Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1052/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานพยายามฆ่า โดยใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายซึ่งกันและกันและกระสุนปืนที่จำเลยที่ 2 ยิงไม่ถูกจำเลยที่ 1 โดยไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ได้รับอันตรายแก่กายอย่างไร และทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ 2 ใช้อาวุธปืนตีศีรษะของจำเลยที่ 1 จนได้รับอันตรายแก่กาย แต่การกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นรวมการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายด้วย และเป็นความผิดได้ในตัวเอง ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ , ๖๐, ๓๗๑, ๓๗๖, ๙๑, ๓๓, ๓๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ริบปลอกกระสุนปืนขนาด ๖.๓๕ มิลลิเมตร จำนวน ๓ ปลอก กระสุนปืนขนาด ๙ มิลลิเมตร จำนวน ๑ ปลอก ซองพกหนังขนาด ๙ มิลลิเมตร จำนวน ๑ ซอง หัวกระสุนปืน ๑ หัว และคืนอาวุธปืนพกสั้นหมายเลขทะเบียน มก. ๖/๑๖๑๒๔ แก่เจ้าของ

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐, ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐, ๖๐ อีกสองบท ซึ่งมีอัตราโทษเท่ากัน จึงลงโทษเพียงบทเดียว มาตรา ๓๗๑, ๓๗๖ จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐, ๓๗๑, ๓๗๖ และจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๗๒ วรรคสาม, ๗๒ ทวิ วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นและฐานยิงปืนในที่ชุมนุมชนโดยใช่เหตุ เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุกคนละ ๑๕ ปี

ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่น จำคุกคนละ ๖ เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยฝ่าฝืนกฎหมายลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ ๖ เดือน รวมจำคุกคนละ ๑๕ ปี ๑๒ เดือน ทางนำสืบของจำเลยที่ ๑ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ กำหนด ๑๐ ปี ๘ เดือน ริบปลอกกระสุนปืนขนาด ๖.๓๕ มิลลิเมตร ๓ ปลอก ปลอกกระสุนปืนขนาด ๙ มิลลิเมตร ๑ ปลอก ซองพกหนังและหัวกระสุนปืนของกลาง และคืนอาวุธปืนหมายเลขทะเบียน มก. ๖/๑๖๑๒๔ แก่เจ้าของ ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๑๒ ปี รวมกับโทษฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่น และฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยฝ่าฝืนกฎหมายเป็นจำคุกคนละ ๑๒ ปี ๑๒ เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๘ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ กับพวกของจำเลยที่ ๒ ได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันจำเลยที่ ๒ เข้าไปใช้อาวุธปืนสั้นตีศีรษะของจำเลยที่ ๑ ทรุดลง แล้วเล็งปืนไปที่จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ จึงเข้าแย่งอาวุธปืนจากจำเลยที่ ๒ อาวุธปืนของจำเลยที่ ๒ จึงลั่นขึ้น ๑ นัด แล้วจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ได้กอดปล้ำต่อสู้กัน จึงมีเสียงปืนดังขึ้นอีก ๓ นัด ซึ่งจากทางนำสืบของโจทก์ไม่มีพยานโจทก์คนใดเห็นจำเลยที่ ๒ ยิงปืนไปทางจำเลยที่ ๑ วิถีกระสุนปืนของจำเลยที่ ๒ ไม่มีผู้ใดทราบว่าพุ่งไปทิศทางใด ทั้งได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นได้ปลอกกระสุนปืนขนาด ๙ มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดเดียวกับอาวุธปืนของจำเลยที่ ๒ เพียง ๑ ปลอก

ดังนี้อาวุธปืนของจำเลยที่ ๒ จึงอาจลั่นขึ้นเพราะจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กอดปล้ำแย่งอาวุธปืนกันก็เป็นได้ เมื่อพิจารณาประกอบกับพฤติการณ์ของจำเลยที่ ๒ ตั้งแต่แรกที่มีโอกาสยิงจำเลยที่ ๑ ได้ในทันทีแต่หาได้กระทำไม่ คงเพียงแต่ใช้ด้ามปืนตีศีรษะของจำเลยที่ ๑ จนได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่และจิตใจ ตามใบความเห็นแพทย์เอกสารหมายล.๓ เท่านั้น การที่จำเลยที่ ๒ เล็งปืนไปที่จำเลยที่ ๑ โดยยังไม่ได้ยิง ก็อาจเป็นเพียงข่มขู่เท่านั้น ไม่อาจสันนิษฐานให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ ๒ ได้ ข้อเท็จจริงจึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๒ ใช้อาวุธปืนยิงและมีเจตนาฆ่าจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ จึงไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นและยิงปืนในที่ชุมนุมชนโดยใช่เหตุ

คงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยที่ ๒ มีเจตนาทำร้ายร่างกายจำเลยที่ ๑ จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจเท่านั้น ซึ่งศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า แม้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานพยายามฆ่า โดยใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายซึ่งกันและกันและกระสุนปืนที่จำเลยที่ ๒ ยิงไม่ถูกจำเลยที่ ๑ โดยไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ได้รับอันตรายแก่กายอย่างไร และทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ ๒ ใช้อาวุธปืนตีศีรษะของจำเลยที่ ๑ จนได้รับอันตรายแก่กายแต่การกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นรวมการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายด้วย และเป็นความผิดได้ในตัวเอง ดังนี้ ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ ๒ ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคท้าย พยานหลักฐานจำเลยที่ ๒ ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยที่ ๒ มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังขึ้นเป็นบางส่วน

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ วางโทษจำคุก ๒ ปี เมื่อรวมกับโทษความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ที่ศาลอุทธณณ์ภาค ๗ พิพากษาจำคุก ๑๒ เดือน แล้ว รวมจำคุกมีกำหนด ๒ ปี ๑๒ เดือน ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบกับมาตรา ๘๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗ นายสมยศ เข็มทอง ผู้ช่วยฯ นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ

Matter details

Panel of judges
มงคล ทับเที่ยง · วิเทพ ศิริพากย์ · ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ
Lower court
ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายนิกร ทัสสโร
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายพินิจ บุญชัด
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

Supreme Court Judgment No. 11473/2557

แม้ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับจะต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 1 ซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้วจึงนำ…

Supreme Court Judgment No. 8750/2554

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 352 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 182 กระทง เป็นจำคุก 364 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาต…

Supreme Court Judgment No. 4135/2552

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี รวม 40 กระทง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยังคงลงโทษจำเลยแต่ละกระทงตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด แต่เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดเพียง 13 กระทง ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเล…

Supreme Court Judgment No. 988/2551

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ร้อยตำรวจเอก ส. เป็นพนักงานสอบสวนในคดีที่ ต. ถูกจับกุมดำเนินคดีอาญา จำเลยเรียกและรับเงินจำนวน 5,000 บาท จาก ต. และ น. เพื่อเป็นการตอบแทนที่จำเลยจะจูงใจร้อยตำรวจเอก ส. โดยวิธีอันทุจร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up