Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1129/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าออกจากที่ดินอันมี ค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือน ละสองพัน บาท และเรียกค่าเช่าอันมีทุนไม่เกินสองหมื่นบาท จำเลยให้การต่อสู้ ว่าโจทก์ตกลง ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตาม ฟ้องให้จำเลย แต่ จำเลยไม่มีเงินชำระจึงตกลง ว่าในระหว่างที่จำเลยยังไม่ ได้ ชำระค่าที่ดินงวดสุดท้ายโจทก์ให้จำเลยเช่า ที่ดินดังกล่าวโดย ชำระค่าเช่าเป็นรายปีจนกว่าจะโอน สัญญาเช่าเป็นนิติกรรมอำพราง ดังนี้ จำเลยเพียงแต่อ้างว่าจำเลยมีสิทธิที่จะอยู่ในที่ดินพิพาทได้ ตาม สัญญา มิใช่กล่าวแก้ ข้อพิพาทด้วย กรรมสิทธิ์และการที่จำเลยให้การต่อสู้ ว่าสัญญาเช่าที่ดินพิพาทเป็นนิติกรรมอำพราง ก็ไม่ใช่ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่า คดีจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 54 และ 57 เมื่อประมาณปี พ.ศ.2520-2521 จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินดังกล่าวกับโจทก์ต่อมาจำเลยไม่สามารถชำระราคาจึงได้มีการยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายแล้วจำเลยได้เช่าที่ดินดังกล่าวจากโจทก์เพื่ออยู่อาศัยต่อไปโดยปลูกบ้านเลขที่ 27 ในที่ดินดังกล่าว ทำสัญญาเช่ามีกำหนด 1 ปีค่าเช่าปีละ 2,000 บาท จำเลยได้ต่ออายุสัญญาเช่าปีต่อปีตลอดมาและเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2526 จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวมีกำหนด 1 ปี ค่าเช่าปีละ 2,400 บาท ครบกำหนด 1 ปีแล้วจำเลยมิได้ชำระค่าเช่า โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่ในที่ดินของโจทก์ต่อไปจึงบอกกล่าวให้จำเลยขนย้ายรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินทั้งสองแปลงนี้ และชำระค่าเช่าที่ค้างจำนวน 2,400 บาท

จำเลยเพิกเฉยเสีย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ปัจจุบันหากให้บุคคลอื่นเช่าที่ดินทั้งสองแปลงจะได้ค่าเช่าเดือนละ 300 บาท ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารขนย้ายรื้อถอนบ้านเลขที่ 27 และสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ ห้ามเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป หากจำเลยไม่รื้อถอนโจทก์จะเป็นผู้รื้อถอนเอง โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายกับให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,400 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ300 บาท นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2527 เป็นต้นไป ให้แก่โจทก์จนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนขนย้ายบ้านและสิ่งปลูกสร้างออกไปจำเลยให้การว่า สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินฉบับลงวันที่ 1 ธันวาคม2521 เป็นสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินของโจทก์แปลงอื่น กำหนดจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนที่ดินให้แก่จำเลยภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2522จำเลยไม่มีเงินจะชำระจึงได้ทำหนังสือเลิกสัญญาจะซื้อจะขายกันและยอมให้โจทก์ริบเงินมัดจำ

ส่วนที่ดินรายพิพาททั้งสองแปลงตามฟ้องนั้น โจทก์จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายกันเมื่อวันที่27 พฤศจิกายน 2520 ต่อมาจำเลยยังไม่มีเงินที่จะชำระให้โจทก์ครบถ้วนจึงตกลงกับโจทก์ว่า ในระหว่างที่จำเลยยังไม่ได้ชำระค่าที่ดินงวดสุดท้าย โจทก์ตกลงให้จำเลยเช่าโดยชำระค่าเช่าเป็นรายปีจนกว่าจะโอนกัน สัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวเป็นนิติกรรมอำพรางระหว่างโจทก์จำเลยและไม่ถือว่าสัญญาเช่าเป็นหลักฐานในการเลิกสัญญาจะซื้อจะขายฉบับลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2520 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ถึงแก่กรรม นางสาวประนอมบัวเล็ก ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทตามฟ้อง ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป หากจำเลยไม่รื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกไปจากที่ดินดังกล่าว ก็ให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนให้จำเลยชำระเงิน 2,400 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 250 บาท นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2527 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 2,400 บาทและค่าเสียหายอีกเดือนละ 250 บาท นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2527เป็นต้นไปแก่โจทก์จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนขนย้ายบ้านและสิ่งปลูกสร้างอื่นของจำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์เสร็จสิ้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสองพันบาท และเรียกค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์อันมีทุนทรัพย์ไม่เกินสองหมื่นบาท ที่จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์ตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินทั้งสองแปลงตามฟ้องให้จำเลย ต่อมาจำเลยไม่มีเงินชำระจึงตกลงกันว่าในระหว่างที่จำเลยยังไม่ได้ชำระค่าที่ดินงวดสุดท้าย โจทก์ให้จำเลยเช่าที่ดินทั้งสองแปลงนี้โดยชำระค่าเช่าแก่โจทก์เป็นรายปีจนกว่าจะโอนกัน สัญญาเช่าเป็นนิติกรรมอำพรางและไม่ถือว่าสัญญาเช่าเป็นหลักฐานในการเลิกสัญญาจะซื้อจะขายนั้นจำเลยเพียงแต่อ้างว่าจำเลยมีสิทธิที่จะอยู่ในที่ดินรายพิพาทได้ตามสัญญา มิใช่การกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์

เพราะจำเลยยังยอมรับอำนาจกรรมสิทธิ์ของโจทก์อยู่ การที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าสัญญาเช่าที่ดินรายพิพาทเป็นนิติกรรมอำพรางนั้น ก็มิใช่การยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่า คดีจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยในข้อเท็จจริงหาชอบไม่ คดีจึงเป็นอันยุติไปตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยจึงเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และยกฎีกาของจำเลยคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นต้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย.

Matter details

Panel of judges
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 715016)

คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 คู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์กรณีมีการขออนุญาตหรือได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์จากผู้พิพากษาที่พิจ…

Supreme Court Judgment No. 5551/2567

คดีนี้มีอัตราโทษอย่างสูงให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เว้นแต่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็น…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 712890)

คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 คู่ความที่อุทธรณ์ต้องได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์จากผู้พิพากษาที่พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษ…

Supreme Court Judgment No. 4325/2566

การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 2 ตกเป็นของแผ่นดินนั้น แม้ปัญหาว่าทรัพย์สินตามคำร้องแต่ละรายการเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือไม่ สามารถพิจารณาทรัพย์สินแต่ละรายการแย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up