Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 108772)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องจำเลยว่าได้ กระทำผิดในเรื่องเดียวกันหกสำนวน ซึ่งเกี่ยวเนื่องกันและศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน การฟังพยานหลักฐานก็ต้องฟังรวมเป็นคดีเดียว กันเมื่อศาลฎีกาได้ ยกปัญหาข้อกฎหมายของโจทก์ร่วมสำนวนที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ขึ้นวินิจฉัยแม้ฎีกา ของจำเลยในข้ออื่นจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในสำนวนของโจทก์ร่วมดังกล่าวได้ และย่อมมีอำนาจพิจารณาไปถึงข้อเท็จจริงในสำนวนที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ซึ่งต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ด้วย หากการกระทำของจำเลยในสำนวนใดไม่เป็นความผิดศาลฎีกาก็ย่อมยกฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งหกสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยโจทก์ทั้งหดสำนวนฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗, ๘๐, ๒๗๙, ๒๘๕, ๙๑ และขอให้นับโทษจำเลยทุกสำนวนติดต่อกันด้วย

จำเลยทั้งหกสำนวนให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น มารดาของผู้เสียหายแต่ละสำนวนได้รับอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗, ๘๐, ๒๘๕ รวม ๕ กระทง มีความผิดฐานกระทำอนาจารตามมาตรา ๒๗๙, ๒๘๕ รวม ๕ กระทง ลงโทษทุกกระทงความผิดและนับโทษติดต่อกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ความผิดกระทงแรกจำคุกกระทงละ ๗ ปี ความผิด ๕ กระทงหลังจำคุกกระทงละ ๕ เดือน รวมจำคุกทั้งสิ้น ๓๗ ปี ๖ เดือน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ เนื่องจากจำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนคงจำคุกจำเลย ๒๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมสำนวนที่ ๒ ที่ ๔ ที่ ๖ และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมสำนวนที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๖ ว่า การที่จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน แต่ให้การปฏิเสธ ไม่ได้ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนมิใช่เป็นการลุแก่โทษ ไม่เข้าเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะลดโทษให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า ภายหลังการกระทำผิดจำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนโดยดี ถือได้ว่าเป็นการลุแก่โทษ อันเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ที่ศาลอุทธรณ์ลดโทษให้แก่จำเลยหนึ่งในสามนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ร่วมสำนวนที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๖ ฟังไม่ขึ้น เมื่อได้ยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยแล้ว แม้ฎีกาของจำเลยในข้ออื่นจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในสำนวนของโจทก์ร่วมสำนวนที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๖ แต่เนื่องจากคดีทั้งสามสำนวนนี้เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องจำเลยว่าได้กระทำผิดในเรื่องเดียวกันอีก ๓ สำนวน ซึ่งได้กระทำผิดเกี่ยวเนื่องกันและศาลได้มีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเป็นคดีเดียวกันแล้ว

การฟังพยานหลักฐานก็ต้องฟังรวมเป็นคดีเดียวกัน เมื่อจำต้องฟังพยานหลักฐานรวมกันเช่นนี้หากการกระทำของจำเลยในสำนวนใดไม่เป็นความผิดแล้ว ศาลฎีกาก็ย่อมมีอำนาจพิจารณาไปถึงข้อเท็จจริงในสำนวนที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๕ ซึ่งต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕...."

Result

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา ๒๘๕ รวม ๒ กระทง ให้จำคุกกระทงละ ๔ ปี รวมเป็นโทษจำคุก ๘ ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยตามมาตรา ๗๘ หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลย ๖ ปี ข้อหานอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ประเสริฐ บุญศรี · สุทิน นนทแก้ว · บุญส่ง วรรณกลาง
Lower court
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสิทธิชัย รุ่งตระกูล
ศาลอุทธรณ์ - นายไพริน มะนุญพร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 21591)

โจทก์ฟ้องจำเลยว่าได้ กระทำผิดในเรื่องเดียว กันหกสำนวนซึ่ง เกี่ยวเนื่องกันและศาลชั้นต้นได้ มีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเป็นคดีเดียว กัน การฟังพยานหลักฐานก็ต้อง ฟังรวมเป็นคดีเดียว กันเมื่อศาลฎีกาได้ ยกปัญหา…

Supreme Court Judgment No. 2280/2559

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศฯ มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 292 (2) เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่จะใช้ดุลพินิจพิจารณาเหตุผลตามรูปคดี…

Supreme Court Judgment No. 2872/2549

การที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 15 ปี ริบของกลางและให้จำเลยใช้เงินจำนวน 8,770,000 บาท แก่โจทก์ร่วม เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค…

Supreme Court Judgment No. 4902/2545

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงว่า โจทก์เป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทตามฟ้องหรือไม่ ในการวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวศาลต้องพิจารณาคำฟ้องและคำให้การด้วยว่า ที่โจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของรวมนั้นอ้างโดยอาศัยเห…

Supreme Court Judgment No. 2141/2544

จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดในความสูญหายและเสียหายของสินค้าตามฟ้องเพราะความสูญหายและเสียหายเกิดจากภยันตรายหรืออุบัติเหตุ แห่งท้องทะเลหรือน่านน้ำที่ใช้เดินเรือ ดังนั้น ข้อเท็จจริงที่ว่าค…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up