Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2523 (ref. 101130)

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การนัดหยุดงานนั้น เมื่อพิจารณาในแง่ของการกระทำแล้ว ก็ย่อมเรียกได้ว่าลูกจ้างแต่ละคนซึ่งร่วมในการนัดหยุดงานนั้นต่างได้ละทิ้งการงานซึ่งตามปกติตนมีหน้าที่ปฏิบัติให้แก่นายจ้างด้วย โจทก์นัดหยุดงานในระหว่างการพิจารณาวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มาตรา 34 (6) และกระทำไปในระหว่างที่มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ให้ข้อพิพาทแรงงานเข้าสู่การชี้ขาดและห้ามนายจ้างปิดงานหรือลูกจ้างนัดหยุดงานในระหว่างประกาศใช้กฎอัยการศึก ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2519 ที่ห้ามลูกจ้างนัดหยุดเวลาโดยเด็ดขาด การนัดหยุดงานของโจทก์จึงเป็นความผิดอันมีโทษทางอาญาตามมาตรา 139 และ 141 ได้ และเมื่อการหยุดงานนั้นเป็นการละทิ้งหน้าที่อยู่ในตัวและนัดหยุดงานกันโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน จึงต้องถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุสมควรด้วยกรณีต้องด้วยมาตรา 31 (4) ของพระราชบัญญัติดังกล่าว และข้อ 47 (4) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองงานฯ จำเลยผู้เป็นนายจ้างจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย เมื่อประมาณเดือนเมษายน ๒๕๒๒ ลูกจ้างของจำเลยได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลยขอให้ปรับปรุงสภาพการจ้างและสวัสดิการแต่ไม่สามารถตกลงกัน ลูกจ้างบางส่วนจึงประท้วงด้วยการไม่เข้าทำงานในวันที่ ๗, ๘ และ ๙ พฤษภาคม ๒๕๒๒ จำเลยได้ไล่ลูกจ้างที่ไม่เข้าทำงานรวมทั้งโจทก์ออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย อ้างว่าละทิ้งงานเกินกว่า ๓ วันติดต่อกัน ความจริงโจทก์หยุดงานเพื่อประท้วงเพียง ๒ วัน เพราะวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๒๒ เป็นวันพืชมงคล เป็นวันหยุดราชการอันเป็นวันหยุดตามประเพณีมีสิทธิหยุดงานได้โดยชอบด้วยกฎหมาย จะนับเป็นวันที่โจทก์ละทิ้งงานไม่ได้ ที่จำเลยปลดโจทก์ออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการที่จำเลยไล่โจทก์ออกโดยไม่เป็นธรรมนี้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยขาดรายได้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเลยและค่าเสียหาย

จำเลยให้การว่า เหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์นั้นเนื่องจากโจทก์กับลูกจ้างจำเลยได้ร่วมกันนัดหยุดงานเพื่อบีบบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของโจทก์ การหยุดงานดังกล่าวเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย จำเลยได้ประกาศขอร้องให้โจทก์กับพวกกลับเข้าทำงาน โจทก์ไม่เชื่อฟังยังหยุดงานต่อไป จำเลยจึงต้องไล่โจทก์ออกจากงาน วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๒๒ มิใช่วันหยุดงานตามประเพณีของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหายเพราะถูกไล่ออกเนื่องจากการกระทำความผิดของโจทก์เอง การกระทำของโจทก์ถือได้ว่าจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ละทิ้งหน้าที่การงานเป็นเวลา ๓ วันติดต่อกันโดยมิได้แจ้งให้จำเลยทราบและไม่มีเหตุสมควรขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยพบว่า โจทก์ได้ร่วมกันหยุดงานเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน การนัดหยุดงานของโจทก์เป็นการจงใจร่วมกันละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่จะต้องกระทำตามวันและเวลาที่กำหนดไว้ เป็นการละทิ้งหน้าที่ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ และฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ให้ข้อพิพาทแรงงานเข้าสู่การชี้ขาด และห้ามนายจ้างปิดงานหรือลูกจ้างนัดหยุดงานฯ เมื่อโจทก์กระทำโดยไม่มีสิทธิและยังเป็นการละเมิดต่อกฎหมายจึงไม่เป็นเหตุอันสมควรอยู่ในตัวจำเลยชอบที่จะเลิกได้และกรณีต้องด้วยข้อ ๔๗ (๔) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การนัดหยุดงานก็คือการที่ลูกจ้างหลายๆ คนพร้อมกันไม่ทำงานตามปกติโดยได้นัดหมายกัน แม้การนัดหยุดงานส่วนมากจะกระทำเพื่อเป็นหน้าที่ของลูกจ้างเพียงบางคนอาจกระทำไปโดยมิได้มีจุดประสงค์ดังกล่าวก็ตาม แต่การนัดหยุดงานนั้น เมื่อพิจารณาในแง่ของการกระทำแล้ว ก็ย่อมเรียกได้ว่าลูกจ้างแต่ละคนซึ่งร่วมในการนัดหยุดงานนั้นต่างได้ละทิ้งการงานซึ่งตามปกติตนมีหน้าที่ปฏิบัติให้แก่นายจ้างด้วย กรณีที่การนัดหยุดงานที่โจทก์ได้กระทำไปในระหว่างการพิจารณาวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๓๔ (๖) ของพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ และกระทำไปในระหว่างที่มีประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง ให้ข้อพิพาทแรงงานเข้าสู่การชี้ขาด และห้ามนายจ้างปิดงานหรือลูกจ้างนัดหยุดงานในระหว่างประกาศใช้กฎอัยการศึก ลงวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๕ และมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ที่ห้ามลูกจ้างนัดหยุดงานโดยเด็ดขาดด้วย การนัดหยุดงานของโจทก์จึงเป็นความผิดอันมีโทษทางอาญาตามมาตรา ๑๓๙ และมาตรา ๑๔๑ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ แม้ลูกจ้างผู้ร่วมการนัดหยุดงานครั้งนี้แต่ละคนอาจมีความผิดในทางอาญาแล้ว แต่เมื่อการหยุดงานของแต่ละคนก็เป็นการละทิ้งหน้าที่ของลูกจ้างแต่ละคนอยู่ในตัวและได้นัดหยุดงานกันโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน จึงต้องถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรด้วย

