คำฟ้องและคำให้การ
จำเลยไม่รับหน้าที่เป็นทนายแก้ต่างนายเคลือบซึ่งต้องหาว่าชิงทรัพย์ตามที่ศาลราชบุรีขอแรงเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๔๘๑ และ ฯลฯ เป็นการผิดมรรยาททนายความ จำเลยคัดค้านในข้อกฎหมายว่า (๑) จำเลยคดติอาญาที่ศาลขอแรงทนายช่วยแก้ต่างนั้นต้องปรากฎว่าเป็นคนยากจนแต่นายเคลือบนั้นไม่ปรากฎว่าเป็นคนยากจน (๒) พนักงานอัยยการไม่มีสิทธิว่าคดีนี้ (๓) กรณีนี้โจทก์ร้องล่วงเลยอายุความตาม พ.ร.บ.ทนายความ ๒๔๗๗
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า (๑) ข้อบังคับว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.๒๔๕๗ ข้อ ๑๒ ซึ่งกล่าวถึงคดีอาญาที่ศาลขอแรงทนายให้ช่วยแก้ต่างจำเลยนั้นเพ่งไปในทางจำเลยเป็นคนยากจนคนไร้ก็จริงอยู่ แต่ต่อมาประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๑๗๓ ขยายถึง ดีดอุกฉกรรจ์มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ ๑๐ ปีขึ้นไป ถ้าไม่มีทนายและจำเลยต้องการก็ให้ศาลตั้งทนายให้ ไม่จำต้องจำเลยเป็นคนยากจน คดีนายเคลือบนี้มีอัตราโทษอย่างสูงถึง ๑๐ ปี ศาลจึงขอแรงจำเลยได้ เมื่อจำเลยจงใจหลีกเลี่ยงจึงเป็นผิดมรรยาททนายความ พ.ศ.๒๔๕๘ ข้อ ๑๒ (๒) โจทก์ว่าคดีนี้ได้ตาม พ.ร.บ.ทนายความฉะบับที่ ๒ พ.ศ.๒๔๘๑ และโจทก์ได้ร้องขอยกขึ้นว่าเมื่อใช้ พ.ร.บ.นี้แล้ว (๓) ศาลราชบุรีรายงานกล่าวหาจำเลยว่าทำผิดเมื่อวันที่ ๑๐/๕/๘๑ เดือนเดียวกับที่จำเลยประพฤติผิดมรรยาททนายความ หาเกิน ๖ เดือนไม่ จึงพิพากษาห้ามไม่ให้จำเลยว่าความในศาลยุติธรรม ๑ ปี ตาม พ.ร.บ.ทนายความ ๒๔๗๗ มาตรา ๑๒ ข้อ ๔
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาโดยข้อกฎหมายดังเช่นชั้นศาลอุทธรณ์
ศาลฎีกาเห็นว่าคำสั่งศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นโดยเหตุผลดังศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัย
Result
พิพากษายืนตาม