คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นวัดในพระพุทธศาสนาอันเป็นนิติบุคคล ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยมาขออาศัยเพื่อประกอบการค้า ต่อมาโจทก์ให้จำเลยรื้อถอนบ้านเรือนที่ปลูกอยู่ออกไป จำเลยไม่รื้อถอน ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนออกไปจากที่พิพาทจำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย ไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์มีฐานะเป็นสำนักสงฆ์ ยังไม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเป็นวัดตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่พิพาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมวัดโจทก์ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้วต่อมาที่ตั้งวัดถูกทางราชการเวนคืน จึงย้ายไปตั้งในที่ดินที่ผู้อื่นจัดซื้อถวาย ซึ่งห่างจากที่ตั้งวัดเดิมราว 1 กิโลเมตรเศษ โบสถ์หลังเดิมยังอยู่ พระสงฆ์ยังใช้ทำสังฆกรรมตลอดมาเมื่อเป็นดังนี้ วัดโจทก์จึงมีฐานะเป็นวัดอยู่เช่นเดิม หาใช่เป็นสำนักสงฆ์ไม่ที่พิพาทเป็นที่ธรณีสงฆ์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
Result
พิพากษายืน