Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1064/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

บิดามารดายกที่นาให้แก่พระภิกษุ ข. ภายหลังที่พระภิกษุข.บวชเป็นพระภิกษุ การที่พระภิกษุข.ขายที่นาแปลงดังกล่าวและนำเงินที่ขายได้ไปฝากธนาคาร เงินที่นำไปฝากธนาคารรวมทั้งดอกเบี้ยที่ได้รับถือว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาในระหว่างที่อยู่ในสมณเพศ เมื่อพระภิกษุข.ถึงแก่มรณภาพ เงินฝากดังกล่าวย่อมตกเป็นของวัดโจทก์ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุข.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ พ.ศ. 2505 ที่พระภิกษุขำ หรือพระอธิการขำ เกสโร ได้ไปจำพรรษาประจำอยู่ที่วัดโจทก์ระหว่างนั้นพระภิกษุขำได้ขายที่นา 1 แปลง ที่ได้มาในขณะเป็นพระภิกษุ ครั้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2517 พระภิกษุขำได้นำเงินที่ขายที่นาได้จำนวน 40,000 บาท ไปฝากไว้ที่ธนาคารกรุงไทย จำกัดสาขาพัทลุงโดยระบุให้ตนเองหรือจำเลยมีสิทธิถอนเงินได้ต่อมาวันที่ 7 สิงหาคม 2525 พระภิกษุขำถึงแก่มรณภาพที่วัดโจทก์โดยมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด เงินที่ฝากธนาคารไว้ดังกล่าวจึงตกเป็นสมบัติของวัดโจทก์ จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของพระภิกษุขำตามคำสั่งของศาลชั้นต้นได้ถอนเงินฝากดังกล่าวจากธนาคารรวมทั้งดอกเบี้ยด้วยเป็นเงิน67,111.72 บาท โดยไม่ยอมมอบให้วัดโจทก์ ขอให้จำเลยส่งมอบเงิน67,111.72 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่าเงินตามฟ้องเป็นเงินที่พระภิกษุขำได้มาจากการขายที่นาซึ่งตกเป็นของพระภิกษุขำก่อนที่จะอุปสมบท แล้วนำไปฝากธนาคารโดยยกให้จำเลยเป็นค่าอุปการะจำเลยและญาติในการศึกษาเล่าเรียนเงินดังกล่าวจึงตกเป็นของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินจำนวน 67,111.72 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง (15 เมษายน 2528) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนเงิน 66,408.26 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (15 เมษายน2528) เป็นต้นไปจนกว่าจะคืนเงินให้โจทก์เสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหามีว่า1. เงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพัทลุง ของพระภิกษุขำพร้อมด้วยดอกเบี้ยตกเป็นสมบัติของวัดโจทก์หรือไม่2. พระภิกษุขำได้ยกเงินฝากดังกล่าวให้แก่จำเลยก่อนมรณภาพหรือไม่ปัญหาข้อแรก โจทก์มีพระมหาบุญมาก จน วํโส เจ้าอาวาสวัดโจทก์องค์ปัจจุบัน นายผุด จันทร์เมือง ไวยาวัจกรวัดโจทก์และนางฉิ้น แสงมณี อุบาสิกาวัดโจทก์มาเป็นพยานเบิกความยืนยันว่า พระภิกษุขำบอกพยานทั้งสามว่า เงินฝากธนาคารดังกล่าวได้มาจากการขายที่นา ที่นาดังกล่าวพระภิกษุขำได้รับมาในระหว่างเป็นพระภิกษุ ขายได้เป็นเงิน 48,000 บาท แบ่งให้บิดาของจำเลยซึ่งเป็นหลานไป 8,000 บาท ที่เหลืออีก 40,000 บาท นำไปฝากธนาคารกรุงไทยจำกัด

สาขาพัทลุง เพื่อใช้สำหรับสร้างโบสถ์วัดโจทก์ซึ่งพระภิกษุขำเป็นผู้สร้างวัดโจทก์ขึ้นมาเหตุที่ใส่ชื่อจำเลยให้มีสิทธิถอนเงินได้ด้วยเพื่อความสะดวกในเวลาจะใช้เงินจะได้ให้จำเลยไปถอนมา เนื่องจากพระภิกษุขำอายุมากแล้วจำเลยอ้างตนเองเป็นพยานและนำนายปลอด ตาแก้ว บิดาของจำเลยมาเป็นพยานเบิกความประกอบว่า พระภิกษุขำเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนางนุ่ม เพ็งเนียม ซึ่งเป็นยายของนายปลอด พระภิกษุขำได้ที่นามาจากบิดาและมารดาของตนก่อนบวชเป็นสามเณรและให้ตาของนายปลอดทำนาในที่นาดังกล่าวเมื่อตาของนายปลอดเสียชีวิตแล้วให้บิดาของนายปลอดทำนาต่อมา เมื่อบิดาของนายปลอดเสียชีวิตแล้วพระภิกษุขำก็ให้นายปลอดทำนาต่อมาจนกระทั่งขายที่นาให้นางเยาวภา นุดล ไป ในราคา 48,000 บาท แบ่งให้นายปลอดไป 8,000 บาท ที่เหลืออีก 40,000 บาท พระภิกษุขำยกให้จำเลยเพื่อใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนของจำเลยและน้อง ๆ โดยให้จำเลยนำเงินไปฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพัทลุง และใส่ชื่อพระภิกษุขำไว้ด้วยเพื่อควบคุมการใช้จ่ายเงิน

