Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1054/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้ร้องร่วมทำธุรกิจกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ด. ในการรับจ้างขนส่งน้ำมันกับบริษัท ช. มาตั้งแต่เริ่มแรก ผู้ร้องย่อมต้องรับรู้ถึงการขนส่งน้ำมันในแต่ละเที่ยวว่ามีปริมาณเท่าใด และมีผลทำให้รถบรรทุกของผู้ร้องต้องบรรทุกน้ำมันมีน้ำหนักเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ ผู้ร้องจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบโดยอ้างว่าเป็นหน้าที่ของบริษัท ช. ที่นำน้ำมันมาบรรทุกในรถบรรทุกของกลาง ผู้ร้องจึงไม่ทราบเรื่องน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดหาได้ไม่ ต้องฟังว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 และริบรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 87 - 2238 กรุงเทพมหานคร ของกลางผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถบรรทุกที่ศาลพิพากษาให้ริบนั้น เป็นทรัพย์สินของผู้ร้องซึ่งผู้ร้องได้ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัยเช่าไป ต่อมาจำเลยได้นำรถบรรทุกของผู้ร้องไปกระทำความผิด โดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้คืนรถบรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เพราะไม่เคยโต้แย้งกรรมสิทธิ์หรือขอคืนของกลางจากพนักงานสอบสวน และผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยกับจำเลยในการกระทำความผิด ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้คืนรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 87 - 2238 กรุงเทพมหานคร ของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถบรรทุกของกลางตามเอกสารหมาย ร.1 และได้ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัยเช่าพร้อมคนขับเพื่อให้บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เช่าช่วงไปบรรทุกน้ำมันโดยผู้ร้องได้รับค่าเช่าเป็นรายเที่ยว เที่ยวละ 700 บาท กำหนดชำระค่าเช่าทุก ๆ 15 วันต่อครั้ง มีระยะเวลาการเช่า 1 ปี ตามเอกสารหมาย ร.2 ต่อมาจำเลยซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกของกลางถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาใช้ยานพาหนะบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยและริบรถบรรทุกของกลาง คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่

เห็นว่า แม้ผู้ร้องเบิกความโดยอ้างตนเองเป็นพยานยืนยันว่าได้นำรถบรรทุกของกลางให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัยเช่าพร้อมคนขับโดยห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัยได้ให้บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เช่าช่วงเพื่อบรรทุกน้ำมัน และผู้ร้องได้รับค่าเช่าเป็นรายเที่ยว ๆ ละ 700 บาท โดยผู้ร้องตอบคำถามค้านของโจทก์ด้วยว่าผู้ร้องไม่ได้นำรถบรรทุกของกลางไปให้บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เช่าโดยตรง เนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัยเป็นนายหน้าในการนำรถไปให้บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เช่าช่วง ข้อเท็จจริงดังกล่าวขัดต่อหลักเหตุผลและมีข้อพิรุธสงสัยว่าเหตุใดการขนส่งน้ำมันจึงต้องผ่านระบบนายหน้าแทนที่ผู้ร้องจะดำเนินการรับจ้างขนส่งโดยตรงเพราะหากผู้ร้องรับจ้างขนส่งน้ำมันโดยตรง

ก็ย่อมมีรายได้มากกว่าการขนส่งน้ำมันโดยผ่านระบบนายหน้า ทั้งการให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัยเช่ารถบรรทุกของกลางโดยรับค่าเช่าเป็นรายเที่ยวเพียงอย่างเดียวไม่คำนึงถึงระยะทางและระยะเวลาในการใช้รถย่อมเป็นกรณีผิดปกติวิสัยพยานหลักฐานของผู้ร้องไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ เหตุนี้ความผูกพันระหว่างผู้ร้องและห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัย จึงน่าจะอยู่ในลักษณะของการร่วมกระทำธุรกิจขนส่งน้ำมันด้วยกัน โดยผู้ร้องย่อมร่วมรู้เห็นด้วยในการรับจ้างขนส่งน้ำมันเป็นปกติธุระ ดังปรากฏจากคำเบิกความของนายสมเกียรติ เดชอมรชัย หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัย พยานผู้ร้องซึ่งเบิกความยืนยันว่า บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด

จะนำรถบรรทุกของกลางไปบรรทุกสินค้าประเภทน้ำมันและพยานได้รับค่าเช่าเป็นรายเที่ยวขั้นต่ำเที่ยวละ 700 บาท ขั้นสูงประมาณ 900 บาท แล้วแต่ระยะทาง โดยเจ้าของรถบรรทุกเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและค่าน้ำมันเองประกอบกับผู้ร้องเบิกความตอบคำถามค้านของโจทก์รับว่า คนขับรถบรรทุกของกลางเป็นคนของผู้ร้อง ได้รับค่าจ้างเป็นรายเที่ยวในอัตราร้อยละ 15 ของเงินจำนวน 700 บาท พฤติการณ์แห่งคดีจึงรับฟังได้ว่าเป็นกรณีที่ผู้ร้องร่วมทำธุรกิจกับห้างหุ้นส่วนจำกัดเดชอมรชัย ในการรับจ้างขนส่งน้ำมันกับบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด มาตั้งแต่เริ่มแรก ดังนั้น ผู้ร้องย่อมรับรู้ถึงการขนส่งน้ำมันในแต่ละเที่ยวว่ามีปริมาณเท่าใด และมีผลทำให้รถบรรทุกของผู้ร้องต้องบรรทุกน้ำมันมีน้ำหนักเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่

ผู้ร้องจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบโดยอ้างว่าเป็นหน้าที่ของบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ที่นำสินค้าประเภทน้ำมันมาบรรทุกในรถบรรทุกของกลาง ผู้ร้องจึงไม่ทราบเรื่องน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังขึ้น"

Result

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
วิชา มหาคุณ · วิชัย วิวิตเสวี · สุภิญโญ ชยารักษ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

Supreme Court Judgment No. 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

Supreme Court Judgment No. 636/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้องวิน…

Supreme Court Judgment No. 635/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดนั้น เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้อ…

Supreme Court Judgment No. 444/2563

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยรวมทุกกระทงแล้วจำคุก 28 ปี 56 เดือน ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3) แต่เมื่อโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up