตั๋วหรือเอกสารที่ใช้เดินทางอย่างใดอย่างหนึ่งของเจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะที่ชำระค่าโดยสารครบถ้วนแล้ว สำหรับใช้เดินทางกลับออกไปนอกราชอาณาจักรได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง หรือ ๒) เอกสารหลักฐานของเจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะแสดงการจองที่นั่งในพาหนะที่ชำระค่าโดยสารครบถ้วนแล้ว สำหรับใช้เดินทางกลับออกไปนอกราชอาณาจักรได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ทั้งนี้ เว้นแต่บุคคลซึ่งมีสัญชาติมาเลเซียหรือบุคคลซึ่งมีสัญชาติอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยพาหนะขนส่งคนโดยสารประเภทรถขนส่งคนโดยสาร รถยนต์รับจ้าง รถยนต์บริการทัศนาจร หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง ตามช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือด่านพรมแดนที่เป็นเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย ไม่ต้องมีตั๋วหรือเอกสารตาม ๑) หรือ ๒) หรือ (๔) ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการประชุมหรือการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพหรือที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง
(๕) ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางของประเทศสมาชิกกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย - แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) และมีบัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปค (APEC Business Travel Card : ABTC) ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อประกอบธุรกิจ
(๖) ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล โดยมีสัญชาติของประเทศที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และมีสัญชาติของประเทศที่ออกหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางนั้น ซึ่งรวมถึงผู้ติดตามของบุคคลดังกล่าวจำนวนไม่เกินสี่คน ได้แก่ บิดา มารดา คู่สมรส บุตร บุตรบุญธรรม หรือผู้ดูแลผู้ซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรับการรักษาพยาบาล โดยผู้ซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรับการรักษาพยาบาลได้ให้ความยินยอมเกี่ยวกับผู้ติดตามนั้นแล้ว ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (ก) ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล ต้องมีเอกสารเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่ออกโดยสถานพยาบาลในประเทศไทยตามประกาศรายชื่อที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด หรือออกโดยกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น เอกสารการนัดหมาย เอกสารการรับรองของแพทย์ เอกสารยืนยันการรักษาพยาบาล หรือเอกสารทางการแพทย์ประเภทอื่น พร้อมทั้งเอกสารทางการเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เช่น ใบรับรองค่าใช้จ่ายตามสิทธิ เอกสารทางการเงินอื่น ๆ ซึ่งออกโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ (ข) ในกรณีที่ผู้ติดตามของผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลนั้น เป็นบิดา มารดา คู่สมรส บุตร หรือบุตรบุญธรรม ผู้นั้นต้องมีเอกสารที่แสดงถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนสมรส สำเนาสูติบัตร สำเนาใบรับรองบุตร หรือหนังสือรับรองจากผู้ซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรับการรักษาพยาบาลในกรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส สำหรับกรณีของผู้ดูแลผู้ซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรับการรักษาพยาบาล จะต้องมีสัญญาจ้าง หรือหนังสือรับรองจากผู้ซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรับการรักษาพยาบาลมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย ทั้งนี้ ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรับการรักษาพยาบาล ต้องจัดทำเอกสารแสดงรายชื่อผู้ติดตามดังกล่าวพร้อมลงลายมือชื่อรับรองเอกสารด้วย ผู้ซึ่งได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราตาม (๒) (๓) หรือ (๔) ให้อยู่ในราชอาณาจักรไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร สำหรับผู้ซึ่งได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราตาม (๕) หรือ (๖) ให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ผู้ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยวตาม (๓) ทางช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือด่านพรมแดนที่เป็นเขตติดต่อกับพรมแดนทางบก ให้เข้ามาในราชอาณาจักรได้ไม่เกินสองครั้งต่อปีปฏิทิน ยกเว้นบุคคลซึ่งมีสัญชาติมาเลเซียหรือบุคคลซึ่งมีสัญชาติของประเทศอื่นที่รัฐมนตรีกำหนด อาจเข้ามาในราชอาณาจักรเกินสองครั้งต่อปีปฏิทินก็ได้
(๑) การปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจในครอบครัวของคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามมาตรา ๓๔ (๑) (๒) (๕) (๖) (๗) (๑๐) (๑๑) (๑๒) (๑๓) และ (๑๔) โดยเป็นบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรซึ่งอยู่ในความอุปการะและเป็นส่วนแห่งครัวเรือนของบุคคลดังกล่าว หรือโดยเป็นคนรับใช้ส่วนตัวตามมาตรา ๑๕ (๗)
