Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1070/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฟ้องฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษารอการลงโทษจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รอการลงโทษโดยให้จำคุกจำเลยและไม่ปรับไม่คุมประพฤติจึงถือว่าศาลอุทธรณ์แก้ไขมากและโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี คู่ความสามารถฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 และตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1070/2520 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและอันตราย กับฐานขับรถโดยประมาทตามพระราชบัญญัติจราจรนั้น ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 จำคุก 6 เดือน ปรับ 4,000 บาทฐานหลบหนีไม่ช่วยเหลือและไม่แจ้งเหตุให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000บาทรวมจำคุก 8 เดือน ปรับ 8,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและอันตราย กับฐานขับรถโดยประมาทจำคุก 3 เดือนปรับ 2,000 บาท ฐานหลบหนีไม่ช่วยเหลือและไม่แจ้งเหตุจำคุก1 เดือน ปรับ 2,000 บาท รวมจำคุก 4 เดือน ปรับ 4,000 บาทพิเคราะห์ตามรายงานการสืบเสาะ แล้ว เห็นควรให้รอการลงโทษจำคุกไว้1 ปี แต่ให้คุมประพฤติไว้ 6 เดือน โดยให้มารายงานตัวทุกระยะ2 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลยไม่ปรับและไม่คุมความประพฤติ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 45)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 46)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยแต่ละกระทงจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 1 ปี แม้จะไม่รอการลงโทษก็ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องจำเลย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2173/2531พนักงานอัยการประจำศาลแขวงเชียงใหม่โจทก์นายบุญเป็ง สุกันธาจำเลยนายบุญเป็ง สุกันธา จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฟ้องฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษารอการลงโทษจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รอการลงโทษโดยให้จำคุกจำเลยและไม่ปรับไม่คุมประพฤติจึงถือว่าศาลอุทธรณ์แก้ไขมากและโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี คู่ความสามารถฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 และตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1070/2520 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและอันตราย กับฐานขับรถโดยประมาทตามพระราชบัญญัติจราจรนั้น ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 จำคุก 6 เดือน

ปรับ 4,000 บาทฐานหลบหนีไม่ช่วยเหลือและไม่แจ้งเหตุให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000บาทรวมจำคุก 8 เดือน ปรับ 8,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและอันตราย กับฐานขับรถโดยประมาทจำคุก 3 เดือนปรับ 2,000 บาท ฐานหลบหนีไม่ช่วยเหลือและไม่แจ้งเหตุจำคุก1 เดือน ปรับ 2,000 บาท รวมจำคุก 4 เดือน ปรับ 4,000 บาทพิเคราะห์ตามรายงานการสืบเสาะ แล้ว เห็นควรให้รอการลงโทษจำคุกไว้1 ปี แต่ให้คุมประพฤติไว้ 6 เดือน โดยให้มารายงานตัวทุกระยะ2 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลยไม่ปรับและไม่คุมความประพฤติ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 45)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 46)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยแต่ละกระทงจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 1 ปี แม้จะไม่รอการลงโทษก็ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องจำเลย

Matter details

Panel of judges
มงคล เปาอินทร์ · สหัส สิงหวิริยะ · ถาวร ตันตราภรณ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1689/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 278 วรรคหนึ่ง, 365 (1) ประกอบมาตรา 362 และมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานบุกรุกโดยใช้กำลัง…

Supreme Court Judgment No. 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 622101)

ความผิดฐานกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคสาม จำคุก 6 ปี เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวไปฝึกอบรมขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5 ปี ขั้นสูงไม่เกินกว่า 7 ปี ศาลอุทธรณ์…

Supreme Court Judgment No. 4593/2545

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 340 วรรคหนึ่ง, 83 ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยทั้งสองไปฝึกและอบรมแทนมีกำหนดคนละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครั…

Supreme Court Judgment No. 1576/2537

ความผิดฐานมีอาวุธปืน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,72 วรรคแรก จำคุก1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 7,72 วรรคสาม จำคุก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up