Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 10188/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

มาตรา 47 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 กำหนดระยะเวลาให้ผู้ประกันตนเรียกเอาเงินสมทบที่นายจ้างส่งให้แก่สำนักงานประกันสังคมเกินจำนวนที่ต้องชำระคืนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่นำส่งเงินสมทบหรือภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับแจ้งให้มารับคืนนั้น เป็นกำหนดระยะเวลาเร่งรัดให้ผู้ประกันตนใช้สิทธิขอรับเงินสมทบที่นายจ้างนำส่งเกินจำนวนที่ต้องชำระคืนโดยเร็ว เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ทำงานกับนายจ้าง 2 ราย โดยนายจ้างทั้งสองรายต่างหักค่าจ้างของโจทก์นำส่งเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนให้แก่จำเลยเกินจำนวนที่โจทก์ต้องชำระ และจำเลยไม่ได้แจ้งให้โจทก์มารับเงินคืน ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์ทราบมาก่อนว่าเงินสมทบที่นายจ้างทั้งสองนำส่งให้แก่จำเลยเกินจำนวนที่โจทก์ต้องชำระ ต้องถือว่าโจทก์เพิ่งทราบว่านายจ้างทั้งสองนำส่งเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนเกินในวันที่โจทก์ยื่นคำขอรับเงินที่เกินนั้น อันเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องเอาเงินส่วนของผู้ประกันตนที่นายจ้างนำส่งเกินคืนภายในกำหนด 1 ปี ตามนัยแห่งบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว เงินนั้นยังไม่ตกเป็นของกองทุนประกันสังคม

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ รง 0628/18355 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ 1073/2549 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2549 ของจำเลย ให้จำเลยจ่ายเงินสมทบ 3,000 บาท คืนโจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 6 ที่ รง 0628/18355 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ 1073/2549 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2549 ให้จำเลยคืนเงินสมทบที่ชำระเกินของเดือนมกราคมถึงเมษายน 2548 จำนวน 3,000 บาท แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของบริษัทไทยรุ่งยูเนียนคาร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทไทยอัลติเมทคาร์ จำกัด ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2547 นายจ้างทั้งสองรายได้หักค่าจ้างของโจทก์นำส่งเป็นเงินสมทบในส่วนของโจทก์เดือนละ 750 บาท ส่งให้แก่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 6 ทุกเดือน แต่ตามกฎหมายโจทก์มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบไม่เกินเดือนละ 750 บาท ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างกี่รายก็ตาม โจทก์จึงถูกหักค่าจ้างนำส่งเป็นเงินสมทบเกินไปเดือนละ 750 บาท เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2549 โจทก์จึงยื่นคำร้องขอรับเงินในส่วนที่เกินของเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2548 รวมเป็นเงิน 9,000 บาท สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 6 มีคำสั่งที่

รง 0628/18355 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 คืนเงินให้แก่โจทก์เพียง 6,000 บาท ส่วนเงินสมทบส่วนเกินของเดือนมกราคมถึงเมษายน 2548 เป็นเงิน 3,000 บาท โจทก์ขอคืนเกิน 1 ปี นับแต่วันที่นำส่งเงินสมทบ จึงไม่คืนให้ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว คณะกรรมการอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยที่ 1073/2549 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2549 ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ แล้ววินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 47 วรรคสี่ กำหนดหน้าที่ให้จำเลยแจ้งแก่นายจ้างหรือผู้ประกันตนมารับเงินที่ชำระเกินไว้โดยปริยาย เมื่อจำเลยไม่แจ้งให้โจทก์ทราบจึงไม่อาจถือเอาประโยชน์จากเงินดังกล่าว จำเลยต้องคืนเงินสมทบที่รับไว้เกินแก่โจทก์ มีปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า

