Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 11069/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จ. ลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องผ่อนชำระหนี้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2537 โจทก์จะขอบังคับคดีได้หลังวันที่ 31 กรกฎาคม 2537 ไปแล้ว กำหนดเวลา 10 ปี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 ย่อมเริ่มนับแต่วันที่โจทก์อาจขอดำเนินการบังคับคดีได้ คือวันที่ 1 สิงหาคม 2537 เป็นต้นไป ซึ่งจะครบกำหนดภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2547 แม้ปรากฏว่า จ. ลูกหนี้ตามคำพิพากษาขอขยายระยะเวลาการชำระหนี้ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2538 เป็นผลให้แตกต่างไปจากคำพิพากษาตามยอมก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงข้อตกลงนอกศาลของคู่ความในชั้นบังคับคดีไม่อาจส่งผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาและกำหนดเวลาของการบังคับคดีแต่อย่างใด อีกทั้งกำหนดเวลาของการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 ไม่ใช่อายุความ ดังนี้การที่โจทก์ไปยึดทรัพย์ของลูกหนี้มาชำระหนี้บางส่วนเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2545 จึงไม่ทำให้กำหนดเวลาบังคับคดีสะดุดหยุดลงหรือขยายออกไปได้อีก โจทก์มีสิทธิบังคับคดีสำหรับหนี้ตามคำพิพากษาที่ยังค้างของ จ. ลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายในกำหนด 10 ปี คือภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2547 และเมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวโจทก์ย่อมหมดสิทธิที่จะบังคับเอากับ จ. ลูกหนี้ตามคำพิพากษาอีกต่อไปตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 จำเลยทั้งสองและ ส. ในฐานะผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดด้วยตาม ป.พ.พ. มาตรา 698

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินแก่โจทก์ 113,521,435.59 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี จากต้นเงิน 37,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งในชั้นฎีการับฟังว่า นายจรัส เป็นลูกหนี้ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นวธนกิจ จำกัด (มหาชน) 37,000,000 บาท จากการขายลดเช็คและตั๋วเงิน ต่อมานายจรัสผิดนัดชำระหนี้ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นวธนกิจ จำกัด (มหาชน) ฟ้องนายจรัสเป็นคดีที่ศาลแพ่ง ต่อมาศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาตามยอมให้นายจรัสชำระเงินแก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นวกิจ จำกัด (มหาชน) 44,352,876.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ของต้นเงิน 37,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยตกลงจะชำระให้เสร็จภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2537 หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองรวม 3 แปลง ออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นต่อไป

ปรากฏตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอม แต่เมื่อครบกำหนดแล้วนายจรัสไม่สามารถชำระหนี้ได้และนายจรัสได้ขอขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2538 ต่อมานางสมถวิลและจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ต่อบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นวธนกิจ จำกัด (มหาชน) โดยนางสมถวิลกับจำเลยที่ 1 ทำสัญญาค้ำประกันและจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกัน ครั้นวันที่ 16 กรกฎาคม 2540 นางสมถวิลถึงแก่ความตาย โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นทายาทโดยธรรม ต่อมาโจทก์รับโอนสินทรัพย์และสิทธิเรียกร้องของจำเลยในคดีนี้มาจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นวธนกิจ จำกัด (มหาชน) ตามสัญญาโอนสินทรัพย์และหนี้สิน และโจทก์ได้ยึดที่ดินอันเป็นทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดได้เงินมาชำระหนี้บางส่วน แต่ไม่ได้บังคับคดีนายจรัสซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายในกำหนดเวลา 10 ปี

มีประเด็นวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า จำเลยทั้งสองและจำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทโดยธรรมของนางสมถวิลซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ นายจรัสลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องผ่อนชำระหนี้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2537 ดังนี้ โจทก์จะขอบังคับคดีได้หลังวันที่ 31 กรกฎาคม 2537 ไปแล้ว กำหนดเวลา 10 ปี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ย่อมเริ่มนับแต่วันที่โจทก์อาจขอดำเนินการบังคับคดีได้ คือวันที่ 1 สิงหาคม 2537 เป็นต้นไป ซึ่งจะครบกำหนดภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2547 แม้ปรากฏว่านายจรัสลูกหนี้ตามคำพิพากษาขอขยายระยะเวลาการชำระหนี้ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2538 เป็นผลให้แตกต่างไปจากคำพิพากษาตามยอมก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงข้อตกลงนอกศาลของคู่ความในชั้นบังคับคดี

