Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2528 (ref. 103271)

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลฎีกาได้พิพากษาให้โจทก์แบ่งที่ดินในโฉนดให้แก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ในสำนวนแรก และแบ่งให้แก่นาง พ. มารดาจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในสำนวนหลัง ต่อมาโจทก์และจำเลย ได้พิพาทกันในชั้นบังคับคดี เกี่ยวกับการรังวัดแบ่งแยกที่ดินในโฉนดดังกล่าว ว่ารังวัด แบ่งแยกถูกต้องตรงตามคำพิพากษาฎีกาหรือไม่ ศาลชั้นต้นได้นัด พร้อมทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าตรงที่พิพาทด้านเหนือให้ เจ้าพนักงานรังวัด แบ่งให้เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสองสำนวน นี้เพียงแค่ติดสวนของโจทก์ เมื่อช่างแผนที่ไปรังวัด แบ่งแยกเสร็จแล้วโจทก์ไม่รับรอง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า รูปแผนที่แบ่งแยกซึ่งช่างแผนที่ทำมานั้นถูกต้องตรงกับข้อตกลงของโจทก์ จำเลยแล้ว มีคำสั่งให้แบ่งแยกที่พิพาทให้จำเลยทั้งสองสำนวน ตามรูปแผนที่แบ่งแยกดังกล่าว คดีถึงที่สุด ฉะนั้นที่โจทก์ฟ้องคดี ทั้งสองสำนวนนี้ว่า จำเลยทั้งสองสำนวนได้สมคบกันออกรูปแผนที่ หลังโฉนดซึ่ง เป็นที่พิพาทกันในคดีก่อนขัดกับคำพิพากษาฎีกา เป็นเหตุให้ ที่ดินของโจทก์ขาดไป. จึงเป็นการโต้เถียงว่า การรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทไม่ถูกต้องตรงตามคำพิพากษาฎีกา อัน เป็นประเด็นเดียวกัน กับประเด็นที่โจทก์จำเลยพิพาทกันใน ชั้นบังคับคดี ซึ่งได้มีคำพิพากษา หรือคำสั่งถึงที่สุดดังกล่าว แล้ว ฟ้องของโจทก์ทั้งสองสำนวนนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องคดีทั้งสองสำนวนมีใจความทำนองเดียวกันว่า เดิมโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๘๘ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ ในสำนวนแรกและนางพุดมารดาจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ในสำนวนหลังได้ฟ้องขอให้ศาลสั่งว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดดังกล่าว เนื้อที่ ๕๒ ไร่เศษ โดยการครอบครอง ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้โจทก์แบ่งที่ดินให้ ในชั้นบังคับคดีได้พิพาทกันเรื่องการรังวัดออกโฉนดตามคำพิพากษาศาลฎีกา มีการจัดทำแผนที่พิพาทในชั้นบังคับคดี และศาลฎีกาพิพากษาว่าแผนที่พิพาทที่ทำขึ้นถูกต้อง ต่อมาจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ ในสำนวนแรกและจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ในสำนวนหลังได้ยื่นคำขอรังวัดและขึ้นรูปแผนที่หลังโฉนดไว้โดยไม่ทำการรังวัดตรงตามแผนที่พิพาทจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ ในสำนวนแรกได้รังวัดด้านทิศเหนือรุกล้ำที่ดินของโจทก์ ๕ ไร่

จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ในสำนวนหลังได้รังวัดด้านทิศเหนือรุกล้ำที่ดินโจทก์ ๑ ไร่ ๑ งานจำเลยที่ ๖ ในสำนวนแรกและจำเลยที่ ๓ ในสำนวนหลังซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดินได้สมคบกันออกรูปแผนที่หลังโฉนด อันเป็นการรังวัดแบ่งแยกขัดกับคำพิพากษาฎีกาและขัดต่อกฎหมายและระเบียบแบบแผน ขอให้ศาลพิพากษาว่า เฉพาะรูปแผนที่ที่ดินที่รังวัดหลังโฉนดที่ดินที่ออกให้แก่จำเลยเป็นโมฆะ ไม่มีผลใช้บังคับตามกฎหมาย ให้จำเลยทำการรังวัดรูปแผนที่หลังโฉนดดังกล่าวใหม่ ให้ตรงตามรูปแผนที่พิพาท หากจำเลยไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ให้จำเลยในสำนวนแรกใช้ค่าเสียหาย๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยในสำนวนหลังใช้ค่าเสียหาย ๓๗๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยได้รังวัดแบ่งแยกที่ดินโดยสุจริตและตามระเบียบแบบแผน ไม่ได้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาฎีกาถูกต้องตามข้อตกลงของโจทก์และจำเลยแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ และคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนเป็นฟ้องซ้ำ และคดีของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามฟ้องและคำให้การฟังได้ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๘๘ ตำบลคลองราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ประมาณ ๑๒๓ ไร่ เดิมมีชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ นางพุด บางเทศธรรม มารดาจำเลยที่ ๑ที่ ๒ ในสำนวนหลังและจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ และที่ ๕ ในสำนวนแรกได้ฟ้องโจทก์ขอให้ศาลสั่งว่าที่ดินเฉพาะส่วนในที่ดินโฉนดดังกล่าวเป็นของพวกจำเลย ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๒๐ - ๑๒๑/๒๕๐๑ ของศาลจังหวัดสมุทรปราการ คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๙๔ - ๑๑๙๕/๒๕๐๔ ให้โจทก์แบ่งที่ดินในโฉนดเลขที่ดังกล่าวให้แก่พวกจำเลย เนื้อที่ ๕๒ ไร่ ๓ งานเศษ หากโจทก์ไม่จัดการแบ่ง ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ในข้อบังคับคดี

โจทก์และจำเลยสำนวนแรกและนางพุด บางเทศธรรม พิพาทกันเกี่ยวกับการรังวัดแบ่งแยกที่ดินในโฉนดดังกล่าว โดยโจทก์คัดค้านว่า จำเลยทั้งสองสำนวนนำชี้ให้ช่างแผนที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการรังวัดที่ดินแบ่งแยกไม่ตรงกับข้อตกลง ศาลชั้นต้นเผชิญสืบที่พิพาทแล้ว วินิจฉัยชี้ขาดว่า จำเลยทั้งสองสำนวนนำชี้และช่างแผนที่ทำแผนที่ถูกต้องให้เแบ่งแยกที่ดินไปตามที่ที่ช่างแผนที่รังวัดและส่งรูปแผนที่ต่อศาล คดีถึงที่สุด ตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๓ - ๑๘๔/๒๕๑๐ ต่อมาโจทก์ได้ยื่นฟ้องกรมที่ดินเจ้าพนักงานที่ดิน จังหวัดสมุทรปราการ นางพุด บางเทศธรรม กับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔และที่ ๕ ในสำนวนแรก ขอให้เพิกถอนการรังวัดแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๘๘ ที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการได้ทำขึ้น โดยอ้างว่า

จำเลยในคดีดังกล่าวสมคบกันรังวัดโดยมิชอบ ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๓๙/๒๕๑๒ ของศาลจังหวัดสมุทรปราการ คดีถึงที่สุด โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของโจทก์เป็นการคัดค้านคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลฎีกา ซึ่งได้เคยพิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว โจทก์จะฎีกาคัดค้านเช่นนี้อีกไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ปรากฏตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๔๔/๒๕๑๗ คดีมีปัญหาว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนนี้ เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า สำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๒๐ - ๑๒๑/๒๕๐๑ ของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ได้มีคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๙๔ - ๑๑๙๕/๒๕๐๔ พิพากษาให้จำเลย (โจทก์ทั้งสองสำนวนนี้)แบ่งที่ดินในโฉนดเลขที่ ๑๔๘๘ ตำบลคลองราชาเทวะ อำเภอบางพลี

จังหวัดสมุทรปราการ ให้แก่นางพุด บางเทศธรรม มารดาจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ในสำนวนหลังและแบ่งแยกให้แก่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ และที่ ๕ ในสำนวนแรกซึ่งเป็นโจทก์ในคดีดังกล่าวตามจำนวนเนื้อที่ที่โจทก์ในคดีดังกล่าวครอบครองอยู่ ในชั้นบังคับคดีแบ่งแยกที่ดินตามคำพิพากษาฎีกาดังกล่าว โจทก์และจำเลยได้พิพาทกันเกี่ยวกับการรังวัดแบ่งแยกที่ดินในโฉนดดังกล่าวว่ารังวัดแบ่งแยกถูกต้องตรงตามคำพิพากษาฎีกาหรือไม่ ศาลจังหวัดสมุทรปราการได้นัดพร้อมและสอบถามคู่ความทั้งสองฝ่ายแล้ว ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่า ตรงที่พิพาทด้านเหนือให้เจ้าพนักงานรังวัดแบ่งให้เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ (จำเลยทั้งสองสำนวนนี้) เพียงแค่ติดสวนของจำเลย (โจทก์ทั้งสองสำนวนนี้)