กรณีต้องด้วยมาตรา ๓๑ (๔) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ และข้อ ๔๗ (๔) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ จำเลยผู้เป็นนายจ้างจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ที่ศาลแรงงานกลางอ้างการที่โจทก์กับพวกนัดหยุดงานโดยฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ให้ข้อพิพาทแรงงานเข้าสู่การชี้ขาด และห้ามนายจ้างปิดงานหรือลูกจ้างนัดหยุดงานฯ ลงวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ นั้น ก็เพื่อชี้ให้เห็นว่าการละทิ้งหน้าที่ของโจทก์กับพวกกระทำไปโดยไม่มีเหตุอันสมควรเท่านั้น และการนัดหยุดงานซึ่งมีโทษทางอาญาเพราะทำงานความสงบเรียบร้อยของรัฐย่อมไม่ลบล้างสิทธิของนายจ้างที่จะเลิกจ้างเพื่อการนัดหยุดงานนั้นนับว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรอยู่ด้วยในตัว

ส่วนที่โจทก์เห็นว่าการเลิกจ้างครั้งนี้ร้ายแรงกว่าการปิดงานงดจ้างชั่วคราวนั้น ไม่ว่าจะเป็นความจริงดังความเป็นของโจทก์หรือไม่ แต่เมื่อการเลิกจ้างของจำเลยยังไม่เป็นกรณีที่จะถือได้ว่าเป็นการปิดงานอันจะเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับที่กล่าวแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิเลิกจ้างได้

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ประทีป ชุ่มวัฒนะ · ขจร หะวานนท์ · ไพศาล สว่างเนตร
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมาตศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2523 (ref. 33993)

การนัดหยุดงานนั้น เมื่อพิจารณาในแง่ของการกระทำแล้วก็ย่อมเรียกได้ว่าลูกจ้างแต่ละคนซึ่งร่วมในการนัดหยุดงานนั้นต่างได้ละทิ้งการงานซึ่งตามปกติตนมีหน้าที่ปฏิบัติให้แก่นายจ้างด้วยโจทก์นัดหยุดงานในระหว่างการ…

Supreme Court Judgment No. 3211/2545

การที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์และได้รับอนุญาตให้ลาจนครบกำหนด และมาทำงานแล้ว ก็ตาม หากจำเลยสงสัยว่าโจทก์ป่วยจริงหรือไม่หรือใช้สิทธิลาป่วยไม่สุจริต ก็ชอบที่จะสั่งให้โจทก์ไปตรวจกับ แพทย์อื่นซึ…

Supreme Court Judgment No. 10293/2546

จำเลยร่วมเป็นพนักงานของโจทก์ระดับผู้บริหารและได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่แทนโจทก์ ถือว่าจำเลยร่วมเป็นนายจ้างตามความหมายของคำว่า นายจ้าง ใน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 5 แต่สถานะความเป็นนายจ้างของ…

Supreme Court Judgment No. 7564/2544

วันเกิดเหตุผู้คัดค้านซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้ร้องเดินมาพูดกับ ธ. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาว่า มาเสือกอะไรกับแผนกเช็คเกอร์ แล้วผู้คัดค้านได้กระชากคอเสื้อ ธ. ถึง 2 ครั้ง จับแขนขวาของ ธ. เพื่อจะฉุดเข้าในห้องปร…

Supreme Court Judgment No. 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up