เนื้อความคำพิพากษา
มูลกรณีเดิม จำเลยซึ่งเป็นสามีผู้ร้อง ขายน้ำมันเบ็นซินซึ่งรับซื้อไว้จากผู้ร้าย ต่อมาศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจรน้ำมันที่เหลือคืนเจ้าทรัพย์ โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินค่าน้ำมันให้แก่โจทก์ จำเลยได้ทำยอมใช้เงินครบกำหนดตามหมายบังคับจำเลยไม่ชำระเงิน โจทก์จึงนำยึดทรัพย์ของผู้ร้องซึ่งเป็นภริยาจำเลยผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่า ห้องแถว 3 ห้องและที่ดินที่โจทก์นำยึดนั้นเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง โจทก์ไม่มีสิทธิยึด เพราะหนี้รายนี้เป็นหนี้ส่วนตัวของจำเลยผู้เดียว โจทก์มิได้ฟ้องผู้ร้องให้รับผิดด้วย ขอให้ศาลถอนการยึด โจทก์ต่อสู้ว่า ทรัพย์ที่ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์เป็นสินบริคณห์ระหว่างผู้ร้องกับจำเลยโจทก์มีสิทธิยึดได้
เพราะหนี้รายนี้เป็นหนี้ร่วม ซึ่งผู้ร้องต้องรับผิดร่วมกับจำเลยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ได้ความว่า ก่อนมีการสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ร้องทั้งสองฝ่ายได้ทำหนังสือสัญญา โดยถูกต้องตามกฎหมายไว้ต่อกันว่า ทรัพย์สินต่าง ๆ อันเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ซึ่งมีอยู่ก่อนทำการสมรส รวมทั้งดอกผลที่จะเกิดขึ้นใหม่ภายหลังจำเลยยอมรับว่าเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้องตลอดไป ห้องแถวและที่ดินที่ร้องขัดทรัพย์นี้เป็นของผู้ร้องซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนสมรสกับจำเลยจึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้องตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1464 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271, 278, 280 โจทก์จะยึดทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลนอกคดีไม่ได้
แม้จะปรากฏว่าผู้ร้องเป็นภริยาจำเลย ซึ่งต้องรับผิดในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมด้วยก็ตาม และตามความในวรรคท้ายแห่งมาตรา 282 นี้ หมายถึงทรัพย์สินของภริยา หรือของบุตร ผู้เยาว์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เฉพาะในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้อาจถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือเป็นทรัพย์สินที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอาจยึดได้ แต่ทรัพย์ส่วนตัวของภริยาซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วมกับสามี แต่เป็นคนนอกคดีหามีกฎหมายใดบัญญัติให้ยึดหรืออาจยึดได้ไม่พิพากษากลับ ให้ถอนการยึดทรัพย์ที่ผู้ร้อง ๆ ขัดทรัพย์เสียทั้งหมด