Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2517 (ref. 107697)

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

อู่ซ่อมเรืออยู่ติดกับท่าเทียบเรือที่ริมทะเลสาบ มีเสาปักอยู่ห่างจากตลิ่งราว 23 เมตร ตรงเขตติดต่ออู่ซ่อมเรือนี้มีรางเหล็ก3 รางวางเรียบขนานกันบนไม้หมอนจากอู่เรือถึงริมตลิ่งและต่อเรื่อยลงไปตามพื้นดินในทะเลสาบอีกประมาณ 30 เมตรใช้เป็นรางสำหรับวางสาลี่นำเรือขึ้นลงอู่ ปากทางเข้าอู่อีกด้านหนึ่งก็ปักเสาติดเครื่องหมายอู่เรือห่างตลิ่งราว 15 เมตรโจทก์นำเรือยนต์จับปลาขึ้นซ่อมในอู่ซ่อมเรือนี้ ขณะที่เรือของโจทก์ยังอยู่บนคานซ่อมจำเลยเป็นนายเรือผู้ควบคุมเรือยนต์เดินทะเลรู้อยู่แล้วว่ารางเหล็กคานเรือของอู่ซ่อมเรือนั้นทอดลึกลงไปในทะเลสาบด้วย จะนำเรือเข้าเทียบท่าเทียบเรือได้ถือท้ายล้ำเข้าไปในเขตอู่ซ่อมเรือ ท้องเรือจึงชนเกยขึ้นไปบนรางเหล็กท่อนกลางทำให้รางคดงอเคลื่อนหลุดจากไม้หมอน ไม้หมอนฉีกแตกใช้สาลี่ลงตามรางไม่ได้ต้องเสียเวลาซ่อมเปลี่ยนราง เป็นเหตุให้เรือของโจทก์ต้องค้างอยู่บนอู่ พฤติการณ์ของจำเลยดังนี้ถือว่าเป็นความประมาทจำเลยจะอ้างเหตุว่าเป็นเพราะรางเหล็กคานเรือรุกล้ำทางสาธารณะทั้งที่จำเลยรู้อยู่แล้วหาได้ไม่ และเมื่อเรือโจทก์ซ่อมเสร็จแล้วนำลงจากอู่ไม่ได้เพราะรางเหล็กที่จะบรรทุกสาลี่ชำรุดจากผลการกระทำโดยประมาทของจำเลย ต้องตกค้างอยู่จนกว่าจะซ่อมเปลี่ยนรางเสร็จทำให้โจทก์ขาดรายได้จากการออกเรือจับสัตว์น้ำในระยะเวลานั้นความเสียหายของโจทก์จึงเป็นผลและสัมพันธ์กับการละเมิดของจำเลยโดยตรง จำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ และหนี้นี้เกิดแต่มูลละเมิด โจทก์หาต้องบอกกล่าวทวงถามล่วงหน้าไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องเป็นใจความว่า นายถาวร ตุนภรณ์ โจทก์สำนวนแรกเป็นเจ้าของเรือยนต์ห้องเย็นเดินทะเลชื่อ ศรีปราชญ์พานิช ๒ นายสวัสดิ์ กังสนันท์ โจทก์สำนวนหลังเป็นเจ้าของเรือห้องเย็นเดินทะเลชื่อศรีโปร่งฟ้า โจทก์ทั้งสองได้นำเรือดังกล่าวว่าจ้างขึ้นคานรับการซ่อมแซมตามปกติที่อู่เรือสินสุคนธ์ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกับท่าเรือของบริษัทสินธ์ทองขนส่ง จำกัด นายถาวรโจทก์นำเรือขึ้นคานเมื่อวันที่๒๗ มกราคม ๒๕๑๐ กำหนดซ่อมเสร็จนำเรือลงจากอู่วันที่ ๒๙ เดือนเดียวกันนายสวัสดิ์โจทก์นำเรือขึ้นคานเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๑๐ กำหนดซ่อมเสร็จนำเรือลงในวันที่ ๒๘ เดือนเดียวกัน จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ทำหน้าที่เป็นนายเรือผู้ควบคุมเรือยนต์เดินทะเลชื่อสินธุทองนาวาของจำเลยที่ ๒ รับจ้างบรรทุกสินค้าเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๑๐ จำเลยที่ ๑ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ได้นำเรือสินธุทองนาวาเข้าเทียบท่าบริษัทสินธ์ทองขนส่ง

