คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์บรรยายฟ้องเป็นมูลละเมิดและฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนด1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ และโจทก์ไม่เคยทวงถามจำเลยที่ 2ให้ชำระหนี้ตามฟ้อง จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์ใช้เงินจำนวน 527,512.67 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ไม่เคยสั่งจำเลยที่ 2 ซื้อขายหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ตามฟ้องแย้ง จำเลยที่ 2 ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแสดงคำสั่งซื้อขายหุ้นของโจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่ได้ซื้อหุ้นให้โจทก์ตามคำสั่ง เพราะใบหุ้น ตราสารการโอนหุ้น ไม่มีชื่อโจทก์อีกทั้งสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ออกหุ้น และบัญชีผู้ถือหุ้นที่กระทรวงพาณิชย์ก็ไม่มีชื่อโจทก์เป็นผู้ถือหุ้น หุ้นที่จำเลยที่ 2 ซื้อแทนโจทก์ไม่มีผลตามกฎหมายเพราะไม่ได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 กรรมสิทธิ์ในหุ้นจึงไม่ตกเป็นของโจทก์
จำเลยที่ 2 ไม่ได้จ่ายเงินทดรองค่าหุ้นแทนโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกจากโจทก์ จำเลยที่ 2 ฟ้องแย้งเรียกเงินทดรองจ่ายเกินกว่า 2 ปี นับแต่เวลาที่อ้างว่าได้จ่ายไป จึงขาดอายุความและจำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากโจทก์เกินกว่าร้อยละ 12.5 ต่อปีศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชำระเงิน 443,032.92 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ใช้เงินจำนวน 347,950.59บาท ให้จำเลยที่ 2 พร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่โจทก์ฎีกาว่า ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(7) แล้วนั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่าฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 เป็นเรื่องตัวแทนเรียกร้องเอาเงินที่ได้ทดรองจ่ายไปในกิจการอันตัวการมอบหมายแก่ตนจากตัวการ ซึ่งไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่นจึงต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164ฟ้องแย้งจึงไม่ขาดอายุความ...
ที่โจทก์ฎีกาว่า การโอนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 นั้น เห็นว่าวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของโจทก์ในการซื้อขายหุ้นที่พิพาทกันในคดีนี้นั้นคือ การเก็งกำไรจากการขึ้นลงของราคาหุ้นมากกว่าประสงค์ให้มีการโอนใบหุ้นใส่ชื่อผู้ซื้อ การโอนหุ้นในคดีนี้จึงไม่ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129..."
Result
พิพากษายืน.