Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2521 (ref. 100044)

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ที่ 2 ที่ 3 คืนเงินค่าจ้างและชำระค่าปรับรวมเป็นเงิน 243,510 บาท ให้จำเลยทั้งสอง โจทก์ที่ 2 ที่ 3 และจำเลยทั้งสองไม่อุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำนวนเงินที่ศาลชั้นต้นบังคับให้โจทก์ที่ 2 ที่ 3 ชดใช้ให้จำเลยดังกล่าว จำเลยทั้งสองอุทธรณ์เฉพาะในประเด็นที่ว่า ศาลชั้นต้นมิได้บังคับให้โจทก์ที่ 2 ที่ 3 ใช้ค่าเสียหายฐานผิดสัญญาและมิได้บังคับให้โจทก์ที่ 1 ที่ 4 คืนเช็คให้จำเลยทั้งสองเป็นการไม่ชอบ ดังนี้ ประเด็นที่ว่าโจทก์ที่ 2 ที่ 3 จะต้องคืนเงินค่าจ้างให้กับจำเลยเท่าใด จึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาให้โจทก์ที่ 2 ที่ 3 คืนเงินค่าจ้างให้จำเลยเพิ่มขึ้น หรือลดลงผิดไปจากที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดแล้วหาได้ไม่ เพราะเป็นการวินิจฉัยในประเด็นที่คู่ความมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็คให้โจทก์เป็นค่าจ้างทำถังขยะ และค่าตะแกรงใส้ในของถังขยะ รวม ๔ ฉบับ เช็คดังกล่าวรับเงินไม่ได้ จึงขอให้จำเลยชำระเงิน ๑๗๐,๖๓๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า จำเลยจ่ายเช็คทั้ง ๔ ฉบับให้บริษัทไทยเจริญดี เพื่อนำไปซื้อวัสดุและจ่ายค่าแรงงาน แต่บริษัทไทยเจริญดีผิดสัญญา ไม่มีสิทธิเรียกเก็บเงินตามเช็คซึ่งได้สมคบกับโจทก์นำเช็คดังกล่าวมาฟ้องจำเลย เพื่อฉ้อโกงจำเลย สำนวนที่ ๒ จำเลยในสำนวนแรกกลับมาเป็นโจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้ว่าจ้างให้บริษัทไทยเจริญดี จำเลยที่ ๑ และนายเจริญในฐานะผู้แทนบริษัทจำเลยที่ ๑ ทำถังขยะโดยจ่ายเงินสดและเช็ค ๔ ฉบับให้จำเลยทั้งสองไปแล้ว แต่จำเลยผิดสัญญาทำให้โจทก์ถูกเทศบาลปรับเป็นเงิน ๒๑๐,๐๐๐ บาท และโอนเช็คให้จำเลยที่ ๓ (โจทก์สำนวนแรก) และจำเลยที่ ๔ (ตัวแทนหรือลูกจ้างจำเลยที่ ๓) โดยคบคิดก้อฉ้อโกงโจทก์ จึงต้องคืนเช็คหรือใช้เงินตามเช็ค ๑๖๗,๕๐๐ บาท ให้โจทก์ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันใช้เงิน ๔๙๓,๑๐๐ บาท และค่าปรับวันละ ๑,๐๐๐ บาท

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะมอบถังขยะเสร็จ กับให้จำเลยทั้งสี่คืนเช็ค ๔ ฉบับตามฟ้องถ้าไม่คืนให้ใช้เงิน ๑๖๗,๕๐๐ บาท (ซึ่งรวมอยู่ในยอดเงิน ๔๙๓,๑๐๐ บาท) ให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จึงไม่มีสิทธิปรับจำเลย และโจทก์ยังไม่ชำระค่าถังอีก ๓๓๕ ชุด เป็นเงิน ๑๐๓,๘๕๐ บาท จึงขอให้โจทก์ชำระเงินดังกล่าว จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ให้การว่าไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และไม่เคยได้รับมอบเช็คจากจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ความจริงโจทก์ว่าจ้างจำเลยทำถังขยะและจ่ายค่าจ้างเป็นเช็ค โดยจำเลยที่ ๒ ค้ำประกันให้แต่เช็คขึ้นเงินไม่ได้

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยว่าจ้างจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และโจทก์ไม่ผิดสัญญา ชั้นพิจารณาเมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาคดีทั้งสองรวมกันแล้วให้เรียกห้างหุ้นส่วน ช.บรรยงกิจก่อสร้าง (โจทก์สำนวนแรก) เป็นโจทก์ที่ ๑ บริษัทไทยเจริญดี (จำเลยที่ ๑ ในสำนวนที่สอง) เป็นโจทก์ที่ ๒ นายเจริญ (จำเลยที่ ๒ ในสำนวนที่ ๒) เป็นโจทก์ที่ ๓ นายบรรยง (จำเลยที่ ๓ ในสำนวนที่ ๒) เป็นโจทก์ที่ ๔ และให้เรียกห้างหุ้นส่วนจำกัดสุพรก่อสร้าง (จำเลยในสำนวนแรกและโจทก์ที่ ๑ ในสำนวนหลัง) เป็นจำเลยที่ ๑ นางสุพร (โจทก์ที่ ๒ สำนวนหลัง) เป็นจำเลยที่ ๒ ศาลขั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินแก่โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๑๖๗,๕๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย ให้โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ คืนเงินค่าจ้าง ๑๔๓,๕๑๐ บาท และชำระค่าปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาทให้จำเลยทั้งสอง ข้อหาฟ้องของโจทก์จำเลยนอกจากนี้ให้ยกเสียทั้งสิ้น

