Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1026/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ที่พิพาทเป็นมรดกตกทอดแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสองและพระภิกษุ ส. ผู้เป็นทายาท และนับแต่วันที่เจ้ามรดกตายจนถึงวันที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทจากจำเลยยังไม่พ้นกำหนด 1 ปี ยังอยู่ภายในอายุความที่พระภิกษุ ส. จะสึกจากสมณเพศมาเรียกร้องขอแบ่งได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1622 ดังนี้ ต้องแบ่งที่พิพาทออกเป็น 5 ส่วน โจทก์ได้คนละ 1 ใน 5 เมื่อยังไม่ได้แบ่งที่พิพาทกัน โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสอง และ ส. เป็นเจ้าของที่พิพาทร่วมกัน โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งที่พิพาทให้และเรียกค่าเสียหายเพื่อการที่จำเลยไม่ยอมให้โจทก์เข้าทำนาตั้งแต่ พ.ศ.2517 ทำให้โจทก์ขาดรายได้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองแบ่งนาพิพาทให้โจทก์ทั้งสองกึ่งหนึ่ง และให้ใช้ค่าเสียหายปีละ 1,500 บาท นับแต่ปี 2516 จนถึงปีที่จำเลยยอมแบ่งนาให้โจทก์ จำเลยมิได้ฎีกาว่าจำเลยไม่ต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ เพราะการที่จำเลยเข้าทำนาในที่พิพาทที่ตนเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยนั้น ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์คงฎีกาเพียงว่าที่ศาลอุทธรณ์ให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตั้งแต่ปี 2516 เป็นการพิพากษาเกินคำขอเท่านั้น จึงไม่มีประเด็นที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสอง และพระภิกษุเป็นบุตรของนายทา นายทาตายเมื่อ พ.ศ. 2516 ก่อนตายนายทามีที่นา 1 แปลง เนื้อที่31 ไร่ เมื่อนายทาตายแล้วโจทก์จำเลยได้ครอบครองที่นาดังกล่าวซึ่งเป็นนาพิพาทร่วมกันมา ส่วนพระภิกษุสุไม่ได้เกี่ยวข้องถือว่าสละมรดก นาพิพาทจึงเป็นมรดกแก่โจทก์จำเลยคนละ 1 ใน 4 ส่วน ต่อมาเดือนพฤษภาคม 2517จำเลยไม่ยอมให้โจทก์เข้าทำกินในนาพิพาท ทำให้โจทก์ขาดรายได้จากการทำนาส่วนของโจทก์ปีละ 6,000 บาท ขอให้พิพากษาแบ่งนาพิพาทให้โจทก์กึ่งหนึ่ง ถ้าแบ่งไม่ได้ให้ขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งกัน และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ 6,000 บาท นับแต่ปีนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะถึงปีที่จำเลยยอมแบ่งนาพิพาทให้โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า

