Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2517 (ref. 107458)

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงต้องกันว่า โจทก์ถูกจำเลยแย่งการครอบครอง เมื่อ พ.ศ. 2512 และโจทก์ฟ้องคดีเกินกว่า 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง จึงไม่มีสิทธิฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาท โจทก์ฎีกาว่าจำเลยเคยให้คำรับรองว่าจะคืนที่ดินให้โจทก์ เจ้าพนักงานจดบันทึกให้จำเลยลงชื่อไว้เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2514 การฟ้องคดีต้องนับตั้งแต่วันดังกล่าว โจทก์ฟ้องคดีวันที่ 14 มกราคม 2515 ถือว่าโจทก์ฟ้องคดีภายในกำหนด 1 ปีตามกฎหมาย ดังนี้ ฎีกาของโจทก์เป็นเรื่องโต้เถียงว่าโจทก์ถูกแย่งการครอบครองเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2514 มิใช่ถูกแย่งการครอบครองเมื่อ พ.ศ. 2512 ดังที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาที่ว่าโจทก์ถูกแย่งการครอบครองเมื่อไร อันจะทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องคดี เพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทได้หรือไม่ นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้ง ๔ สำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่สำนวนบุกรุกที่ดินของโจทก์ เป็นเนื้อที่ ๓๐ ไร่, ๓๐ ไร่, ๓๒ ไร่ และ ๓๐ ไร่ ตามลำดับ ขอให้ขับไล่

จำเลยทั้งสี่สำนวนให้การว่า ที่ดินที่จำเลยครอบครองเดิมเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยครอบครองมาเกิน ๑ ปีแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และคดีโจทก์ขาดอายุความ คู่ความตกลงกันเรื่องทุนทรัพย์ของแต่ละคดี คือ ๔,๕๐๐ บาท, ๔,๕๐๐ บาท, ๔,๘๐๐ บาท และ ๔,๕๐๐ บาทตามลำดับ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มิได้ฟ้องคดีภายใน ๑ ปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ จึงไม่มีสิทธิฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาท พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีนี้ทุนทรัพย์แต่ละสำนวนไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ จึงให้รับฎีกาแต่ข้อกฎหมายในเรื่องที่จำเลยเคยรับรองต่อโจทก์และทางอำเภอว่าจะยอมคืนที่ดินให้ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น จะทำให้โจทก์เรียกเอาที่พิพาทคืนหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าโจทก์ถูกจำเลยแย่งการครอบครองเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ และโจทก์ฟ้องคดีเกินกว่า ๑ ปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง จึงไม่มีสิทธิฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาท โจทก์ฎีกาว่าจำเลยเคยให้คำรับรองว่าจะคืนที่ดินให้โจทก์ เจ้าพนักงานจดบันทึกให้จำเลยลงชื่อไว้เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๔ การฟ้องคดีต้องนับตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๔ เมื่อโจทก์ฟ้องคดีวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๑๕ ถือว่าโจทก์ฟ้องคดีภายในกำหนด ๑ ปี ตามกฎหมาย ได้พิเคราะห์แล้วฎีกาของโจทก์เป็นเรื่องโต้เถียงว่าโจทก์ถูกแย่งการครอบครองเมื่อวันที่ ๑๕มกราคม ๒๕๑๔ มิใช่ถูกแย่งการครอบครองเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ ดังที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ข้อที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นมาเป็นเหตุสั่งรับฎีกาของโจทก์โดยอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายนั้น

ก็เป็นข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในเรื่องโจทก์ถูกแย่งการครอบครองเมื่อไรนั่นเอง และข้อดังกล่าวนี้เป็นการฎีกาโต้เถียงว่า โจทก์ถูกแย่งการครอบครองเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๔ปัญหาที่ว่าโจทก์ถูกแย่งการครอบครองเมื่อไร อันจะทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องคดี เพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทได้หรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ทั้งหมดจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘

Result

พิพากษายกฎีกาของโจทก์

Matter details

Panel of judges
สมชัย ทรัพยวณิช · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
Lower court
ศาลจังหวัดระยอง - นายเสวก จันทร์ผ่อง
ศาลอุทธรณ์ - นายขจร หะวานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up