Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2528 (ref. 103557)

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

อายุความฟ้องร้องคดีมรดก ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่เจ้ามรดกตาย มารดาของจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์และเจ้ามรดก เมื่อมารดาจำเลยสละมรดก จำเลยซึ่งเป็นบุตรจึงมีสิทธิ สืบมรดกได้ตามมาตรา 1615 และมีฐานะเป็นทายาทของเจ้ามรดก ในลำดับเดียวกับโจทก์ มีสิทธิยกอายุความ 1 ปีขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ ตามมาตรา 1755

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยสำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งห้ากับนายหยี่และนางไทเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดากับนางสี สร้อยเพ็ชร เจ้ามรดก มีสิทธิรับมรดกที่ดินพิพาทรวม ๓ โฉนด ของเจ้ามรดกซึ่งถึงแก่กรรม แต่จำเลยได้ยึดโฉนดที่ดินพิพาททั้ง ๓ ฉบับไว้ จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาททั้งสามฉบับแก่โจทก์ หากส่งให้ไม่ได้ก็ขอให้ศาลมีคำสั่งไปยังหอทะเบียนที่ดินให้ออกโฉนดที่ดินฉบับใหม่แก่โจทก์และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท สำนวนหลังโจทก์ฟ้องมีใจความว่า นอกจากที่ดินพิพาท ๓ แปลงตามฟ้องสำนวนแรกแล้ว เจ้ามรดกยังมีบ้านไม้ ๑ หลัง ราคาประมาณ ๓,๐๐๐ บาท ยุ้งข้าว ๑ หลัง ราคาประมาณ ๒,๐๐๐ บาท และควาย ๒ ตัว

ราคาประมาณ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยครอบครองอยู่ในฐานะจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมของเจ้ามรดกแต่ไม่ได้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมและจำเลยเข้าทำนาในที่ดินทั้งสามแปลงตามฟ้องสำนวนแรก จำเลยจึงควรเสียค่าเช่านาให้แก่ทายาทผู้รับมรดก รวมค่าเช่า ๒๒,๒๐๐ บาท เมื่อรวมกับทรัพย์สินอื่นที่กล่าวมา ๘,๐๐๐ บาท รวมเป็นทรัพย์มรดก ๓๐,๒๐๐ บาท โจทก์มีสิทธิได้รับ ๕ ใน ๗ ส่วน เป็นเงิน ๒๑,๕๖๕ บาท ขอให้บังคับจำเลยมอบคืนบ้าน ยุ้งข้าว และควาย ๒ ตัวแก่โจทก์ ถ้าไม่สามารถคืนได้ให้ใช้ราคาตามสิทธิของโจทก์ ๕ ใน ๗ ส่วน เป็นเงิน ๕,๗๑๐ บาท กับชำระค่าเช่านาตามสิทธิของโจทก์เป็นเงินประมาณ ๑๕,๘๕๕ บาทแก่โจทก์ กับให้จำเลยเสียค่าเช่านาให้แก่โจทก์ในปีต่อไปปีละ ๑๒๐ ถัง

คิดราคาถังละ ๓๐ บาท เป็นเงินปีละ ๒,๕๗๐ บาท ตามส่วนได้ของโจทก์จนกว่าจะส่งมอบที่ดินให้โจทก์ ในสำนวนแรกจำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยเป็นบุตรของนางไท มิ่งขวัญ ซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์ทั้งห้า นายหยี่สร้อยเพ็ชร และนายบุญ สร้อยเพ็ชร นายหยี่ สร้อยเพ็ชร และนางไท มิ่งขวัญได้สละมรดกแล้ว จำเลยในฐานะผู้สืบสันดานของนางไทก็เข้าสืบมรดกแทนที่นางไท จำเลยเข้าครอบครองที่พิพาททั้งสามแปลงอย่างเป็นเจ้าของ ๖-๗ ปีแล้วโจทก์ทั้งห้าไม่เคยเข้าเกี่ยวข้องด้วยเลย

โจทก์ฟ้องคดีเกิน ๑ ปีนับตั้งแต่วันที่นางสีตาย คดีของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง สำนวนที่สอง

จำเลยให้การเหมือนกับสำนวนแรกและมีข้อความเพิ่มเติมว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเช่านาจากจำเลย บ้านไม้และยุ้งข้าวของเดิมได้ผุพังหมดแล้วที่มีอยู่ขณะนี้เป็นของจำเลยปลูกสร้างขึ้นใหม่ ควาย ๒ ตัว นางสีได้ยกให้จำเลยแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า นางทวน แสงเพ็ชร โจทก์ที่ ๑ เบิกความว่า ก่อนนางสีตายนางจ้อยเป็นคนทำนาในที่ดินแปลง ๒ ไร่เศษ (ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๐๑๕๑) ส่วนจำเลยทำนาในที่ดินแปลง ๗ ไร่ และ ๘ ไร่ (ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๕๗๐ และ ๔๕๗๙) เมื่อนางสีตายแล้ว นางจ้อยและจำเลยก็ยังคงทำนาอยู่ในที่ดินดังกล่าวและยังเบิกความอีกตอนหนึ่งว่าตอนที่นางสีตายใหม่ ๆ พยานกับพี่น้องทุกคนจะไม่เอาที่ดินมรดกของนางสี โดยจะให้จำเลยและนางจ้อยแบ่งกันเอง แสดงว่าโจทก์ทั้งห้ามิได้ครอบครองที่พิพาททั้งสามแปลงดังกล่าวแต่อย่างใด อีกทั้งข้อเท็จจริงปรากฏว่าหลังจากนางสีตายแล้ว ๒ ปี จำเลยได้ยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่พิพาททั้งสามแปลงโดยการครอบครองปรปักษ์ดังกล่าวแล้ว

