Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 104616)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ที่ดินที่ ส. เช่าและให้จำเลยที่ 2 ผู้เป็นบุตรปลูกบ้านอยู่ เป็นที่ดินซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ด้านทิศเหนือ แม้ที่ดินเฉพาะตรงที่จำเลยที่ 2 ปลูกบ้านอยู่นี้จะเป็นที่ดินนอกโฉนดของโจทก์แต่ก็เป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครอง และ ส.ก็ยอมรับสิทธิของ ม.ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินแทนโจทก์โดยการทำสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวจาก ม.ทั้งการที่จำเลยที่ 2 ปลูกบ้านอยู่ก็โดยอาศัยสิทธิการเช่าของ ส.จึงไม่อาจอ้างสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทส่วนนี้ยันโจทก์ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๙๙ ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ ๒๗ ไร่ ๒ งาน ๕๖ ตารางวา เมื่อประมาณ ๒๐ ปีนานี้ นายผา คิ้มแหน บิดาโจทก์ได้มอบที่ดินแปลงดังกล่าวให้มิซซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพมหานครเป็นผู้ครอบครองจัดหาผลประโยชน์เพื่อประโยชน์ของวัดตรีเอกภาพ (หนองหิน) เมื่อที่ดินตกเป็นของโจทก์ก็ถือปฏิบัติเช่นเดียวกันจนถึงปัจจุบันนี้ ต่อมาวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๒๐ โจทก์นำช่างแผนที่ของสำนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐม ไปทำการรังวัดสอบเขตที่ดิน จำเลยทั้งสามคัดค้านว่าโจทก์นำรังวัดเข้าไปในที่ดินของจำเลย แท้จริงจำเลยทั้งสามไม่เคยเข้าเกี่ยวข้องในฐานะเป็นเจ้าของ

จำเลยที่ ๒ อาศัยปลูกเรือนในที่พิพาทโดยสิทธิของมารดาที่เช่าที่ดินจากโจทก์ทำให้โจทก์ไม่สามารถสอบเขตที่ดินของโจทก์ได้ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ รื้อบ้านออกจากที่ดินของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสามเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ต่อไปให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๑,๐๐๐ บาท และให้จำเลยที่ ๓ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสามให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินป่ารกร้างว่างเปล่าอยู่นอกโฉนดที่ดินของโจทก์ ผู้ถือกรรมสิทธิ์คนก่อนและบิดาโจทก์ไม่เคยโก่นสร้างครอบครองแต่อย่างใด จำเลยทั้งสามเข้าบุกเบิกโก่นสร้างครอบครองทำประโยชน์โดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของกว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยที่ ๒ ไม่เคยเช่าหรืออาศัยสิทธิของผู้ใดทั้งสิ้น ฝ่ายโจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองทำประโยชน์เลย คดีของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ รื้ออาคารบ้านเรือนของจำเลยออกไปจากที่ดินโจทก์ ห้ามจำเลยที่ ๓ และบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินในโฉนดของโฉนด (น่าจะเป็นของโจทก์) รูปสามเหลี่ยม ล.ม. ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.ล.๑ และ ให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน ๘๐๐ บาท โจทก์กับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ไม่ต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินตามโฉนดของโจทก์มีเนื้อที่ ๒๗ ไร่ ๒ งาน ๕๖ ตารางวา และมีที่ดินหัวไร่ปลายนาอยู่นอกโฉนดทางด้านทิศเหนือซึ่งไม่มีใครเข้าโก่นสร้างครอบครองมาก่อน เดิมเป็นของนายผา คิ้มแหน บิดาของโจทก์ ต่อมานายผามอบที่ดินให้มิซซังคาทอลิกกรุงเทพมหานครครอบครองหาประโยชน์ให้แก่วัดตรีเอกภาพ โดยให้ผู้อื่นเช่านางเสงี่ยม เนื้อเย็น มารดาจำเลยที่ ๒ ก็เป็นผู้เช่าด้วยผู้หนึ่งทางทิศเหนือของที่ดินของโจทก์เนื้อที่ประมาณ ๗ ไร่ ๓ งาน ๑๓ ตารางวา แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า

ส่วนจำเลยที่ ๒ นั้นปรากฏว่านางเสงี่ยมมารดาได้เช่าที่ดินของโจทก์จากวัดมา ๒๐ ปีแล้ว ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๑๑ ถึง จ.๑๔ เมื่อเปรียบเทียบแผนที่ที่ดินที่นางเสงี่ยมเช่ากับที่ดินของโจทก์ตามแผนที่พิพาท เห็นได้ว่าที่ดินที่นางเสงี่ยมเช่าและจำเลยที่ ๒ ปลูกบ้านอยู่เป็นที่ดินซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ด้านทิศเหนือ แต่นางเสงี่ยมก็ยอมรับสิทธิของมิซซังคาทอลิกกรุงเทพมหานคร ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินแทนโจทก์โดยการทำสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวจากมิซซังคาทอลิกกรุงเทพมหานคร ทั้งการที่จำเลยที่ ๒ ปลูกบ้านอยู่ก็โดยอาศัยสิทธิการเช่าของนางเสงี่ยมมารดาจำเลยที่ ๒ นั่นเอง จึงไม่อาจอ้างสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทส่วนที่ยันโจทก์ได้

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
Lower court
ศาลจังหวัดนครปฐม - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายก้าน อันนานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 26011)

ที่ดินที่ ส. เช่าและให้จำเลยที่ 2 ผู้เป็นบุตรปลูกบ้านอยู่ เป็นที่ดินซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ด้านทิศเหนือแม้ที่ดินเฉพาะตรงที่จำเลยที่ 2 ปลูกบ้านอยู่นี้จะเป็นที่ดินนอกโฉนดของโจทก์แต่ก็เป็นที่ดินที่โ…

Supreme Court Judgment No. 6157/2558

ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี ตาม ป. ที่ดิน มาตรา 58 ทวิ นับแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2519 โจทก์ที่ 1 ซื้อที่ดินพิพาทจาก ค. และเข้าครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2525 ยังอยู่ภายในกำหนด…

Supreme Court Judgment No. 752/2553

ที่ดินที่ถูกเวนคืนเป็นกรรมสิทธิ์ของ ส. ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ ส. มีวัตถุประสงค์จะตั้งสาขาในการขายประกันและให้บริการแก่ลูกค้าของโจทก์ในบริเวณท้องที่ที่ที่ดินนั้นถูกเวนคืน ส. จึงให้สิทธิแก่…

Supreme Court Judgment No. 6412/2550

ที่พิพาทเดิมเป็นที่ป่า แต่ต่อมาได้ถูกถอนสภาพ ที่พิพาทจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 (1) ผู้ครอบครองที่พิพาทโดยมีเจตนายึดถือเพื่อตนย่อมมีสิทธิครอบครองในที่ดินได้ การฟ้องคดีเพื่อเอาค…

Supreme Court Judgment No. 922/2546

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่ดินพิพาทมีชื่อจำเลยเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์แต่โจทก์ได้แย่งการครอบครองและเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมา การที่จำเลยนำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินพิพาทโดยที่จำเล…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up