(๒) การให้ความอุปการะแก่หรือรับความอุปการะจากบุคคลสัญชาติไทย หรือบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร โดยเป็นบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรซึ่งอยู่ในความอุปการะและเป็นส่วนแห่งครัวเรือนของบุคคลดังกล่าว
(๓) การปฏิบัติหน้าที่ให้แก่รัฐวิสาหกิจหรือองค์การกุศลสาธารณะ
(๔) การเข้ามาในฐานะผู้สูงอายุเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย
(๕) การเข้ามาของผู้เคยมีสัญชาติไทยเพื่อเยี่ยมญาติหรือขอกลับเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร
(๖) การเข้ามาเพื่อรับการรักษาพยาบาล
(๗) การเข้ามาเพื่อเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาตามความต้องการของทางราชการ
(๘) การเข้ามาของคู่ความและพยานเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดี
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ร้อยตำรวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
Supplementary provisions, notes and transitional provisions of amending acts
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากประเทศไทยได้เป็นสมาชิกกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย - แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) และได้เข้าร่วมโครงการบัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปค (APEC Business Travel Card : ABTC) ดังนั้น
เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือบัตรเดินทางดังกล่าวให้สามารถเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อประกอบธุรกิจโดยได้รับยกเว้นการตรวจลงตรา จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาได้ร่วมลงนามในความตกลงสำหรับการอนุวัติการตรวจลงตราเดียวในกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข สำหรับการเข้ามาในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวที่ได้รับการตรวจลงตราเดียวในกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง จากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยหรือสถานทูตหรือสถานกงสุลกัมพูชา และได้รับความเห็นชอบให้ตรวจลงตราเดียวจากกระทรวงการต่างประเทศ
ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันได้มีคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรับการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
และสอดคล้องกับแนวนโยบายในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นเลิศในผลิตภัณฑ์และการบริการด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลในภูมิภาคเอเชีย
สมควรกำหนดให้คนต่างด้าวที่มีสัญชาติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลและผู้ติดตามของบุคคลดังกล่าวจำนวนไม่เกินสี่คน
ได้รับยกเว้นการตรวจลงตราและอยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกินเก้าสิบวัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๙
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในวาระเริ่มแรก การเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยวทางช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือด่านพรมแดนที่เป็นเขตติดต่อกับพรมแดนทางบกโดยได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราตามข้อ ๑๓ (๓) แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา พ.ศ. ๒๕๔๕ ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ มิให้นับรวมเข้าเป็นจำนวนครั้งในการเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อ ๑๓ วรรคสาม แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมีคนต่างด้าวซึ่งได้รับยกเว้นการตรวจลงตราในการเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว
เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้เดินทางออกและกลับเข้ามาในราชอาณาจักรตามช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือด่านพรมแดนที่เป็นเขตติดต่อกับพรมแดนทางบก เพื่อให้ได้สิทธิในการพำนักอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการต่อเนื่องเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ซึ่งไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว ดังนั้น เพื่อให้การจัดระเบียบการเข้าเมืองของคนต่างด้าวเป็นไปโดยเหมาะสม
สมควรแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขการยกเว้นการตรวจลงตราโดยจำกัดจำนวนครั้งที่ให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยวในกรณีที่เข้ามาตามช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือด่านพรมแดนดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๘
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจลงตราประเภททูต ประเภทราชการ และประเภทอัธยาศัยไมตรี ให้รองรับหนังสือเดินทางสหภาพยุโรป
เพื่อให้สอดคล้องกับความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับสหภาพยุโรปว่าด้วยการยอมรับแลสเซ - ปาสเซที่ออกโดยสหภาพยุโรปว่าเป็นเอกสารการเดินทางที่สมบูรณ์ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้