จำเลยจะต้องคืนเงินสมทบส่วนเกินของเดือนมกราคมถึงเมษายน 2548 เป็นเงิน 3,000 บาท แก่โจทก์หรือไม่ โดยจำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่ได้ยื่นคำร้องขอรับเงินสมทบส่วนเกินดังกล่าวคืนภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่นำส่งเงินสมทบ เงินสมทบดังกล่าวจึงตกเป็นของกองทุนประกันสังคม ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 47 วรรคสี่ เห็นว่า บทบัญญัติมาตรา 47 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 กำหนดระยะเวลาให้ผู้ประกันตนเรียกเอาเงินสมทบที่นายจ้างส่งให้แก่สำนักงานประกันสังคมเกินจำนวนที่ต้องชำระคืนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่นำส่งเงินสมทบหรือภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้งให้มารับคืนนั้น เป็นกำหนดระยะเวลาเร่งรัดให้ผู้ประกันตนใช้สิทธิขอรับเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนที่นายจ้างเป็นผู้นำส่งให้แก่สำนักงานประกันสังคมเกินจำนวนที่ต้องชำระคืนโดยเร็ว

ผู้ประกันตนจึงต้องได้ทราบว่านายจ้างนำส่งเงินสมทบดังกล่าวเกินจำนวนที่ต้องชำระด้วยหรือผู้ประกันตนต้องได้รับแจ้งให้มารับเงินนั้นเมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ทำงานกับนายจ้าง 2 ราย โดยนายจ้างทั้งสองรายต่างหักค่าจ้างของโจทก์นำส่งเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนให้แก่จำเลยเกินจำนวนที่โจทก์ต้องชำระ เมื่อจำเลยไม่ได้แจ้งให้โจทก์มารับเงินคืน ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์ทราบมาก่อนว่าเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนที่นายจ้างทั้งสองนำส่งให้แก่สำนักงานประกันสังคมเกินจำนวนที่โจทก์ต้องชำระ จึงต้องถือว่าโจทก์เพิ่งทราบว่านายจ้างทั้งสองนำส่งเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนเกินในวันที่โจทก์ยื่นขอรับเงินที่เกินนั้น อันเป็นการใช้สิทธิเรียกเอาเงินส่วนของผู้ประกันตนที่นายจ้างนำส่งเกินคืนภายในกำหนดหนึ่งปีตามนัยแห่งบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว เงินนั้นยังไม่ตกเป็นของกองทุนประกันสังคม จำเลยต้องคืนเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ธีระพงศ์ จิระภาค · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · วาสนา หงส์เจริญ
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์
Supreme Court black case no.
ร.2853/2550
Trial court black case no.
พ46/2550
Trial court red case no.
พ4150/2550
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1966/2559

แม้ พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 85 บัญญัติให้นายจ้าง ผู้ประกันตน หรือบุคคลอื่นใดซึ่งไม่พอใจคำสั่งของเลขาธิการหรือของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งการตาม พ.ร.บ.นี้มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมกา…

Supreme Court Judgment No. 1441/2559

พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 49 บัญญัติให้นายจ้างซึ่งนำส่งเงินสมทบไม่ครบจำนวนภายในเวลาที่กำหนดตามมาตรา 47 ต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน ของจำนวนเงินสมทบที่ยังขาดอยู่ เป็นการบัญญัติหน้า…

Supreme Court Judgment No. 11267/2558

บทบัญญัติมาตรา 47 วรรคสี่ แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 กำหนดระยะเวลาให้ผู้ประกันตนเรียกเอาเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนที่นายจ้างส่งให้แก่สำนักงานประกันสังคมเกินจำนวนที่ต้องชำระคืนภายในหนึ่งปีนับแต่…

Supreme Court Judgment No. 4886/2548

พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 47 เป็นเพียงการกำหนดวิธีการและหน้าที่ของนายจ้างที่จะดำเนินการนำส่งเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนและในส่วนของนายจ้างแก่สำนักงานประกันสังคมว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร และยัง…

Supreme Court Judgment No. 4198/2546

การที่จะถือว่าผู้ประกอบกิจการอยู่ในฐานะนายจ้างของลูกจ้างของผู้รับเหมาค่าแรงตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 35 และมีหน้าที่ต้องยื่นแบบรายการตามมาตรา 34 และจ่ายเงินสมทบสำหรับลูกจ้างของผู้รับ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up