Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2525 (ref. 101908)

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อลูกจ้างของฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยต่างมีความประมาทพอ ๆ กัน มิได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน สมควรให้ค่าสินไหมทดแทนอันจะพึงใช้แก่กันนั้นเป็นพับ และเป็นผลถึงโจทก์และจำเลยในฐานะที่ต่างฝ่ายต่างเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้กระทำละเมิดดังกล่าวไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเช่นกัน โจทก์ที่ 2 และโจทก์ที่ 3 เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตจังหวัดยะลา ซึ่งได้มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานีนราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษให้ใช้บังคับแก่ผู้นับถือศาสนาอิสลาม อันเกี่ยวด้วยครอบครัวและมรดก เฉพาะในสี่จังหวัดดังกล่าว แทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 บรรพ 6 เมื่อโจทก์ที่ 2 ที่ 3 นำสืบว่าได้แต่งงานเป็นสามีภรรยาโดยถูกต้องตามกฎหมายอิสลาม ซึ่งจำเลยมิได้นำสืบหักล้างจึงต้องฟังว่าโจทก์ที่ 2 และโจทก์ที่ 3 เป็นสามีภรรยาและเป็นบิดามารดาของบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นสิทธิเฉพาะตัวที่กฎหมายได้รับรอง โดยมิต้องคำนึงว่าจะเกิดเป็นคดีพิพาทในจังหวัดใด ๆ ก็ตาม และเมื่อมีผู้กระทำละเมิดเป็นเหตุให้บุตรของโจทก์ที่ 2 ที่ 3 ถึงแก่ความตาย โจทก์ที่ 2 ที่ 3 ก็มีอำนาจฟ้องผู้กระทำละเมิดให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของรถยนต์รับจ้างรับส่งคนโดยสารจำเลยเป็นเจ้าของรถยนต์กระบะคันที่ลูกจ้างของจำเลยขับชนรถของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งขับโดยโจทก์ที่ ๕ โดยประมาท ทำให้รถโจทก์ที่ ๑ เสียหายทั้งยังเป็นเหตุให้โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๕ ได้รับบาดเจ็บ บุตรโจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ และภริยาโจทก์ที่ ๖ ถึงแก่ความตาย จึงขอให้จำเลยผู้เป็นนายจ้าง ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์แต่ละคน

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ รวมทั้งต่อสู้ว่า เหตุเกิดขึ้นมิใช่เพราะความประมาทของผู้ขับรถของจำเลย แต่เป็นความประมาทของโจทก์ที่ ๕ โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ มิใช่บิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า เหตุแห่งการที่รถทั้งสองฝ่ายเกิดการชนกันขึ้นเป็นเพราะความประมาทของลูกจ้างจำเลย และโจทก์ที่ ๕ ลูกจ้างของโจทก์ที่ ๑ มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายด้วย แต่ลูกจ้างของจำเลยมีส่วนประมาทมากกว่า จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างควรต้องรับผิดในความเสียหายต่อโจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๕ เพียงกึ่งหนึ่งของค่าเสียหายที่ได้รับ พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๖ เป็นรายบุคคล

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงว่า เหตุแห่งการที่รถของทั้งสองฝ่ายชนกันเกิดขึ้นจากความประมาทของลูกจ้างของจำเลย และโจทก์ที่ ๕ ลูกจ้างของโจทก์ที่ ๑ พอ ๆ กัน และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เมื่อเปรียบเทียบพฤติการณ์และความร้ายแรงของความประมาทระหว่างโจทก์ที่ ๕ กับนายผลหรือพลแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่า ต่างมีความประมาทและความร้ายแรงพอ ๆ กันมิได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน สมควรให้ค่าสินไหมทดแทนอันจะพึงใช้แก่กันนั้นเป็นพับ ซึ่งเป็นผลถึงโจทก์ที่ ๑ และจำเลยในฐานะที่ต่างฝ่ายต่างเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้กระทำละเมิดดังกล่าวไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเช่นกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๓, ๔๒๕, ๔๓๘ ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่า นายผลหรือพลลูกจ้างของจำเลยมีส่วนประมาทมากกว่าโจทก์ที่ ๕ และให้จำเลยในฐานะนายจ้างของนายผลหรือพลมีส่วนต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๕ นั้น ศาลฎีกาไม่อาจเห็นพ้องด้วยทั้งหมด ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน ส่วนฎีกาจำเลยในข้อที่ว่า โจทก์ที่ ๒ และโจทก์ที่ ๓ มิได้จดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงไม่เป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย

นายมา สาเหาะจึงไม่เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้บุคคลดังกล่าวจะมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดยะลา แต่มูลกรณีละเมิดเกิดในเขตจังหวัดสงขลา จะนำเอากฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกมาใช้บังคับแก่กรณีนี้ไม่ได้นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ที่ ๒ และโจทก์ที่ ๓ เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดยะลา ซึ่งได้มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาสยะลา และสตูล พ.ศ. ๒๔๘๙ ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษให้ใช้บังคับแก่ผู้นับถือศาสนาอิสลามอันเกี่ยวด้วยครอบครัวและมรดก เฉพาะในสี่จังหวัดดังกล่าวแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ว่าด้วยครอบครัวและบรรพ ๖ ว่าด้วยมรดก เมื่อโจทก์ที่ ๒ และโจทก์ที่ ๓ นำสืบว่าได้แต่งงานเป็นสามีภรรยาโดยถูกต้องตามกฎหมายอิสลาม ซึ่งจำเลยก็มิได้นำสืบหักล้างในข้อนี้ ข้อเท็จจริงจึงเชื่อได้ว่า

โจทก์ที่ ๒ และโจทก์ที่ ๓ เป็นสามีภรรยาและเป็นบิดามารดาของนายสาเหาะโดยชอบด้วยกฎหมายอันเป็นสิทธิเฉพาะตัวที่กฎหมายได้รับรอง โดยมิพักต้องคำนึงว่าจะเกิดเป็นคดีพิพาทในจังหวัดใด ๆ ก็ตาม โจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ จึงมีอำนาจฟ้อง ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องคดีเฉพาะโจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๕ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
สนิท อังศุสิงห์ · ปรีชา พานิชวงศ์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
Lower court
ศาลจังหวัดสงขลา - นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ
ศาลอุทธรณ์ - นายพิพัฒน์ จักรางกูร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4109/2539

การที่จำเลยที่2นำรถยนต์บรรทุกไปจอดใกล้กับทางรถไฟแม้จะอยู่ในบริเวณลานจอดรถของการท่าเรือแห่งประเทศไทยวิญญูชนย่อมจะต้องคาดหมายว่าเมื่อรถไฟแล่นมาตามรางจะต้องมีระยะที่ปลอดจากสิ่งกีดขวางพอสมควรเพื่อป้องกันม…

Supreme Court Judgment No. 5413/2538

แม้การกระทำของเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่2กระทำด้วยความประมาทเลินเล่อโดยเปิดบัญชีออมทรัพย์ให้ว. ในนามของโจทก์ที่1โดยดูแต่เพียงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ที่1มิได้ดูต้นฉบับบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ที…

Supreme Court Judgment, B.E. 2529 (ref. 988)

จำเลยที่1และจำเลยที่5ต่างขับรถชนกันโดยประมาทแต่เหตุเกิดขึ้นเพราะความประมาทของจำเลยที่5ก่อนจึงให้จำเลยที่5รับผิดสองในสามส่วนให้จำเลยที่1รับผิดหนึ่งในสามส่วนและเมื่อหักกลบลบกันแล้วส่วนที่จำเลยที่5จะต้อง…

Supreme Court Judgment, B.E. 2529 (ref. 27707)

จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 ต่างขับรถชนกันโดยประมาท แต่เหตุเกิดขึ้นเพราะความประมาทของจำเลยที่ 5 ก่อน จึงให้จำเลยที่5 รับผิดสองในสามส่วนให้จำเลยที่ 1 รับผิดหนึ่งในสามส่วนและเมื่อหักกลบลบกันแล้ว ส่วนที่จำเ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2529 (ref. 104120)

จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 ต่างขับรถชนกันโดยประมาท แต่เหตุเกิดขึ้นเพราะความประมาทของจำเลยที่ 5 ก่อน จึงให้จำเลยที่ 5 รับผิดสองในสามส่วนให้จำเลยที่ 1 รับผิดหนึ่งในสามส่วนและเมื่อหักกลบลบกันแล้ว ส่วนที่จำ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up