เท่านั้น ไม่รังวัดเข้าไปในสวนและถือคันนาเป็นแนวเขตที่ดินที่พิพาทกัน ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณา วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๐๕ ต่อมาเมื่อช่างแผนที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ ไปรังวัดแบ่งแยกใหม่เสร็จแล้วและส่งรูปแผนที่แบ่งแยกมายังศาลจังหวัดสมุทรปราการ แต่จำเลย (โจทก์ทั้งสองสำนวนนี้) ไม่รับรองแผนที่โดยอ้างว่าฝ่ายโจทก์ (จำเลยทั้งสองสำนวนนี้) นำรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่สวนของจำเลย(โจทก์ทั้งสองสำนวนนี้) ศาลจังหวัดสมุทรปราการได้ออกไปตรวจดูที่พิพาทและทำบันทึกไว้ตามรายงานกระบวนพิจารณาวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๐๖ โจทก์จำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยานในชั้นบังคับคดีต่อไป ศาลจังหวัดสมุทรปราการวินิจฉัยว่ารูปแผนที่แบ่งแยกในสำนวนสารบาญ

อันดับ ๒๑๔ ซึ่งช่างแผนที่สำนักงานที่ดินทำมานั้นถูกต้องตรงกับข้อตกลงของโจทก์ จำเลย ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๐๕ แล้วจึงมีคำสั่งให้แบ่งแยกที่พิพาทให้โจทก์ (จำเลยทั้งสองสำนวนนี้) ตามรูปแผนที่แบ่งแยกดังกล่าว คดีถึงที่สุด จึงเห็นได้ว่า ประเด็นที่โจทก์จำเลยพิพาทกันว่าการรังวัดแบ่งแยกที่พิพาทตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๙๔ - ๑๑๙๕/๒๕๐๔ ถูกต้องหรือไม่นั้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ฉะนั้น ที่โจทก์ฟ้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ว่าจำเลยทั้งสองสำนวนได้สมคบกันออกรูปแผนที่หลังโฉนดเลขที่ ๑๗๓๖๓ และเลขที่ ๑๗๓๖๔ ซึ่งเป็นที่พิพาทในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๒๐ - ๑๒๑/๒๕๐๑ ของศาลจังหวัดสมุทรปราการขัดกับคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๙๔ - ๑๑๙๕/๒๕๐๔ โดยหักเนื้อที่ส่วนที่ถูกตัดเป็นถนนสาธารณะออกเป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์ขาดไป ๖ ไร่ ๑ งาน จึงเป็นการโต้เถียงว่า

การรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทไม่ถูกต้องตรงตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๙๔ - ๑๑๙๕/๒๕๐๔ อันเป็นประเด็นเดียวกันกับประเด็นที่โจทก์จำเลยพิพาทกันในชั้นบังคับคดีในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๒๐ - ๑๒๑/๒๕๐๑ ของศาลจังหวัดสมุทรปราการและได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดดังกล่าวแล้ว จึงต้องห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ ฟ้องของโจทก์ทั้งสองสำนวนนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำ ฎีกาโจทก์เกี่ยวกับเรื่องอายุความจึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลล่างทั้งสองให้วดสืบพยานของคู่ความและพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (พิชัย วุฒิจำนงค์ - ปรีชา พานิชวงศ์ - สำเนียง ด้วงมหาสอน สำเนียง ด้ว)()ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายกฤต บุญญานุสนธิ์ศาลอุทธรณ์ - นายเทพ ภักดีศุภผล

Matter details

Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

Supreme Court Judgment No. 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

Supreme Court Judgment No. 4838/2566

ต. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ต. และผู้ร้องต่างยื่นคำร้องว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ อันเป็นการกล่าวอ้างว่า ต. และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมรส ที่ดิ…

Supreme Court Judgment No. 3956/2566

การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จ…

Supreme Court Judgment No. 2354/2566

แม้คดีก่อนโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 หลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ใช้บังคับแล้ว แต่ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 ก่อนวันที่ พ.ร.บ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up