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ขอให้บังคับให้โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ ่ชำระค่าปรับที่จำเลยถูกเทศบาลปรับเป็นเงิน ๒๑๐,๐๐๐ บาท กับค่าปรับฐานผิดสัญญาอีกวันละ ๑,๐๐๐ บาท และให้โจทก์ทั้งสี่คืนเช็ค ๔ ฉบับให้แก่จำเลยทั้งสองด้วย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ต้องใช้เงินตามเช็คพิพาท ๔ ฉบับ เป็นเงิน ๑๖๗,๕๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ที่ ๑ และที่ ๔ ให้โจทก์ที่ ๑ ที่ ๔ คืนเช็คพิพาทให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ ไม่ต้องคืนเงินค่าจ้างทำถังขยะ ๑๔๓,๕๑๐ บาท ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ แต่ให้โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๒๑๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อีกโสดหนึ่งโดยให้หักจำนวนเงิน ๒๓,๙๙๐ บาท (ค่าจ้างทำถังขยะที่โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ ยังไม่ได้รับจากจำเลยที่ ๑ ที่ ๒) ออกเสียก่อน คงเป็นค่าเสียหายที่โจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ ต้องใช้ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นเงิน ๑๘๖,๐๑๐ บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ที่ ๑ ที่ ๔ ฎีกาว่า

โจทก์มีสิทธิได้รับเงินตามเช็คพิพาททั้ง ๔ ฉบับ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์ที่ ๑ ที่ ๔ และจำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ที่ ๑ ที่ ๔ ได้รับเช็คพิพาททั้ง ๔ ฉบับไว้โดยสุจริตเพื่อการชำระหนี้ จึงเป็นผู้ทรงโดยชอบ จำเลยทั้งสองไม่มีสิทธิเรียกเช็คพิพาทคืน ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้น และวินิจฉัยต่อไปว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ คืนเงินค่าจ้าง ๑๔๓,๕๑๐ บาท และชำระค่าปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๒๔๓,๕๑๐ บาท ให้จำเลยทั้งสอง โจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ และจำเลยทั้งสองไม่อุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำนวนเงินที่ศาลชั้นต้นบังคับให้โจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ ใช้ให้จำเลยดังกล่าว

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์เฉพาะในประเด็นที่ว่า ศาลชั้นต้นมิได้บังคับให้โจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ ใช้ค่าเสียหายฐานผิดสัญญา และมิได้บังคับให้โจทก์ที่ ๑ และที่ ๔ คืนเช็คให้จำเลยทั้งสอง เป็นการไม่ชอบ ดังนั้นประเด็นที่ว่าโจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ จะต้องคืนเงินค่าจ้างให้กับจำเลยเท่าใด จึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาให้โจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ ต้องคืนเงินค่าจ้างให้จำเลยเพิ่มขึ้น หรือลดลงผิดไปจากที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดแล้วหาได้ไม่ เพราะเป็นการวินิจฉัยในประเด็นที่คู่ความมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ (ห้างหุ้นส่วนจำกัดสุพรก่อสร้าง) ชำระเงินตามเช็คพิพาท ๔ ฉบับให้โจทก์ที่ ๑ (ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช.บรรยงกิจก่อสร้าง) จำนวน ๑๖๗,๕๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๕ จนกว่าจะชำระเงินเสร็จ และให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมศาลชั้นต้น ชั้นอุทธรณ์ และฎีกา โดยกำหนดค่าทนายความสามศาล ๘,๐๐๐ บาทแทนโจทก์ที่ ๑ ให้โจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ (บริษัทไทยเจริญดีจำกัด และนายเจริญ ด่านนำดี) คืนเงินค่าจ้าง ๑๔๓,๕๑๐ บาท และใช้ค่าเสียหายฐานผิดสัญญาอีก ๒๑๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๓๕๓,๕๑๐ บาท ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ (ห้างหุ้นส่วนจำกัดสุพรก่อสร้าง และนางสุพร ชาติภิญโญ) นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ · ปรีชา สุมาวงศ์
Lower court
ศาลแพ่ง - นายสุชาติ จิวะชาติ
ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ วราภรณ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3881/2568

หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญา และถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้…

Supreme Court Judgment No. 5357/2567

ผู้ร้องเป็นเพื่อนจำเลย จำเลยขอให้ผู้ร้องเข้าไปดูแลความปลอดภัยที่ร้านขายอาหารและเครื่องดื่มของจำเลยในอาคารพิพาท ต่อมาวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ผู้ร้องซื้ออุปกรณ์ภายในร้านค้าของจำเลย จำเลยมอบกุญแจร้านค้าให้…

Supreme Court Judgment No. 1242/2567

แม้จำเลยจะมิได้บรรยายในคำฟ้องอุทธรณ์ด้วยถ้อยคำที่ชัดแจ้งว่า พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบมารับฟังได้ความว่าการหย่าในคดีนี้ทำให้จำเลยยากจนลงก็ตาม แต่ในอุทธรณ์ของจำเลยกล่าวอ้างถึงข้อเท็จจริงต่าง ๆ อันเป็นพฤต…

Supreme Court Judgment No. 4837/2567

สภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องโจทก์ คือ โจทก์เป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้ตายโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งสองคันซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตายให้แก่จำเ…

Supreme Court Judgment No. 822/2567

จำเลยทำสัญญาให้โจทก์เป็นนายหน้าขายที่ดินตกลงค่านายหน้าในอัตราร้อยละ 3 จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดได้ โจทก์ฟ้องตั้งรูปคดีว่าจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญากับโจทก์โดยไม่สุจริตปราศจากมูลที่จะอ้างตามส…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up