ศาลฎีกาเห็นว่าตามสมุดทะเบียนประวัติภิกษุ เอกสารหมาย จ.4 (แผ่นที่ 3)ปรากฏว่าพระภิกษุขำเกิดเมื่อ พ.ศ. 2435 บวชเป็นสามเณรเมื่อพ.ศ. 2453 และบวชเป็นพระภิกษุเมื่อ พ.ศ. 2455 อยู่ในสมณเพศเรื่อยมาจนกระทั่งมรณภาพ แสดงว่าพระภิกษุขำบวชเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ 18 ปี ดังนั้นที่จำเลยนำสืบว่า บิดามารดาของพระภิกษุขำยกที่นาให้พระภิกษุขำตั้งแต่ก่อนพระภิกษุขำบวชเป็นสามเณรคือตั้งแต่ก่อนพระภิกษุขำอายุ 18 ปี จึงไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ เพราะขณะนั้นพระภิกษุขำอายุยังน้อยและเป็นเด็กอยู่เชื่อว่าบิดามารดาของพระภิกษุขำได้ยกที่นาดังกล่าวให้แก่พระภิกษุขำภายหลังจากพระภิกษุขำบวชเป็นพระภิกษุ คือภายหลังจากพระภิกษุขำอายุครบ 20 ปีแล้ว จึงฟังได้ว่าพระภิกษุขำได้ที่นาดังกล่าวมาภายหลังจากบวชเป็นพระภิกษุแล้ว

การที่ ส.ค.1ของที่นาดังกล่าวตามเอกสารหมาย ล.1 ระบุว่าพระภิกษุขำได้ที่นาดังกล่าวมาประมาณ 50 ปีนั้น ก็เป็นแต่เพียงประมาณเอาเท่านั้น ความจริงอาจได้มาไม่ถึง 50 ปี ก็เป็นได้ ดังนั้นที่นาดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์ที่พระภิกษุขำได้มาในระหว่างที่อยู่ในสมณเพศ เมื่อพระภิกษุขำขายที่นาดังกล่าวนำเงินไปฝากธนาคารเงินที่นำไปฝากธนาคารรวมทั้งดอกเบี้ยที่ได้รับถือว่าเป็นทรัพย์ที่พระภิกษุขำได้มาในระหว่างที่อยู่ในสมณเพศด้วยเมื่อพระภิกษุขำถึงแก่มรณภาพที่วัดโจทก์ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุขำ เงินฝากดังกล่าวย่อมตกเป็นของวัดโจทก์"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3410/2565

พระภิกษุในคณะสงฆ์ไทยรวมทั้งผู้ตายที่ได้ไปพำนักและปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่วัดผู้คัดค้านที่ 2 ยังคงถือว่าอยู่ในความปกครองดูแลโดยมหาเถรสมาคม แต่การจัดระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ในลักษณะดังกล่าว ไม่เป็นผลให้วัดผ…

Supreme Court Judgment No. 2157/2561

ข้อเท็จจริงได้ความว่า เงินในบัญชีเป็นเงินบริจาคที่ได้มาจากการทำศพของผู้ตาย จึงต้องพิจารณาว่า โจทก์เป็นผู้มีอำนาจจัดการศพของผู้ตายหรือไม่ ปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์จำเลยว่า ผู้ตายไม่ได้ตั้งผู้จัดการมรดกแ…

Supreme Court Judgment No. 5370/2552

ในคดีไม่มีข้อพิพาทถ้าบุคคลอื่นใดนอกจากคู่ความที่ได้ยื่นฟ้องได้เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีโดยตรงหรือโดยอ้อมให้ถือว่าบุคคลเช่นว่ามานี้เป็นคู่ความและให้ดำเนินคดีไปตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. ว่าด้วยคดีมีข้อพิพาทต…

Supreme Court Judgment No. 6433/2546

ผู้ตายซึ่งเป็นพระภิกษุเขียนพินัยกรรมขึ้นเองทั้งฉบับ มีการลงวัน เดือน ปี และลายมือชื่อของผู้ตายไว้ครบถ้วนถูกต้องตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1675 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ โดยเฉพาะข้อกำหนดในพินัยกร…

Supreme Court Judgment No. 1316/2544

จ. ถึงแก่กรรม ที่ดินของ จ. จึงตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาทโดยธรรมรวมทั้ง ส. ซึ่งเป็นพระภิกษุ จ. ด้วย ที่ดินที่ ส. ได้รับมรดกมาเช่นนี้มิใช่ที่ดินของวัด แม้จะได้มาในระหว่างที่อยู่ในสมณเพศ ส. จึงทำสัญญาจะซื้อขา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up