ประกอบกับจำเลยเบิกความว่าที่ดินแปลง ๒ ไร่เศษ (ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๐๑๕๑) นางจ้อยเป็นคนทำจำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ส่วนจำเลยทำนาในที่พิพาทอีก ๒ แปลง บ้านไม้ ยุ้งข้าว และกระบือที่พิพาทนางสียกให้จำเลยก่อนนางสีตาย แสดงให้เห็นว่าหลังจากนางสีตายแล้วจำเลยและนางจ้อยได้แบ่งกันครอบครองทรัพย์มรดกของนางสีเพื่อตนเองเป็นส่วนสัดตลอดมา ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า โจทก์ทั้งห้าซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของนางสีไม่ได้ร่วมครอบครองทรัพย์มรดกของนางสี และจำเลยก็มิได้ครอบครองทรัพย์มรดกของนางสีแทนทายาทคนอื่น ๆ แต่ประการใด ฉะนั้นเมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๔ วรรคแรก บัญญัติว่า "ห้ามมิให้ฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย

ฯลฯ" อายุความฟ้องร้องคดีมรดกจึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่เจ้ามรดกตาย เมื่อนางสีตาย พ.ศ. ๒๕๑๗ อายุความ ๑ ปี ก็ต้องเริ่มนับตั้งแต่นั้นมา หาใช่เริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๒๔ ซึ่งเป็นวันฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๑๕/๒๕๒๑ ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ดังโจทก์ทั้งห้าฎีกาไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ทั้งห้าเพิ่งฟ้องคดีทั้งสองนี้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ และ พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นการฟ้องภายหลังนางสีเจ้ามรดกตายเกินกว่า ๑ ปี คดีของโจทก์จึงขาดอายุความแล้ว มีปัญหาต่อไปว่า จำเลยมีสิทธิยกอายุความ ๑ ปีขึ้นต่อสู้โจทก์ทั้งห้าผู้เป็นทายาทโดยธรรมาอันดับ ๓ ของนางสีได้หรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ล.๖ ที่นางไท มารดาจำเลยกับนายหยี่ สร้อยเพ็ชร ได้ตกลงกันระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของนางสีโดยทั้งสองฝ่ายต่างสละสิทธิในการรับมรดกของนางสี สัญญาดังกล่าวจึงมีผลเป็นการสละมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๑๒ จำเลยซึ่งเป็นบุตรผู้สืบสันดานของนางไท้ จึงมีสิทธิสืบมรดกได้ตามสิทธิของตนตามมาตรา ๑๖๑๕ และมีฐานะเป็นทายาทของนางสีในลำดับเดียวกันกับโจทก์ทั้งห้าจึงมีสิทธิยกอายุความ ๑ ปีขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ตามมาตรา ๑๗๕๕

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พิชัย วุฒิจำนงค์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · อภินย์ ปุษปาคม
Lower court
ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสกนธ์ กฤติยาวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2528 (ref. 27336)

อายุความฟ้องร้องคดีมรดก ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่เจ้ามรดกตายมารดาของจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์และเจ้ามรดก เมื่อมารดาจำเลยสละมรดก จำเลยซึ่งเป็นบุตรจึงมีสิทธิ สืบมรดกได้ตามมาตรา 1615…

Supreme Court Judgment No. 9992/2560

ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้ฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก" และวรรคสี่ บัญญัติว่า "ถึง…

Supreme Court Judgment No. 9193/2560

แม้โจทก์จะฟ้องคดีนี้โดยกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่เป็นทำนองว่า ขอให้เพิกถอนนิติกรรม การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนและอำนาจของหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วน แต่เหตุที่โจทก์อ้างเป็นหลักในคำฟ้องก็เป็…

Supreme Court Judgment No. 7844/2557

โจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ 2 ต่างเป็นทายาทโดยธรรมของ พ. เจ้ามรดกลำดับเดียวกัน ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งมรดกเท่ากัน ทั้งมีสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งร่วมกันจนกว่าจะแบ่งมรดกแล้วเสร็จ…

Supreme Court Judgment No. 2434/2549

โจทก์เป็นบุตรของนาง ศ. จึงเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกในที่ดินพิพาทส่วนของนาง ศ. เมื่อโจทก์ไปขอให้จำเลยดำเนินการแบ่งแยกที่ดินพิพาทแก่โจทก์แต่จำเลยเพิกเฉย ถือว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีอำ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up