คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของ บรรณาธิการ ผู้พิมพ์โฆษณา หนังสือพิมพ์แผ่นดินทอง หมิ่นประมาทใส่ความนายสุชาติ บุญเกษม ต่อผู้อื่น โดยการโฆษณาลงข่าวในหนังสือพิมพ์ ช่องสังคมอยุธยา โดยทิดแก้ว ว่า "วันก่อนเดินผ่านตลาดหัวรอได้ยินเสียงเจ๊แต๋ว มาดามของคุณประสิทธิ์ มานะประเสริฐศักดิ์ บก.แหลมทองตะโกนลั่นกลางตลาดว่า ถ้าคนที่ชื่อสุชาติ บุญเกษม เดินผ่านหน้าร้านเมื่อไรจะถอดรองเท้าตบหน้าสักที เสียเท่าไหร่ก็ยอม จริงหรือเปล่าจ๊ะเจ๊ "ทิดแก้ว"กลัวจะไม่จริงดังปากว่าเท่านั้นแหละแฮะ ๆ" เป็นการยุยงและประจานนายสุชาติบุญเกษม ทำให้นายสุชาติ บุญเกษม เสียชื่อ ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328นายสุชาติ บุญเกษม ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาตเดิม
จำเลยให้การปฏิเสธ เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยถอนคำให้การเดิม ให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อความที่จำเลยโฆษณาเป็นเพียงคำหยาบ และคำกล่าวพยาบาท ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษายกฟ้องโจทก์ร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีนี้แล้ว คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าของ บรรณาธิการผู้พิมพ์โฆษณา หนังสือพิมพ์แผ่นดินทอง ได้โฆษณาลงข่าวในหนังสือพิมพ์แผ่นดินทอง ฉบับที่ 23 วันที่ 1 ธันวาคม 2517 ปีที่ 1 หน้า 2 ช่องสังคมอยุธยาโดยทิดแก้ว ว่า "วันก่อนเดินผ่านตลาดหัวรอได้ยินเสียงเจ๊แต๋ว มาดามของคุณประสิทธิ์ มานะประเสริฐศักดิ์ บก.แหลมทอง ตะโกนลั่นกลางตลาดว่าถ้าคนที่ชื่อสุชาติ บุญเกษม เดินผ่านหน้าร้านเมื่อไร จะถอดรองเท้าตบหน้าสักทีเสียเท่าไหร่ก็ยอมจริงหรือเปล่าจ๊ะเจ๊ "ทิดแก้ว" กลัวจะไม่จริงดังปากว่าเท่านั้นแหละแฮะ ๆ" ข้อความดังนี้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นข้อความดูหมิ่นนายสุชาติ บุญเกษม หรือโจทก์ร่วม เพราะเป็นข้อความที่ทำให้โจทก์ร่วมบังเกิดความอับอาย และเมื่อข้อความดังกล่าวนี้จำเลยเป็นผู้ทำให้เกิดขึ้นปรากฏแก่คนทั้งหลายในหนังสือพิมพ์จึงเป็นการดูหมิ่นโจทก์ร่วมด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393และถือว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษในฐานนี้ ซึ่งไม่ถึงกับเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 อันเป็นเรื่องหมิ่นประมาทด้วยการใส่ความ และเป็นการอ้างบทมาตราที่ผิด กรณีเช่นนี้ศาลลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสี่พิพากษากลับ ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393ให้ปรับ 300 บาท ถ้าไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามมาตรา 29, 30