Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1086/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่ผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจได้ตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยและพยานที่ลงชื่อไว้ต่อหน้าศาลและที่ลงชื่อไว้ในด้านหน้าของสัญญาจะซื้อขายเปรียบเทียบกับลายมือชื่อของผู้ที่ลงชื่อไว้ในด้านหลังของสัญญาจะซื้อขายแล้วมีความเห็นว่าลายมือชื่อที่ตรวจทั้งสองแห่งไม่ใช่เป็นลายมือชื่อของบุคคลเดียวกันความเห็นของผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญจะมิได้มาเบิกความประกอบรายงานการตรวจพิสูจน์ก็เป็นพยานหลักฐานที่รับฟังได้ตามป.วิ.พ.มาตรา130.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2522 โจทก์กับจำเลยได้ตกลงทำสัญญาจะซื้อขายที่ดิน ตาม น.ส. 3 เลขที่ 891/839 ทะเบียนเล่ม 39 หน้า 170 อยู่หมู่ที่ 4 ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยองจังหวัดระยอง เนื้อที่ 2 ไร่ 96 ตารางวา ของจำเลย ในราคา 9,000 บาทตกลงจะไปจดทะเบียนโอนที่ดินให้โจทก์ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2522จำเลยได้รับเงินมัดจำไปจากโจทก์จำนวน 7,000 บาท หากจำเลยผิดสัญญายอมให้ฟ้องบังคับตามสัญญาและยินยอมชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 3,500 บาท ต่อมาวันที่ 25 พฤศจิกายน 2522 โจทก์ได้ชำระราคาส่วนที่เหลืออีก 2,000 บาท ให้จำเลย และตกลงกันใหม่ว่าจำเลยจะไปจดทะเบียนโอนที่ดินให้โจทก์ภายในเดือนมกราคม 2523 หากผิดสัญญาไม่โอนที่ดินให้โจทก์ภายในกำหนด

จำเลยยอมใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 40,000 บาท ต่อมาวันที่ 27 พฤศจิกายายน 2522 โจทก์และจำเลยได้ไปยังสำนักงานที่ดินอำเภอเมืองระยองเพื่อยื่นเรื่องราวขอขายที่ดิน ครั้นเมื่อครบกำหนดตามสัญญาจำเลยกลับบิดพลิ้วไม่ยอมจดทะเบียนโอนที่ดินให้โจทก์ ขอให้ศาลบังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมโอนก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน40,000 บาท ด้วยจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้รับเงินส่วนที่เหลือ 2,000 บาทจากโจทก์และไม่เคยตกลงว่าจะใช้ค่าเสียหายจำนวน 40,000 บาทเอกสารการรับเงินตลอดจนข้อความที่ว่าจำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหาย40,000 บาท ที่อยู่ด้านหลังสัญญาจะซื้อขายท้ายฟ้องนั้นเป็นเอกสารที่โจทก์กับพวกได้ร่วมกันปลอมขึ้น

โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ไปจดทะเบียนโอนที่ดินจำเลยจึงริบเงินมัดจำและสัญญาเป็นอันเลิกกันขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือให้แก่จำเลย ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมโอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นจำนวนเงิน 15,000 บาทจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทางฝ่ายจำเลยได้ขอให้ศาลส่งลายมือชื่อในช่องผู้จะขาย และลายมือชื่อในช่องพยานที่ลงไว้ในบันทึกการรับเงิน2,000 บาท ซึ่งอยู่ด้านหลังของสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.1ซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นลายมือชื่อของจำเลยและนายจ้อนนั้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญ

กองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์เทียบเคียงกับลายมือชื่อจำเลยและนายจ้อน รอดพ้น ซึ่งลงชื่อไว้ต่อหน้าศาลและเทียบเคียงกับลายมือชื่อจำเลยและนายจ้อนที่ลงไว้ในด้านหน้าของเอกสารหมาย จ.1 ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการตรวจพิสูจน์แล้วมีความเห็นว่าลายมือชื่อในช่องผู้จะขายและในช่องพยานซึ่งอยู่ด้านหลังของเอกสารหมาย จ.1 นั้น ไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกันกับลายมือชื่อตัวอย่างและลายมือชื่อของจำเลยและนายจ้อนที่ลงไว้ในด้านหน้าของเอกสารหมาย จ.1 ดังปรากฎรายละเอียดตามรายงานการตรวจพิสูจน์ที่ผู้เชี่ยวชาญได้ส่งศาลไว้ ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวนั้น ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญจะมิได้มาเบิกความประกอบรายงานการตรวจพิสูจน์

ก็เป็นพยานหลักฐานที่รับฟังได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 130 เมื่อผลของการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้จะขายและพยานในบันทึกการรับเงินด้านหลังเอกสารหมายหมาย จ.1 เป็นเช่นนี้ ที่โจทก์อ้างว่าได้ชำระเงินส่วนที่เหลืออีก 2,000 บาท ให้แก่จำเลยไปแล้วนั้น จึงเชื่อฟังไม่ได้คดีมีเหตุผลน่าเชื่อว่า เมื่อโจทก์และจำเลยไปยื่นเรื่องราวขอโอนที่ดินเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2522 นั้น โจทก์จำเลยได้ตกลงกันว่าจะไปจัดการจดทะเบียนโอนที่ดินและชำระเงินส่วนที่เหลือในวันที่ 28 ธันวาคม 2522 แต่โจทก์ไม่ไปตามนัด โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ไม่มีสิทธิที่จะนำคดีมาฟ้อง ซึ่งศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยถึงประเด็นข้ออื่นอีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่พิพาทแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นฟ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 3,000 บาท.

Matter details

Panel of judges
เสวก จันทร์ผ่อง · สหัส สิงหวิริยะ · สาระ เสาวมล
Source
สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 12183/2547

โจทก์จำเลยท้ากันว่า ให้ศาลส่งลายมือชื่อของจำเลยในสัญญากู้กับตัวอย่างลายมือชื่อของจำเลยไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ ถ้าผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าลายมือชื่อในสัญญากู้เป็นลายมือชื่อของจำเลยจริง จำเลยยอมแพ…

Supreme Court Judgment No. 4693/2545

การแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อในเอกสารประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 130 บัญญัติให้ผู้เชี่ยวชาญอาจแสดงความเห็นด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ แล้วแต่ศาลจะต้องการ เมื่อพันตำ…

Supreme Court Judgment No. 244/2545

ทรัพย์ของแผ่นดินจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสภาพของตัวทรัพย์นั้นว่าราษฎรได้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันหรือไม่ ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินสาธารณประโยช…

Supreme Court Judgment No. 986/2541

โจทก์ได้ระบุไว้ในบัญชีระบุพยานโจทก์ว่า ณ.เป็นผู้เชี่ยวชาญศาลและต่อมาได้ขอส่งรายงานของ ณ.ตามคำแถลงของ ณ.โดยจำเลยที่ 3 มิได้คัดค้านว่า ณ.มิใช่เป็นผู้เชี่ยวชาญศาล จึงต้องถือว่า ณ.ได้ลงชื่อเป็นผู้เชี่ยวชา…

Supreme Court Judgment No. 3847/2535

กรณีจะเป็นฟ้องซ้อนได้นั้น จะต้องเป็นเรื่องโจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกันหรือต่อศาลอื่น เมื่อคดีก่อนของศาลชั้นต้นมีประเด็นเดียวกันกับคดีนี้ ว่าจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนจำนองหรือไม่ แต่คด…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up