Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2516 (ref. 107287)

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยบังคับจับมือเด็กหญิงให้จับของลับของจำเลยและจับมือให้รูดไปมาจนน้ำอสุจิของจำเลยไหล เห็นได้ว่าตัวของเด็กหญิงได้เข้าเกี่ยวข้องในการกระทำอนาจารนั้นด้วยจึงถือได้ว่าจำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิงนั้น จำเลยเป็นครูสอนเด็กหญิงและเป็นครูใหญ่ด้วย เด็กหญิงมาเรียนหนังสือในตอนเช้าตามปกติและกลับบ้านเมื่อเลิกเรียนแล้วการควบคุมดูแลปกป้องเด็กหญิงนั้นย่อมอยู่กับจำเลยตลอดระยะเวลาที่โรงเรียนเปิดทำการสอนอยู่ตามปกติ เมื่อจำเลยกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงนั้นในระหว่างที่โรงเรียนเปิดทำการสอนอยู่ตามปกติย่อมถือได้ว่าจำเลยได้กระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 จำเลยกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงสามคนในสถานที่แห่งเดียวกันและในเวลาต่อเนื่องใกล้ชิดกัน แต่เป็นการกระทำต่อ เด็กหญิงครั้งละหนึ่งคน จึงเป็นความผิดหลายกระทงแต่ละกระทงมีโทษหนักเท่ากันเมื่อศาลเห็นสมควรจะลงโทษจำเลยแต่เพียงกระทงเดียวก็ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องมีใจความว่า จำเลยมีตำแหน่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนประชาบูรณะวิทยาและมีหน้าที่สอนนักเรียนชั้นประถมปีที่ ๓ และปีที่ ๔ จำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิงศิริมณฑล เด็กหญิงลำใยและเด็กหญิงมยุรี ซึ่งแต่ละคนมีอายุ๑๑ ปี และเป็นนักเรียนโรงเรียนประชาบูรณะวิทยาและเป็นศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลของจำเลย โดยจำเลยจับมือของเด็กหญิงดังกล่าวครั้งละ ๑ คนดึงไปจับของลับ (ลึงค์) ของจำเลย แล้วบังคับให้เด็กหญิงเหล่านั้นจับของลับของจำเลยรูดไปมาจนน้ำอสุจิของจำเลยไหล ทั้งนี้ โดยเด็กหญิงทั้งสามคนนั้นไม่อาจขัดขืนได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙, ๒๘๕และนับโทษต่อกัน

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๙ วรรค ๒, ๒๘๕ จำคุกสำนวนละ ๑ ปี ๖ เดือน และให้นับโทษต่อกัน

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่าจำเลยได้กระทำผิด พิพากษายกฟ้องทั้งสามสำนวน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยบังคับและจับมือของเด็กหญิงแต่ละคนให้จับของลับของจำเลยรูดไปมาจนน้ำอสุจิของจำเลยไหล แล้ววินิจฉัยว่าการที่จำเลยบังคับจับมือเด็กหญิงทั้งสามคนดังกล่าวให้จับของลับของจำเลยและจับมือให้รูดไปมาจนน้ำอสุจิของจำเลยไหล เห็นได้ว่าตัวของเด็กหญิงดังกล่าวได้เข้าเกี่ยวข้องในการกระทำอนาจารนั้นด้วย จึงถือได้ว่าจำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิงทั้งสามคนนั้น ส่วนการกระทำของจำเลยจะถือว่าเป็นการกระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลอันจะทำให้จำเลยต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๕ หรือไม่เห็นว่า นอกจากเป็นครูสอนเด็กหญิงทั้งสามแล้ว จำเลยยังเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนนี้ด้วย แม้เด็กหญิงทั้งสามคนมาเรียนในตอนเช้าตามปกติและเมื่อเลิกเรียนแล้วเด็กหญิงทั้งสามคนกลับบ้านก็ตาม

ก็เห็นได้ว่าการควบคุมดูแลปกป้องเด็กหญิงทั้งสามคนนั้นได้อยู่กับจำเลยตลอดระยะเวลาที่โรงเรียนได้เปิดทำการสอนอยู่ตามปกติเมื่อจำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิงทั้งสามคนในระหว่างที่โรงเรียนได้เปิดทำการสอนอยู่ตามปกติ ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้กระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลตามความหมายของมาตรา ๒๘๕ ดังกล่าวแล้ว จำเลยจึงมีความผิดดังฟ้องโจทก์การที่จำเลยกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงทั้งสามคน แม้จะได้กระทำในสถานที่แห่งเดียวกัน และในเวลาต่อเนื่องใกล้ชิดกัน แต่ก็เป็นการกระทำต่อเด็กหญิงครั้งละหนึ่งคน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกระทง แต่ความผิดของจำเลยแต่ละกระทงมีโทษเท่ากัน เมื่อพิจารณาถึงการกระทำของจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาแล้ว เห็นสมควรลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียว ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๘๖/๒๕๑๕

Result

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๙ วรรค ๒, ๒๘๕

Matter details

Panel of judges
สนับ คัมภีรยส · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
Lower court
ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายชอบ คงสวัสดิ์
ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up