นายทาได้แบ่งนาให้บุตรทุกคนแล้วนาพิพาทคือนาที่นายทาแบ่งให้จำเลยทั้งสองและพระภิกษุสุ โจทก์ไม่เคยทำนาพิพาทพระภิกษุสุเพิ่งบวชมา 2 ปีเศษ และนายทาตายยังไม่ถึง 1 ปี ถือว่าสละมรดกไม่ได้ นาพิพาทเมื่อแบ่ง 5 ส่วนแล้วจะได้รับผลเป็นเงินเพียงปีละ 1,200 บาทเท่านั้นศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสองแบ่งนาพิพาทให้โจทก์ทั้งสองกึ่งหนึ่ง หากแบ่งกันไม่ได้ให้ขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งกัน ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 1,500 บาท นับแต่ปี 2516 จนถึงปีที่จำเลยยอมแบ่งนาให้โจทก์จำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทยังเป็นของนายทาและวินิจฉัยต่อไปว่า เมื่อนายทาตายที่พิพาทเป็นมรดกตกทอดแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยทั้งสองและพระภิกษุผู้เป็นทายาทของนายทา และนับจากวันที่นายทาตายจนถึงวันที่โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีนี้ยังไม่พ้นกำหนดหนึ่งปี ยังอยู่ภายในอายุความที่พระภิกษุสุจะสึกจากสมณเพศมาเรียกร้องขอแบ่งที่พิพาทอันเป็นมรดกของนายทาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1622 จึงต้องแบ่งที่พิพาทออกเป็น5 ส่วน ได้แก่โจทก์ทั้งสองจำเลยทั้งสองและพระภิกษุสุคนละ 1 ส่วน เมื่อยังไม่ได้แบ่งที่พิพาทกัน โจทก์ทั้งสองจำเลยทั้งสองและพระภิกษุสุจึงเป็นเจ้าของที่พิพาทรวมกัน จำเลยทั้งสองมิได้ฎีกาว่าจำเลยทั้งสองไม่ต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสองเพราะการที่จำเลยทั้งสองเข้าทำนาในที่พิพาทที่ตนเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยนั้นไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองคงฎีกาเพียงว่าที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตั้งแต่ปี 2516 เป็นการพิพากษาเกินคำขอเท่านั้นจึงไม่มีประเด็นที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสอง และที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาเกินคำขอนั้นปรากฏจากคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ว่าจำเลยทั้งสองห้ามไม่ให้โจทก์ทั้งสองทำนาในที่พิพาทเมื่อเดือนพฤษภาคม 2517 โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีนี้เมื่อเดือนมิถุนายน 2517 และขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์นับตั้งแต่ปีนี้คือพ.ศ. 2517 อันเป็นปีที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสองตั้งแต่ปี 2516 จึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 โจทก์ทั้งสองควรได้ค่าเสียหายตั้งแต่ปี 2517 และควรได้ค่าเสียหายคนละหนึ่งในห้าส่วนเป็นเงินคนละ 600 บาท

ต่อปีตามส่วนที่โจทก์ทั้งสองได้รับส่วนแบ่งในที่พิพาทพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ทั้งสองคนละหนึ่งในห้าส่วน ถ้าแบ่งกันไม่ได้ให้เอาที่พิพาทขายทอดตลาดได้เงินสุทธิเท่าใดให้แบ่งกันตามส่วน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสองปีละ 1,200 บาท นับตั้งแต่ปี 2517 จนกว่าจำเลยทั้งสองจะแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ทั้งสอง หรือจนกว่าจะยึดที่พิพาทเพื่อขายทอดตลาดแล้วแต่กรณี

Matter details

Panel of judges
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7018/2561

มาตรา 32 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใด ให้ก…

Supreme Court Judgment No. 13068/2558

ตามฟ้องและฟ้องแย้ง จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการของจำเลยที่ 1 มีฐานะเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ไม่ปรากฏตามฟ้องว่าจำเลยที่ 1 กระทำในฐานะส่วนตัวและจำเลยที่ 2 มิใช่เจ้าหนี้ตามฟ้องแย้ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 2423/2551

ประเด็นข้อพิพาทมีว่า จำเลยมีสิทธิระงับการเบิกถอนเงินของโจทก์จากบัญชีพิพาทหรือไม่ ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยว่า ผู้ฝากเงินกับธนาคารมีนิติสัมพันธ์กันตามลักษณะฝากทรัพย์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 665 บัญชีพิพาทถือมิได้ว…

Supreme Court Judgment No. 2516/2549

แม้จำเลยที่ 1 จะออกจากบ้านตามภูมิลำเนาโดยไม่มีผู้ใดทราบข่าวคราวก็ตาม แต่ขณะที่เจ้าพนักงานศาลนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งให้แก่จำเลยที่ 1 โดยการปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ตามคำฟ้องนั้น ศาลชั้นต…

Supreme Court Judgment No. 5129/2546

จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาพลศึกษา ได้สั่งให้นักเรียนชั้น ม.1 วิ่งรอบสนามระยะทาง 200 เมตร ต่อ 1 รอบ จำนวน 3 รอบ เป็นการอบอุ่นร่างกายก่อนการเรียนวิชาพลศึกษาในภาคปฏิบัติ และได้สั่งให้นักเรียนวิ่งร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up