Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2528 (ref. 103513)

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำไว้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่ามิได้ผิดสัญญาและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ก่อนสืบพยานคู่ความท้ากันให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยโดยไม่ต้องสืบพยาน เพียงประเด็นเดียวว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ดังนี้ ปัญหาที่ว่าจำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่จึงเป็นปัญหาที่คู่ความสละแล้ว ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นตามคำท้าไปได้โดยไม่ต้องฟังข้อเท็จจริงให้เป็นยุติว่าจำเลยผิดสัญญาหรือไม่ โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้โดยมีข้อผูกพันจำเลยว่า จำเลยจะทำสัญญาให้ผู้มีชื่อเช่าตึกแถวและจำเลยจะต้องก่อสร้างตึกแถวเพื่อให้ผู้มีชื่อได้เช่า จำเลยจึงมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงต่าง ๆ ในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติ โจทก์ซึ่งเป็นคู่สัญญาย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลย มิใช่เรื่องของบุคคลภายนอกกับโจทก์หรือจำเลย ดังนั้น แม้บุคคลภายนอกจะยังมิได้แสดงเจตนาต่อจำเลย ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญาดังกล่าว ก็มิใช่ข้อที่จำเลยจะอ้างได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องใจความว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยยอมให้นายเชิดศักดิ์กับพวกทำสัญญาเช่าตึกแถวตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยผิดสัญญาไม่ยอมทำสัญญาเช่าให้แก่ผู้เช่า และโจทก์จำเลยยังได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันอีกว่า จำเลยจะทำการก่อสร้างตึกแถวที่สร้างค้างอยู่ต่อไปจนเสร็จเพื่อให้นางสมจิตกับพวกได้เช่า แต่จำเลยกลับเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ทำให้โจทก์ซึ่งจะต้องรับผิดต่อนางสมจิตกับพวกได้รับความเสียหาย จึงขอให้พิพากษาและบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาหากปฏิบัติไม่ได้ก็ให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การใจความว่า จำเลยไม่ได้ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย และไม่มีอำนาจฟ้อง ก่อนสืบพยาน คู่ความตกลงท้ากันขอให้ศาลวินิจฉัยคดีทั้งสองสำนวนเพียงประเด็นเดียวคือ โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เป็นข้อแพ้ชนะกัน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง พิพากษาให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำไว้แก่โจทก์ทั้งสองสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สำนวนแรกข้อเท็จจริงยังฟังยุติไม่ได้ว่าจำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ การท้ากันว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่จึงไม่มีผล ส่วนสำนวนที่สองข้อเท็จจริงฟังยุติได้และเห็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นในสำนวนแรก ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาใหม่ สำนวนที่สองให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับสำนวนแรกนั้น โจทก์ฎีกาว่า โจทก์จำเลยท้ากันไม่สืบพยาน คู่ความต่างสละประเด็นอื่นทั้งหมด คงท้ากันให้ศาลวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลจึงต้องวินิจฉัยไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่แล้วเท่านั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำไว้แก่โจทก์โดยไม่ยอมทำสัญญาเช่าและจดทะเบียนการเช่าให้แก่บุคคลที่โจทก์ระบุไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ผิดสัญญา บุคคลที่โจทก์ระบุไว้ไม่เคยไปติดต่อทำสัญญาเช่ากับจำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยทำสัญญาเช่ากับบุคคลดังกล่าว ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า ๑.

จำเลยผิดสัญญายอมหรือไม่ ๒. โจทก์มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญายอมได้เพียงใด ก่อนสืบพยาน คู่ความท้ากันให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเป็นข้อแพ้ชนะกันโดยไม่ต้องสืบพยานเพียงประเด็นเดียวว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ดังนั้น ปัญหาที่ว่าจำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ จึงเป็นปัญหาที่คู่ความได้สละแล้ว ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวอีก ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นตามคำท้าของคู่ความไปได้โดยไม่ต้องฟังข้อเท็จจริงให้เป็นยุติว่าจำเลยผิดสัญญาหรือไม่ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น ส่วนปัญหาเรื่องโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งในสำนวนแรกและสำนวนที่สองตามฎีกาของจำเลยหรือไม่นั้น

เห็นว่า เมื่อโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้โดยมีข้อผูกพันจำเลยว่า จำเลยจะทำสัญญาให้นายเชิดศักดิ์กับพวกเช่าตึกแถวตามระยะเวลาและเงื่อนไขในสัญญาประนีประนอมยอมความประการหนึ่งกับจำเลยจะต้องก่อสร้างตึกแถวให้แล้วเสร็จด้วยทุนทรัพย์ของจำเลยเองเพื่อให้นางสมจิตกับพวกซึ่งได้ขอเช่าไว้ได้เช่าจากจำเลยโดยจำเลยจะต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายอีกประการหนึ่ง จำเลยก็มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงต่าง ๆ ในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติ โจทก์ซึ่งเป็นคู่สัญญาแห่งสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลย มิใช่เรื่องของบุคคลภายนอกกับโจทก์หรือจำเลย ดังนั้น แม้บุคคลภายนอกจะยังมิได้แสดงเจตนาต่อจำเลยว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญาดังกล่าว ก็มิได้ข้อที่จำเลยจะอ้างได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

Matter details

Panel of judges
ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
Lower court
ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายกิจจา ฮารังษี
ศาลอุทธรณ์ - นายพนม พ่วงภิญโญ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2528 (ref. 27292)

โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำไว้ แก่โจทก์ จำเลยให้การว่ามิได้ผิดสัญญาและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ก่อนสืบพยานคู่ความท้ากันให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยโดยไม่ต้องสืบพยาน เพียงประเด็นเดียวว่าโจ…

Supreme Court Judgment No. 2487/2528

ทายาททำหนังสือรับภาระหนี้สินของเจ้ามรดกต่อเจ้าหนี้แล้วไม่ชำระเจ้าหนี้ฟ้องขอให้บังคับตามหนังสือนี้แล้วทำยอมกัน ศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดโจทก์ซึ่งได้รับ แต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาลจะมาฟ…

Supreme Court Judgment No. 13552/2558

บุคคลที่มีข้อพิพาทซึ่งอาจใช้สิทธิทางศาลต่อกัน อาจตกลงระงับข้อพิพาทดังกล่าวได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 ด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ อันมีผลทำให้หนี้เดิมระงับตามมาตรา 852 แล้วผูกพันกันตามที่ได้ตกลงกันไว…

Supreme Court Judgment No. 1419/2540

จำเลยรับว่าใบจองตามที่ถูกโจทก์ฟ้อง จำเลยออกทับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ ซึ่งจำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) แล้ว และก่อนฟ้องจำเลยได้โอนขายให้ ก.ไปแล้ว ส่วนโจทก์แถ…

Supreme Court Judgment No. 5925/2538

แม้โจทก์ที่2จะมิใช่ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยแต่โจทก์ที่2เป็นผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นคู่สัญญากับจำเลยผู้รับประกันภัยโดยตรงและเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา3…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up