คำฟ้องและคำให้การ
ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดเพื่อการบังคับคดีเอาแก่จำเลยผู้แพ้คดีนั้นเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องได้รับโอนมาจากจำเลยโดยสุจริต ขอให้เพิกถอนการยึดโจทก์ให้การแก้ว่า เป็นของจำเลย จำเลยสมยอมโอนให้ผู้ร้องเพื่อฉ้อฉลโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการยึด แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำร้องผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกาศาลฎีกาได้พิจารณาแล้ว คดีได้ความว่าโจทก์จำเลยพิพาทกันเรื่องค่านายหน้าซื้อที่ดิน ทางอำเภอชี้ขาดให้โจทก์ชนะ ให้จำเลยชำระค่านายหน้าแก่โจทก์ จำเลยลงชื่อยอมปฏิบัติตามสัญญายอมความต่อมาอีก 5 วัน จำเลยจึงโอนขายที่ดินของจำเลยให้ผู้ร้อง ในสัญญาระบุว่าซื้อขาย แต่ความจริงไม่มีค่าตอบแทน ดังนี้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าการโอนที่ดินให้ผู้ร้องขัดทรัพย์ซึ่งอยู่ร่วมกันกับจำเลยโดยไม่มีค่าตอบแทนไป ภายหลังจำเลยแพ้ความโจทก์ที่อำเภอเพียง 5 วัน โดยทำให้โจทก์เสียเปรียบอย่างนี้ โจทก์ย่อมขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237จึง
Result
พิพากษายืน