Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 11308/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จะรับฟังสื่อภาพและเสียงคำให้การชั้นสอบสวนของพยานตาม ป.วิ.อ. มาตรา 133 ทวิ เสมือนหนึ่งเป็นคำเบิกความของพยานในชั้นพิจารณาของศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 172 ตรี วรรคท้าย ได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่ไม่ได้ตัวพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี มาเบิกความเพราะมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง คดีนี้พนักงานสอบสวนเบิกความว่าได้ส่งหมายเรียกไปยังพยานตามภูมิลำเนาที่จังหวัดกำแพงเพชร แต่ส่งไม่ได้เพราะพยานไปทำงานที่ต่างจังหวัด ต่อมาทราบว่าทำงานที่ตำบลคลองมะเดื่อ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร แต่ไม่สามารถสืบทราบได้ว่าทำงานที่ใด ปัจจุบันจึงไม่สามารถติดต่อพยานมาเบิกความได้ เมื่อพนักงานสอบสวนทราบว่าพยานทำงานที่ตำบลคลองมะเดื่อ แสดงว่าพยานยังมีชีวิตอยู่ การสืบหาที่อยู่ของพยานน่าจะทำได้โดยไม่ยาก การที่โจทก์ไม่นำพยานมาเบิกความจึงถือไม่ได้ว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง จึงไม่อาจรับฟังสื่อภาพและเสียงคำให้การชั้นสอบสวนของพยานเสมือนหนึ่งเป็นคำเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 276, 319

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก มาตรา 276 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย จำคุกคนละ 2 ปี ฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นที่มิใช่ภริยาตน โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง จำคุกคนละ 20 ปี รวมจำคุกคนละ 22 ปี

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องมีคนร้าย 3 คน ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เยาว์มีอายุ 16 ปีเศษ และเป็นบุตรของผู้เสียหายที่ 1

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ไม่มีผู้เสียหายที่ 2 หรือประจักษ์พยานอื่นมาเบิกความยืนยันว่า จำเลยทั้งสองเป็นคนร้ายที่ร่วมกับพวกข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 คงมีแต่ดาบตำรวจติณณ์ เบิกความว่า พยานให้ผู้เสียหายที่ 2 นำไปดูบ้านที่เกิดเหตุ บ้านจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 50 เมตร และพยานนำภาพถ่ายจำเลยทั้งสองไปให้ผู้เสียหายที่ 2 ดู ผู้เสียหายที่ 2 ยืนยันว่าเป็นภาพถ่ายคนร้ายที่ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 พนักงานสอบสวนเบิกความว่า ในชั้นสอบสวนผู้เสียหายที่ 2 ให้การว่าจำเลยทั้งสองกับนายฮ้อร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 และพนักงานสอบสวนอีกคนหนึ่งเบิกความว่า

พยานได้สอบปากคำเพิ่มเติมผู้เสียหายที่ 2 โดยให้ผู้เสียหายที่ 2 ดูภาพถ่ายจำเลยทั้งสองแล้วผู้เสียหายที่ 2 ให้การยืนยันว่า จำเลยทั้งสองเป็นคนร้ายที่ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 แต่คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามปากดังกล่าวเป็นเพียงพยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อย ประกอบกับพันตำรวจโทชำนาญ พยานโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนที่ทำการสอบสวนคดีนี้ต่อจากร้อยตำรวจโทเชิดศักดิ์ เบิกความว่า เมื่อจับจำเลยทั้งสองได้พยานได้จัดให้ผู้เสียหายที่ 2 ชี้ตัวจำเลยทั้งสองโดยผ่านห้องกระจก ผู้เสียหายที่ 2 บอกแต่เพียงว่าจำเลยทั้งสองมีลักษณะคล้ายกับคนร้ายในวันเกิดเหตุและตอบทนายจำเลยทั้งสองถามค้านว่า เมื่อผู้เสียหายที่ 2 ดูจำเลยทั้งสองผ่านห้องกระจกแล้วเห็นว่ามีลักษณะคล้ายคนในภาพถ่าย แต่เมื่อดูจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นตัวจริงแล้วปรากฏว่ามีลักษณะแตกต่างไปจากบุคคลในวันเกิดเหตุ ตามคำเบิกความของพันตำรวจโทชำนาญแสดงว่า ผู้เสียหายที่ 2 มิได้จำคนร้ายได้แน่นอนและจำเลยทั้งสองเพียงแต่คล้ายคลึงกับคนร้ายเท่านั้น พยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนร้าย

