คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการรับส่งสินค้าและคนโดยสารด้วยรถยนต์โดยสารเกิน ๗ คนเพื่อรับจ้าง โดยจำเลยได้รับใบอนุญาตการขนส่งสาธารณะ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันจัดรถยนต์โดยสารอันเป็นเครื่องอุปกรณ์การขนส่งตามกฎหมาย ประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถยนต์โดยสาร โดยออกวิ่งรับส่งผู้โดยสารเก็บค่าโดยสารจากคนโดยสารตามเส้นทางถนนสายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่, เชียงใหม่ - กรุงเทพฯ, และสายกรุงเทพฯ - ลำปาง, ลำปาง - กรุงเทพฯ อันเป็นเส้นทางที่บริษัทขนส่งจำกัดได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้ประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถยนต์โดยสารตามเส้นทางดังกล่าว การกระทำของจำเลยเป็นการขนส่งในเส้นทางในลักษณะที่เป็นการแข่งขันกับบริษัทขนส่งจำกัด ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา๑๔,๖๐ พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติการขนส่งพ.ศ. ๒๔๙๗ ในส่วนที่เกี่ยวกับการขนส่งประจำทางด้วยรถยนต์โดยสาร พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๔,๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๖๐ ปรับคนละ ๑,๕๐๐ บาท บังคับค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙,๓๐ จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าบริษัทขนส่งจำกัด ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทการขนส่งประจำทางระหว่างกรุงเทพมหานครกับเชียงใหม่ ส่วนบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทการขนส่งสาธารณะ บริษัทจำเลยที่ ๑ ได้จัดรถรับส่งคนโดยสารในเส้นทางระหว่างกรุงเทพมหานครกับลำปางและเชียงใหม่ โดยมีกำหนดวันเวลาที่รถออกแน่นอนเป็นประจำ มีการขายตั๋วโดยสารเป็นรายบุคคลให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพมหานครกับลำปางและเชียงใหม่ แต่บริการของบริษัทจำเลยที่ ๑ มีข้อที่แตกต่างกับบริการของบริษัทขนส่งจำกัด คือ รถของบริษัทจำเลยที่ ๑ หยุดรับส่งคนโดยสารระหว่างทางเฉพาะที่ลำปางเพียงแห่งเดียว ส่วนรถของบริษัทขนส่งจำกัดหยุดรับส่งคนโดยสารตามรายทางที่ใบอนุญาตกำหนดไว้
ค่าโดยสารของบริษัทจำเลยที่ ๑ แพงกว่าค่าโดยสารของบริษัทขนส่งจำกัด และกำหนดอัตราไว้เพียง ๒ อัตรา คือ ระหว่างกรุงเทพมหานครกับลำปางและระหว่างกรุงเทพมหานครกับเชียงใหม่ ส่วนบริษัทขนส่งจำกัดคิดค่าโดยสารตามระยะทาง บริษัทจำเลยที่ ๑ ให้บริการที่ดีกว่าบริการของบริษัทขนส่งจำกัด รถของบริษัทจำเลยที่ ๑ มีที่นั่งสะดวกสบาย รวมทั้งมีห้องน้ำอยู่ในรถด้วย ระหว่างทางก็มีอาหารและเครื่องดื่มเลี้ยงผู้โดยสารด้วย ตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๑๑ บริษัทจำเลยที่ ๑ ซึ่งได้รับใบอนุญาตการขนส่งสาธารณะ มีสิทธิทำการขนส่งเพื่อสินจ้างโดยไม่จำกัดเส้นทาง แต่มาตรา ๑๔ ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตการขนส่งสาธารณะเข้าทำการขนส่งในเส้นทางใดในลักษณะที่เป็นการแข่งขันกับผู้ได้รับใบอนุญาตการขนส่งประจำทางในเส้นทางนั้น
เห็นว่า แม้บริการที่บริษัทจำเลยที่ ๑ ให้กับผู้โดยสารจะแตกต่างกับบริการของบริษัทขนส่งจำกัด และบริษัทจำเลยที่ ๑ จะเก็บค่าโดยสารสูงกว่าบริษัทขนส่งจำกัดก็ตาม การประกอบการขนส่งของบริษัทจำเลยที่ ๑ ก็มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับบริษัทขนส่งจำกัดในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นเอง หาใช่ว่าผู้เข้าแข่งขันจะต้องเก็บค่าโดยสารเท่ากันหรือถูกกว่าจึงจะมีลักษณะเป็นการแข่งขันดังที่บริษัทจำเลยที่ ๑ ฎีกาไม่
Result
พิพากษายืน