จำกัด โดยประมาท เป็นเหตุให้เรือยนต์ที่จำเลยที่ ๑ควบคุมแล่นไปชนรางเหล็กคานเรือเสียหาย ไม่สามารถใช้ถอยเรือลงสู่ทะเลสาบได้ เรือศรีปราชญ์พานิช ๒ ต้องเสียเวลาอยู่บนอู่ถึง ๑๗ วันเรือศรีโปร่งฟ้า ๑๘ วัน ขาดประโยชน์ไม่สามารถนำเรือออกหารายได้ตามปกติคิดเป็นเงินวันละ ๓,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๕๑,๐๐๐ บาท แก่นายถาวรโจทก์และ ๕๔,๐๐๐ บาท แก่นายสวัสดิ์โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๑๐ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นลูกจ้าง ไม่ได้กระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ กรณีที่เรือสินธุทองนาวา ชนเหล็กคานเรือนั้นไม่ได้เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ ๑ เรือสินธุทองนาวาชนเหล็กคานเรือไม่ได้ชนเรือโจทก์ทั้งสอง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ค่าเสียหายสูงเกินความจริง ฟ้องเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่นายถาวรโจทก์ ๑๕,๐๐๐ บาท นายสวัสดิ์โจทก์ ๑๖,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี และใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับประเด็นเรื่องละเมิดและความรับผิดนั้นได้ความว่าจำเลยที่ ๑ รู้จักอู่เรือสินสุคนธ์ซึ่งอยู่เขตติดต่อทางด้านทิศเหนือของท่าเรือบริษัทสินธ์ทองขนส่ง จำกัด ที่จำเลยที่ ๑ นำเรือสินธุทองนาวาเข้าเทียบท่าดีอยู่ก่อนแล้ว ทั้งได้เคยนำเรือขึ้นคาน รู้ว่ารางเหล็กคานเรือของอู่สินสุคนธ์นั้นลึกลงไปในทะเลสาบอีกด้วย คราวที่จำเลยนำเรือเข้าเทียบท่าแล้วไปชนรางเหล็กคานใต้น้ำก็ได้ความจากจำเลยที่ ๑ ว่า หัวเรือที่จำเลยที่ ๑ ถือท้ายล้ำเข้าไปในเขตอู่เรือ ๑ เมตรเศษ ได้เบาเครื่องหยุดเดินเครื่องแล้ว ขณะเรือลอยลำรู้สึกว่าท้องเรือสดุดจึงให้สัญญานเดินเครื่องถอยหลังเข้าเทียบท่า ภาพถ่ายหมาย ค. ที่โจทก์อ้าง ปรากฏรูปด้านหัวเรือสินธุทองนาวาเบียดเสาหลักเขตของอู่จนเอนลู่เข้าหาด้านในจำเลยที่ ๑ ก็รับว่าเป็นภาพเรือที่จำเลยที่ ๑ ควบคุมในวันเกิดเหตุ และว่าเสาต้นตั้งตรง (ทางซ้ายของภาพ) เป็นเสาเขตท่าเรือต้นเอนเป็นเสาเขตอู่ซึ่งทั้ง ๒ เสานี้โจทก์นำสืบว่าปักอยู่เสมอในระดับเดียวกัน