ที่โจทก์ฎีกาว่า บันทึกคำให้การของผู้เสียหายที่ 2 ในชั้นสอบสวนกระทำต่อหน้าพนักงานอัยการและนักสังคมสงเคราะห์จึงสามารถรับฟังได้เสมือนคำเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ตรี วรรคท้าย นั้น เห็นว่า การที่จะรับฟังสื่อภาพและเสียงคำให้การของพยานในชั้นสอบสวนตามมาตรา 133 ทวิ เสมือนหนึ่งเป็นคำเบิกความของพยานในชั้นพิจารณาของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ตรี วรรคท้าย ได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่ไม่ได้ตัวผู้เสียหายหรือพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีมาเบิกความเพราะมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง และศาลต้องรับฟังประกอบพยานอื่นของโจทก์ คดีนี้พันตำรวจโทชำนาญเบิกความว่า

มีการส่งหมายเรียกไปยังผู้เสียหายทั้งสองตามภูมิลำเนาที่จังหวัดกำแพงเพชร แต่ส่งไม่ได้เพราะผู้เสียหายทั้งสองเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด ต่อมาทราบว่าทำงานที่ตำบลคลองมะเดื่อ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร แต่ไม่สามารถสืบทราบว่าทำงานที่ใด ปัจจุบันไม่สามารถติดตามผู้เสียหายทั้งสองมาเบิกความได้ เห็นว่า เมื่อพนักงานสอบสวนทราบว่าผู้เสียหายทั้งสองทำงานที่ตำบลคลองมะเดื่อ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร แสดงว่าผู้เสียหายที่ 2 ยังมีชีวิตอยู่ การสืบหาที่อยู่ของผู้เสียหายที่ 2 น่าจะทำได้โดยไม่ยาก การที่โจทก์ไม่นำผู้เสียหายที่ 2 มาเบิกความจึงถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง กรณีจึงไม่อาจรับฟังสื่อภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหายที่ 2 ในชั้นสอบสวนเป็นพยานเสมือนหนึ่งเป็นคำเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ตรี วรรคท้าย ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี · ปดารณี ลัดพลี · วรงค์พร จิระภาค
Lower court
ศาลจังหวัดตลิ่งชัน - นายเสกสันติ์ เทพหนู
ศาลอุทธรณ์ - นายกมล ธีรเวชพลกุล
Supreme Court black case no.
อ.6632/2553
Trial court black case no.
อ8003/2550
Trial court red case no.
อ2434/2551
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1225/2566

ก่อนเริ่มพิจารณาคดีศาลชั้นต้นสอบถามจำเลยเรื่องทนายความแล้ว จำเลยแถลงไม่ต้องการทนายความ ศาลจึงอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดี ที่โจทก์ขอให้เพิ่ม…

Supreme Court Judgment No. 6247/2562

ผู้เสียหายเป็นเด็กอายุ 5 ปีเศษ มาเบิกความด้วยตนเองแล้ว แต่ระหว่างการสืบพยานไม่ให้ความร่วมมือที่จะตอบคำถาม ศาลชั้นต้นเห็นสมควรให้ถ่ายทอดภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหาย ซึ่งบันทึกไว้ในชั้นสอบสวนต่อหน้า…

Supreme Court Judgment No. 4521/2561

ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 มาตรา 25 วรรคหนึ่งและวรรคสาม กำหนดให้ ทหารกองเกินเมื่อมีอายุย่างเข้ายี่สิบเอ็ดปีในพุทธศักราชใด ต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกที่อำเภอท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตนภา…

Supreme Court Judgment No. 549/2561

คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องถึงคดีที่โจทก์อาศัยเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษและมีคำขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.อ. มาตรา 92 แม้ศาลชั้นต้นไม่ได้สอบคำให้การจำเลยที่ 1 ว่า เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็น…

Supreme Court Judgment No. 10073/2558

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 172 วรรคสอง บัญญัติว่า เมื่อโจทก์หรือทนายโจทก์และจำเลยมาอยู่ต่อหน้าศาลและศาลเชื่อว่าเป็นจำเลยจริง ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up