ไม่อาจส่งผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาและกำหนดเวลาของการบังคับคดีแต่อย่างใด อีกทั้งกำหนดเวลาของการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ไม่ใช่อายุความ ดังนี้ การที่โจทก์ไปยึดทรัพย์ของลูกหนี้มาชำระหนี้บางส่วนเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2545 จึงไม่ทำให้กำหนดเวลาบังคับคดีสะดุดหยุดลงหรือขยายออกไปได้อีก โจทก์จึงมีสิทธิบังคับคดีสำหรับหนี้ตามคำพิพากษาที่ยังค้างของนายจรัสลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายในกำหนด 10 ปี คือภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2547 และเมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวโจทก์ย่อมหมดสิทธิที่จะบังคับเอากับนายจรัสลูกหนี้ตามคำพิพากษาอีกต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 จำเลยทั้งสองและนางสมถวิลในฐานะผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698 ที่โจทก์อุทธรณ์อ้างว่า

แม้นายจรัสลูกหนี้ตามคำพิพากษาหลุดพ้นความรับผิด แต่จำเลยทั้งสองและนางสมถวิลในฐานะผู้ค้ำประกันไม่หลุดพ้นความรับผิดไปด้วยเพราะบุคคลทั้งสามมีข้อสัญญาพิเศษยอมรับผิดเกินกว่าความรับผิดของลูกหนี้ชั้นต้นและอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2505 มาด้วย พิเคราะห์สัญญาค้ำประกันแล้ว ปรากฏว่าผู้ค้ำประกันให้สัญญาเพียงว่า หากลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้หรือกระทำการใดๆ เป็นเหตุให้เจ้าหนี้ไม่ได้รับการชำระหนี้ หรือลูกหนี้ล้มละลาย หรือตาย หรือกลายเป็นบุคคลผู้ไร้ความสามารถ หรือสาบสูญ หรือไปเสียจากถิ่นที่อยู่ หรือหาตัวไม่พบ หรือมีกรณีอื่นใดอันกระทำให้เจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน ผู้ค้ำประกันยอมเข้ารับผิดร่วมกับลูกหนี้ในอันที่จะต้องชำระหนี้นั้นทันที

ไม่ปรากฏข้อตกลงหรือสัญญาพิเศษให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดหนักกว่าหรือเกินไปกว่าความรับผิดของลูกหนี้ดังที่โจทก์อ้างแต่ประการใด ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างมานั้นก็มีข้อเท็จจริงไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองและนางสมถวิลมีลักษณะเป็นข้อสัญญาพิเศษจึงฟังไม่ขึ้น และที่โจทก์ยกข้ออ้างเป็นประการสุดท้ายว่า โจทก์มาฟ้องจำเลยทั้งสองและนางสมถวิลในวันที่ 28 มิถุนายน 2548 อันเป็นการฟ้องภายในกำหนดอายุความ 10 ปี ฟ้องโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ เห็นว่า แม้อายุความในการฟ้องร้องผู้ค้ำประกันจะมีกำหนด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ก็ตาม แต่เหตุที่จำเลยทั้งสองและนางสมถวิลผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์มิใช่เป็นเพราะฟ้องโจทก์ขาดอายุความ แต่เป็นเพราะโจทก์มิได้บังคับคดีให้ลูกหนี้ชั้นต้นชำระหนี้จนพ้นกำหนดเวลาบังคับคดี

โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะบังคับเอากับลูกหนี้ชั้นต้นอีกต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 จำเลยทั้งสองและนางสมถวิลผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดตามไปด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698 จึงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์เป็นการชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · ไชยยงค์ คงจันทร์ · ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์
Lower court
ศาลแพ่ง - นายอำนาจ โชติชะวารานนท์
Supreme Court black case no.
พ.1411/2550
Trial court black case no.
พ1685/2548
Trial court red case no.
พ3363/2549
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2790/2549

แม้โจทก์มิได้แจ้งให้จำเลยทราบถึงการต่ออายุสัญญาจ้างโดยไม่ชักช้าตามที่ระบุไว้ในสัญญาค้ำประกันข้อ 2 ตอนท้ายก็ตาม ข้อความตอนท้ายดังกล่าวก็มิใช่สาระสำคัญอันเป็นเงื่อนไขว่าหากมิได้ปฏิบัติตามแล้วจะทำให้ข้อค…

Supreme Court Judgment No. 7982/2547

โจทก์รับจำเลยที่ 1 เข้าทำงานโดยมีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันการทำงานระหว่างทำงานจำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพนี้มีข้อความว่า จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าได้รับเงินจากลูกค้าแล้วไม่นำเงินส่งแก่โจทก์และขอชำระเงินด…

Supreme Court Judgment No. 7143/2546

จำเลยร่วมซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทกับโจทก์ ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์ยอมทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินพิพาททั้งสองแปลงคืนจากจำเลยร่วม หากโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อเสร็จสิ้น จำเลยร่วมยอมให้ท…

Supreme Court Judgment No. 1507/2538

ป.พ.พ. มาตรา 733 ไม่ใช่บทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้จำนองอาจตกลงกับผู้รับจำนองเป็นประการอื่นได้ แม้ข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ระบุว่าถ…

Supreme Court Judgment No. 1856/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะหน่วยงานของรัฐให้รับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติอ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up