คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าเดิม ฉ.เป็นหนี้จำเลยต่อมาจำเลยกับ ฉ.พากันไปหาโจทก์ แล้วฉ.กู้เงินโจทก์ไป ๔๕๐๐ บาท โดยเอาไปใช้หนี้จำเลย จำเลยพูดรับรองว่าให้โจทก์เป็นเจ้าหนี้แทนจำเลย ๆ จะไม่ให้โจทก์ต้องเสียหาย ทั้งจะจัดการให้ ฉ.จำนองด้วย ภายหลังจำเลยฟ้องเรียกเงินจาก ฉ.ตามสัญญาเดิม แลยึดที่นา ฉ.ขายทอดตลาด
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำให้โจทก์เสียหาย จึงฟ้องขอให้จำเลยใช้เงิน ๔๕๐๐ บาทให้โจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าการพูดรับรองเช่นนั้น เข้าอยู่ในลักษณค้ำประกัน ไม่ใช่ละเมิดแต่การรับรองไม่มีหนังสือเป็นหลักฐานลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยรับผิดในเงินจำนวนนี้หาได้ไม่ ตามประมวลแพ่ง ฯ มาตรา ๒๘๐ วรรค ๒
Result
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์