ได้ความว่ารางเหล็กใต้น้ำที่ถูกชนเสียหายอยู่ลึกใต้ระดับน้ำประมาณ ๗-๘ ฟุต จำเลยที่ ๑รับว่าในเที่ยวเกิดเหตุ เรือสินธุทองนาวาที่จำเลยที่ ๑ เป็นนายเรือควบคุมบรรทุกสินค้าเต็มลำเรือกินน้ำลึกประมาณ ๘ ฟุต พิเคราะห์ขณะเกิดเหตุเรือที่จำเลยที่ ๑ ควบคุมบรรทุกน้ำหนักมากกว่าปกติ เรือจึงกินน้ำลึกจำเลยรู้ดีอยู่แล้วว่าหน้าอู่เรือสินสุคนธ์มีคานรางเหล็กอยู่ใต้น้ำ จำเลยที่ ๑ยังนำเรือแล่นเลยท่าเทียบ หัวเรือล้ำและเบียดจนเสาเขตอู่เรือเอนเป็นเหตุให้ชนคานเหล็กใต้น้ำเสียหาย พฤติการณ์ของจำเลยฟังได้ว่าเป็นความประมาทจะอ้างเหตุเพราะรางเหล็กคานเรือของอู่รุกล้ำทางน้ำสาธารณะทั้งที่รู้อยู่แล้วหาได้ไม่ที่จำเลยที่ ๒ อ้างเหตุว่าไม่ต้องร่วมรับผิด

เพราะขณะเกิดเหตุได้ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดอ่าวไทยขนส่งเช่าเรือสินธุทองนาวาไป จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัดอ่าวไทยขนส่ง ก็คงมีแต่ตัวจำเลยที่ ๒ เบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีหลักฐานอื่นใดสนับสนุน ห้างหุ้นส่วนอ่าวไทยขนส่งจะมีตัวตนอยู่จริงเพียงใดหรือไม่ก็ไม่มีหลักฐานแสดง ตามสำนวนคดีแพ่งของศาลจังหวัดสงขลาหมายเลขแดงที่ ๔/๒๕๑๑ ระหว่าง นายสุศาสตร์สุคนธะตามร์ โจทก์ นายทองใบ กุชนันท์ ที่ ๑ นายณรงค์ ฉัตรดอกไม้ไพร ที่ ๒ จำเลย จำเลยถูกฟ้องกรณีเรือสินธุทองนาวาชนรางเหล็กคานเรือคราวเดียวกันนี้จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ในเรื่องให้เช่า กลับฟ้องแย้งเรียกค่าที่เรือเสียหายต้องซ่อมเพราะการชนรางเหล็ก และผลที่สุดก็ยอมตกลงรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในคดีนั้น

รูปคดีฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ ใช้เรือสินธุทองนาวารับส่งสินค้าโดยมีจำเลยที่ ๑ เป็นนายท้ายผู้ควบคุมเรือ การที่จำเลยที่ ๑นำเรือเข้าจอดเทียบท่าเพื่อรับส่งสินค้าและเรือได้ชนรางเหล็กคานเรือของโจทก์โดยประมาทเช่นนี้ เป็นการกระทำในทางการที่จ้าง จำเลยที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดที่จำเลยที่ ๑ ได้กระทำไป ส่วนในเรื่องค่าเสียหาย โจทก์มีนายสุศาสตร์ สุคนธะตามร์ เจ้าของอู่นางจงจิตต์ จารุพันธ์ ผู้จัดการอู่ในขณะเกิดเหตุ นายเล็ก อับดุลลี และนายนวม เหมสุกรี คนงานของอู่เป็นพยานประกอบคำเบิกความของโจทก์ว่าได้นำเรือขึ้นคานซ่อมเครื่องและตอกหมันเล็กน้อยตามปกติ เรือศรีโปร่งฟ้าของนายสวัสดิ์ กังสนันท์ โจทก์ซ่อมเสร็จและกำหนดจะนำลงจากอู่ในวันที่๒๘ มกราคม ๒๕๑๐ ส่วนเรือศรีปราชญ์พานิช ๒ ของนายถาวร

