คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ศาลเดิมพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยตามกฎหมายอาชญา ม.๒๔๓ ระวางอุทธรณ์เจ้าทุกข์ยื่นคำร้องขอถอนคำกล่าวหาจำเลยและคำเบิกความเป็นพะยานเสียทั้งหมด
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ช. เจ้าทุกข์มีอายุเพียง ๑๕ ปี แลยังอยู่ในความปกครองของ จ. เจ้าทุกข์จะมาร้องขอถอนข้อหาโดยพละการตนเองหาได้ไม่ จึงพิพากษายืนตามศาลเดิม จำเลยฎีกาว่าเรื่องนี้เป็นคดีส่วนตัวตามกฎหมาย ช.ย่อมมีอำนาจถอนฟ้องได้ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าการถอนฟ้องเป็นนิติกรรมตามประมวลแพ่ง ม.๑๑๒ เพราะเป็นการระงับซึ่งสิทธิที่จะดำเนิรคดีต่อไปไม่เหมือนการร้องทุกข์ซึ่งไม่ใช่นิติกรรมตามประมวลแพ่งฯ ตามประมวลแพ่งฯ ม.๒๑ ช.ยังไม่บรรลุนิติภาวะหามีอำนาจขอถอนฟ้องโดยมิได้รับความยินยอมของผุ้ปกครองได้ไม่ และเห็นว่าการขอถอนคดีมิได้อยู่ในจำพวกข้อยกเว้นในมาตรา ๒๒ ถึง ๒๔ จึงให้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์