คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยอย่าให้ขัดขวางในการที่โจทก์ขอให้อำเภอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนที่ดินมรดกเป็นเนื้อที่ 3 ใน 4 ส่วน หากแบ่งที่ดินกันไม่ตกลง ขอให้ขายทอดตลาดได้เงินเท่าใดแบ่งให้โจทก์3 ใน 4 ส่วนจำเลยให้การต่อสู้คดีก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษา คู่ความแถลงว่า ตกลงกันได้แล้วโดยตกลงกันแบ่งที่ดินคนละครึ่ง จำเลยได้ด้านทิศเหนือ โจทก์ได้ด้านทิศใต้ โจทก์จำเลยตกลงจะไปแบ่งกันเอง และจะแถลงให้ศาลทราบต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำร้องอ้างว่าข้อตกลงนั้นโจทก์เสียเปรียบ จะได้แต่ที่ดอนซึ่งเป็นป่าขอให้เรียกจำเลยมาทำความตกลงกันใหม่ จำเลยแถลงคัดค้านว่าข้อตกลงนั้นเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อตกลงนั้นยังไม่เด็ดขาด
จะต้องไปรังวัดที่ดินแบ่งกันอีกครั้งหนึ่งยังไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรส และทรัพย์มรดกของนายพรหมหรือพรม โคคำ โจทก์มีสิทธิได้รับสินสมรสและมรดก 3 ใน 4 ส่วน จำเลยมีสิทธิได้รับมรดก 1 ใน 4 ส่วนจำเลยอุทธรณ์ว่า ข้อตกลงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความศาลชอบที่จะพิพากษาไปตามข้อตกลงนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ข้อตกลงของคู่ความตามที่แถลงไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลนั้น เป็นข้อตกลงกันในประเด็นแห่งคดีโดยมิได้มีการถอนคำฟ้อง ศาลชอบที่จะพิพากษาไปตามข้อตกลงนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงแห่งคดีต่อไปพิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาไปตามข้อตกลงที่จดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น