Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2522 (ref. 100722)

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากตัวแทนจำหน่ายของจำเลยราคา 68,000 บาท ชำระในวันทำสัญญา 16,000 บาท และผ่อนชำระเป็นรายเดือน เดือนละ 2,000 บาท ตลอดมา ชำระงวดสุดท้ายแล้ว 40,000 บาท เมื่อโจทก์ขอให้แก้ชื่อในทะเบียนรถยนต์เป็นชื่อโจทก์เป็นเจ้าของ ตัวแทนของจำเลยและจำเลยขอผัดเรื่อยมาจึงขอให้บังคับจำเลยจัดการจดทะเบียนรถยนต์แก้ชื่อเป็นชื่อของโจทก์ ดังนี้ เป็นฟ้องที่ไม่เคลือบคลุม โจทก์หาจำต้องแสดงหลักฐานสัญญาเช่าซื้อประกอบข้ออ้างในคำฟ้องไม่ โจทก์ฟ้องว่าเช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลยโดยมี ส.ตัวแทนจำหน่ายของจำเลย ดังนี้ การที่ศาลวินิจฉัยว่า จำเลยรู้แล้วยอมให้ ส.เชิดตัวเองออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลย จำเลยต้องรับผิดเสมือนว่า ส.เป็นตัวแทนของจำเลย จึงเป็นการวินิจฉัยตามข้อหาในฟ้องที่ว่า ส.เป็นตัวแทนของจำเลย ไม่เป็นการเกินไปกว่าที่ปรากฏในฟ้อง แม้โจทก์บรรยายฟ้องและขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนแก้ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์พิพาทตามสัญญาซึ่งโจทก์เรียกว่าสัญญาเช่าซื้อ แต่เมื่อทางพิจารณาฟังได้ว่าสัญญานั้นเป็นสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข และโจทก์ได้ชำระราคารถยนต์พิพาทครบถ้วนแล้ว โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ตามสัญญานั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องเรียกชื่อสัญญาดังกล่าวว่าสัญญาเช่าซื้อ หาเป็นข้อสารสำคัญไม่ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนแก้ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์พิพาทได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลยราคา ๖๘,๐๐๐ บาท ชำระแล้วในวันทำสัญญา ๑๖,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือผ่อนชำระเป็นรายเดือน เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท การขายรถยนต์ดังกล่าวมีนายสุนทรเจ้าของห้างสุนทรบริการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของจำเลยเป็นผู้จัดการขายให้โจทก์ โจทก์ชำระเงินงวดสุดท้ายแล้วแต่จำเลยไม่จัดการโอนทะเบียนให้ จึงขอให้ศาลบังคับ

จำเลยให้การว่า นายสุนทรไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของจำเลย บริษัทอุดรเจริญศรี (๑๙๖๘) เป็นตัวแทนของจำเลย โจทก์ทำสัญญาซื้อรถคันพิพาทจากจำเลย โจทก์ผิดนัดไม่ชำระเงินค่างวด สัญญาจึงเลิกกัน โจทก์ไม่แสดงสัญญาเช่าซื้อจึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม และสัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง สำนวนที่สอง จำเลยในสำนวนแรกเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์สำนวนแรกเป็นจำเลย ให้คืนรถคันพิพาทหรือใช้ราคา

จำเลยให้การว่า จำเลยซื้อรถคันพิพาทจากตัวแทนของโจทก์และชำระราคาแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาและเรียกโจทก์สำนวนแรกและจำเลยในสำนวนที่ ๒ ว่า โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ และเรียกจำเลยในสำนวนแรกกับโจทก์ในสำนวนที่ ๒ ว่าจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนทะเบียนกรรมสิทธิ์รถยนต์พิพาทให้โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนาแทนจำเลย บริษัทสหไทยไฟแนนซ์ จำกัด

จำเลยอุทธรณ์ทั้งสองสำนวน

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เสียด้วย แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยอายุความ นายวิจิตรโจทก์ที่ ๑ และบริษัทสหไทยไฟแนนซ์ จำกัด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา คดีมีประเด็นมาสู่ศาลฎีกาดังนี้ ๑. ฟ้องโจทก์สำนวนแรกเคลือบคลุมหรือไม่ ๒. นายสุนทรเป็นตัวแทนหรือตัวแทนเชิดของจำเลยหรือไม่ ๓. ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่านายสุนทรเป็นตัวแทนเชิดของจำเลยเกินไปกว่าที่ปรากฏในฟ้องสำนวนแรกหรือไม่ ๔. โจทก์ที่ ๑ ชำระราคารถพิพาทให้จำเลยครบถ้วนตามสัญญาแล้วหรือไม่ ๕. โจทก์สำนวนแรกมีอำนาจฟ้องหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในประเด็นข้อ ๑ โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากตัวแทนจำหน่ายของจำเลยราคา ๖๘,๐๐๐ บาท ชำระในวันทำสัญญา และผ่อนชำระเป็นรายเดือนๆ ละ ๒,๐๐๐ บาทตลอดมา ชำระงวดสุดท้ายแล้ว ๔๐,๐๐๐ บาท เมื่อโจทก์ขอให้แก้ชื่อในทะเบียนรถยนต์เป็นชื่อโจทก์เป็นเจ้าของตัวแทนของจำเลยและจำเลยขอผัดเรื่อยมา ได้มอบอำนาจให้ทนายความแจ้งไปยังจำเลย จำเลยกลับมีหนังสือแจ้งบอกเลิกสัญญามายังโจทก์จึงขอให้บังคับจำเลยจัดการจดทะเบียนรถยนต์แก้ชื่อเป็นชื่อโจทก์ในฐานะเป็นเจ้าของดังนี้ เห็นว่าเป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว หาจำต้องแสดงหลักฐานหนังสือสัญญาเช่าซื้อประกอบข้ออ้างดังฎีกาจำเลยไม่

ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ประเด็นข้อ ๒,๓ ที่ว่านายสุนทรเป็นตัวแทนหรือตัวแทนเชิดของจำเลยหรือไม่ และที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเป็นตัวแทนเชิดนั้นเกินไปกว่าที่ปรากฏในฟ้องหรือไม่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าพยานบุคคลของโจทก์หลายปากได้แก่ผู้ซื้อรถยนต์มาสด้าจากนายสุนทรเบิกความว่าที่ห้างของนายสุนทรทั้งในอำเภอเมืองสกลนคร และอำเภอพังโคนมีป้ายโฆษณาว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์มาสด้าทั้งโฆษณาทางวิทยุกระจายเสียงท้องถิ่น ประกอบกับพยานบุคคลและพยานเอกสารของจำเลยแสดงว่าจำเลยยอมรับรองการกระทำของนายสุนทรว่าเป็นการจำหน่ายรถยนต์แทนจำเลย ถือได้ว่ายอมให้นายสุนทรเชิดตัวเองเป็นตัวแทนของจำเลยในการขายรถยนต์พิพาทให้โจทก์ จำเลยต้องรับผิด

ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่ทราบถึงการกระทำของนายสุนทร ไม่ได้ยอมให้นายสุนทรเชิดตัวเองเป็นตัวแทนนั้น เห็นว่าได้ความตามคำเบิกความของนายประสิทธิ์พยานจำเลยประกอบพยานเอกสารหมาย ล.๘ และ ล.๙ ซึ่งเป็นบันทึกคำเบิกความในคดีอื่นของนายเจริญกรรมการผู้จัดการบริษัทอุดรเจริญศรี จำกัด ว่า บริษัทดังกล่าวนี้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์มาสด้าของจำเลย รถยนต์บริษัทได้ให้นายสุนทรรับรถยนต์มาสด้าของจำเลยไปจำหน่ายโดยแบ่งประโยชน์ให้นายสุนทรครึ่งหนึ่งการขายเงินสด นายสุนทรจะส่งเงินให้บริษัทส่งต่อไปให้จำเลย จำเลยจะออกหลักฐานพร้อมทั้งใบโอนรถให้ ถ้าขายเงินผ่อนนายสุนทรจะให้ผู้ซื้อลงชื่อในแบบฟอร์มสัญญาของจำเลยกับบันทึกรายละเอียดข้อตกลงเรียกว่าใบปะหน้าส่งให้บริษัทพร้อมกับเงินดาวน์ส่งต่อไปยังจำเลย

เจ้าหน้าที่ของจำเลยจะกรอกข้อความตามใบปะหน้าที่นายสุนทรทำ เป็นสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข เอกสารหมาย ล.๑ และ จำเลยเก็บใบปะหน้าไว้ กับปรากฏตามเอกสารหมาย ล.๗ ซึ่งเป็นบันทึกคำเบิกความในคดีอื่นของนายประสิทธิ์ทำงานในตำแหน่งหัวหน้าเร่งรัดหนี้สินของจำเลยว่า ใบปะหน้านี้ตัวแทนจำเลยเป็นผู้บันทึกตามคำบอกกล่าวของผู้ซื้อ และบางทีมีลายมือชื่อของผู้บันทึกด้วย พฤติการณ์เหล่านี้แสดงว่าจำเลยทราบถึงการกระทำของนายสุนทรตลอดมา รับฟังได้ว่าจำเลยรู้แล้วยอมให้นายสุนทรเชิดตัวเองออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลย จำเลยจึงต้องรับผิดเสมือนว่านายสุนทรเป็นตัวแทนของจำเลย และการวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยตามข้อหาในฟ้องที่ว่านายสุนทรเป็นตัวแทนของจำเลย

จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญานั้นแล้ว จึงหาเกินไปกว่าที่ปรากฏในฟ้องดังจำเลยฎีกาไม่ ประเด็นข้อ ๔ ที่ว่าโจทก์ที่ ๑ ชำระราคารถยนต์พิพาทให้จำเลยครบถ้วน ตามสัญญาแล้วหรือไม่ ดังวินิจฉัยข้างต้นแล้วว่านายสุนทรเป็นตัวแทนของจำเลย ประกอบกับข้อเท็จจริงยุติโดยคู่ความมิได้โต้เถียงกันว่า โจทก์ที่ ๑ ได้ชำระราคารถยนต์พิพาทให้นายสุนทรครบถ้วนแล้ว ดังนี้ เห็นว่า การที่โจทก์ที่ ๑ ชำระราคารถยนต์ให้แก่นายสุนทรรับไว้ในฐานะตัวแทนของจำเลย จึงมิใช่เป็นการชำระต่อผู้อื่น จึงหาอาจถือว่าเป็นเพียงการฝากส่งให้จำเลยตามสัญญาเอกสารหมาย ล.๑ ข้อ ๓ ดังที่จำเลยฎีกานั้นไม่ ฟังได้ว่าโจทก์ที่ ๑ ชำระราคารถยนต์พิพาทให้จำเลยครบถ้วนตามสัญญาแล้ว

ประเด็นข้อ ๕ ในสำนวนแรก โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ข้อเท็จจริงยุติว่าสัญญาเกี่ยวกับรถยนต์พิพาทระหว่างนายวิจิตรโจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นโจทก์ในสำนวนแรกกับจำเลยตามเอกสารหมาย ล.๑ เป็นสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข มิใช่สัญญาเช่าซื้อดังที่โจทก์เรียกชื่อมาในฟ้องในปัญหาที่ว่าโจทก์ที่ ๑ มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยตามสัญญาเอกสารหมาย ล.๑ ดังกล่าวหรือไม่นั้นเห็นแม้ว่าแม้โจทก์บรรยายฟ้องและขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนแก้ชื่อโจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของรถยนต์พิพาทตามสัญญาซึ่งโจทก์เรียกว่าสัญญาเช่าซื้อ แต่เมื่อทางพิจารณาฟังได้ว่าสัญญานั้นเป็นสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไขตามเอกสารหมาย ล.๑ ซึ่งผูกพันระหว่างโจทก์ที่ ๑ และจำเลยอยู่ประกอบกับข้อเท็จจริงรับฟังได้ดังวินิจฉัยข้างต้นว่า

โจทก์ที่ ๑ ได้ชำระราคารถยนต์พิพาทครบถ้วนแล้ว ดังนี้โจทก์ที่ ๑ จึงได้กรรมสิทธิ์รถยนต์ตามสัญญานั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องเรียกชื่อสัญญาดังกล่าวว่าสัญญาเช่าซื้อ หาเป็นข้อสารสำคัญไม่ และโจทก์ที่ ๑ มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนแก้ชื่อโจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของรถยนต์พิพาทได้ตามสัญญาข้อ ๑๑

Result

พิพากษาแก้ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยให้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลทั้งสองสำนวนแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้รวม ๔,๐๐๐ บาท.

Matter details

Panel of judges
อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · วิถี ปานะบุตร · ไพบูลย์ เพียรรู้จบ
Lower court
ศาลแพ่ง - นายสง่า ศิลปประสิทธิ์
ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา พานิชยวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8191/2538

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2534จำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 1 หรือกระทำการในฐานะส่วนตัวได้ทำหนังสือสัญญาเข้าร่วมแสดงสินค้ากับโจทก์ โดยแจ้งความประสงค์ว่าต้องการใช้พื้นที่ในการจัดแส…

Supreme Court Judgment No. 191/2538

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า (1) ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ (2) โจทก์หรือจำเลยทั้งหกเป็นฝ่ายผิดสัญญา (3) โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือไม่ เพียงใด โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6มอบโฉนดที่ดิ…

Supreme Court Judgment No. 939/2530

เมื่อปรากฏว่าลายมือชื่อจำเลยที่ 5 ในสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 5 ปฏิเสธว่ามิใช่ลายมือชื่อของตน กับในการ์ดตัวอย่างลายมือชื่อและคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวันที่จำเลยที่ 5 รับว่าเป็นลายมือชื่อของตนจริงคล้ายคลึ…

Supreme Court Judgment No. 49/2524

คำฟ้องของโจทก์แม้มิได้บรรยายว่าใครเป็นตัวแทนหรือเชิดบุคคลใดเป็นตัวแทนแต่โจทก์ก็ได้บรรยายว่า จำเลยกระทำการโดยตัวแทนผู้จัดการดำเนินกิจการของจำเลย เมื่ออ่านข้อความทั้งหมดแล้วเห็นได้ว่าโจทก์ฟ้องขอให้บังคั…

Supreme Court Judgment No. 1122/2519

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมอบให้ ส. เป็นตัวแทนทำสัญญาจะขายที่ดินให้โจทก์ แล้วจำเลยผิดสัญญาไม่จัดการโอนให้ ดังนี้ การที่ศาลวินิจฉัยว่า ส. เป็นตัวแทนเชิดของ จำเลยมิใช่เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้อง เพราะตัวแทนกับ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up