คำฟ้องและคำให้การ
ความว่า ที่พิพาทอยู่ในที่แปลงใหญ่ของโจทก์ ซึ่งได้รับใบเหยียบย่ำครอบครองมา นายน่วมจำเลยทำนิติกรรมขายที่พิพาทให้นายพลับ แล้วต่อมาปีเศษโจทก์จึงฟ้องคดีนี้ขอให้ห้ามและแสดงกรรมสิทธิ จำเลยต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความและอื่น
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์เพิ่งรู้ยังไม่เกิน ๑ ปี ไม่ขาดอายุความ แต่ทว่านายพลับ จำเลยที่ ๑ ซื้อที่นั้นโดยสุจริตให้ยกฟ้อง ตาม ป.พ.พ.ม. ๑๒๙๙ วรรค ๒
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นายพลับซื้อโดยสุจริตและคดียังไม่ขาดอายุความ พิพากษาว่าที่เป็นของโจทก์ไม่ให้จำเลยเกี่ยวข้อง นายพลับ นายน่วม
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายน่วมเอาที่ของโจทก์ไปจดทะเบียนโอนขายให้นายพลับโดยโจทก์ไม่รู้ นายพลับวื้อไว้โดยไม่สุจริตและเห็นว่าวันที่นายน่วมเอาที่ของโจทก์ไปขายโดยโจทก์ไม่รู้ จึงไม่เริ่มนับกำหนดเวลา ๑ ปี ตาม ป.พ.พ.ม. ๑๓๗๕ เพราะวันนั้นโจทก์ยังไม่ถูกแย่งการครอบครอง ต่อมานายปั้นเข้าไปปลูกบ้าน โจทก์นำคดีฟ้องในเดือนเดียวกัน จึงไม่มีทางที่ว่าฟ้องเกินกำหนด ๑ ปี ตาม ม.๑๓๗๕
Result
พิพากษายืน