ตุนภรณ์ โจทก์ก็ซ่อมเสร็จตามกำหนดและจะนำลงได้ในวันที่ ๒๙ เดือนเดียวกัน เรือโจทก์เป็นเรืออวนห้องเย็นใช้สำหรับจับสัตว์น้ำในท้องทะเล นำขึ้นซ่อมเล็กน้อยก่อนนำออกทะเลในคราวต่อไป แต่นำลงจากอู่ไม่ได้ เพราะรางเหล็กคานเรือที่จะบรรทุกสาลี่นำลงชำรุดจากผลการกระทำการโดยประมาทของจำเลยที่ ๑ ต้องตกค้างอยู่บนอู่ถึง ๑๗ และ ๑๘ วันตามลำดับ ขาดรายได้ที่ควรจะหาได้จากการออกเรือจับสัตว์น้ำในทะเลในระหว่างระยะเวลาที่ค้างอยู่บนคานเรือในอู่ ความเสียหายของโจทก์จึงเป็นผลและสัมพันธ์กับการละเมิดของจำเลยโดยตรง ไม่มีเหตุที่จำเลยจะไม่ต้องรับผิดทั้งเป็นหนี้อันเกิดแต่มูลละเมิด หาจำต้องบอกกล่าวทวงถามล่วงหน้าไม่ ส่วนจำนวนค่าเสียหายที่ศาลล่างกำหนดให้จำเลยชดใช้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยว่าเป็นจำนวนสมควรกับความเสียหายที่โจทก์ได้รับจากผลการละเมิดของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองสำนวนมิได้แก้ฎีกา จึงไม่ให้ค่าทนายความชั้นฎีกา

Matter details

Panel of judges
อุดม จาละ · กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ
Lower court
ศาลจังหวัดสงขลา - นายสมโพธิ ชุทรานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายยง โรจนสุพจน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7383/2558

อ. ครูประจำชั้นของโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนของจำเลยมีส่วนประมาทเลินเล่อในการดูแลความปลอดภัยของโจทก์โดยละเลยไม่รีบนำโจทก์ไปให้แพทย์ตรวจรักษาดวงตา หลังจากทราบว่าโจทก์ถูกเด็กชาย ณ. ใช้หนังยางยิ…

Supreme Court Judgment No. 2959/2529

คดีฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากผู้กระทำละเมิดแม้จะมิได้บรรยายฟ้องว่าค่าขาดไร้อุปการะเป็นค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์มีสิทธิจะได้รับตามกฎหมายโจทก์ที่1ที่2ควรได้เป็นรายเดือนรายปีคนละเท่าใดแต่เมื่อได้ระบุจำนวน…

Supreme Court Judgment No. 174/2528

จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างขับรถของบริษัท ข.บริษัท ข.เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารประจำทางได้นำรถยนต์มาเดินร่วมในเส้นทางเดินรถของจำเลยที่ 1โดยพ่นสีเดียวกับสีรถยนต์โดยสารประจำทางของจำเลยที่ 1 และมีตราของจำเลยที่…

Supreme Court Judgment, B.E. 2517 (ref. 29560)

อู่ซ่อมเรืออยู่ติดกับท่าเทียบเรือที่ริมทะเลสาบ มีเสาปักอยู่ห่างจากตลิ่งราว 23 เมตร ตรงเขตติดต่ออู่ซ่อมเรือนี้มีรางเหล็ก 3 รางวางเรียบขนานกันบนไม้หมอนจากอู่เรือถึงริมตลิ่งและต่อเรื่อยลงไปตามพื้นดินในทะ…

Supreme Court Judgment No. 1576/2506

จำเลยขับรถยนต์ประมาทชนผู้ตาย เป็นเหตุให้นาฬิกา แว่นตา ที่ติดตัวผู้ตายสูญหายไปนั้น จำเลยต้องชดใช้แทนให้ค่าปลงศพ ค่าใช้ราคาทรัพย์ และค่าขาดไร้อุปการะ เป็นค่าสินไหมทดแทนที่ต้องชดใช้ด้วยเงิน การที่ศาลกำหน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up