คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อที่ดินโฉนดที่ ๙๔๒ ตำบลวังทองหลาง อ.บางกะปิ จ.พระนคร จากโจทก์และโอนกรรมสิทธิ์กันแล้ว ส่วนราคาที่ดินนั้นตามฟ้องและคำให้การมีโต้เถียงกันอยู่บ้าง แต่ก็รับกันว่าจำเลยคงเป็นหนี้โจทก์อยู่อีก ๒๗,๐๐๐ บาท โจทก์จึงฟ้องเรียกให้จำเลยชำระ
จำเลยให้การว่าได้ตกลงกับโจทก์ว่า หนี้ ๒๗,๐๐๐ บาทนี้ จำเลยจะให้ที่นาของจำเลยตาม โฉนดที่ ๖๘๐๑ จังหวัดสระบุรีแทน ซึ่งโจทก์ก็ยอมแต่เนื่องจากจำเลยยังเสียดายที่นี้อยู่จึงตกลงกันว่า จำเลยจะทำเป็นขายฝากไว้ภายใน ๑ เดือน ถ้าถึงกำหนดจำเลยไม่นำเงินไปไถ่ถอน โจทก์จึงจะนำโฉนดไปโอนใส่ชื่อของโจทก์ได้ โดยจำเลยทำใบมอบอำนาจให้โจทก์ยึดถือไว้ ครั้นเลยกำหนดแล้ว จำเลยถามโจทก์ถึงนาที่ขายฝากนี้ว่าจะขอไถ่ โจทก์ว่ามีคนมาให้ราคาสูง ถ้าจะไถ่ในราคา ๗๐,๐๐๐ บาท โจทก์ก็จะยอม จำเลยจึงไม่ติดใจ โจทก์ละเลยไม่ไปทำการโอนใส่ชื่อโจทก์จน พ.ร.บ.ที่ดิน ๒๔๙๗ ออกใช้ ที่ที่ขายฝากไว้นั้นเกิน ๕๐ ไร่ จึงโอนไม่ได้โจทก์จึงมาฟ้องจำเลย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยชำระหนี้ ๒๗,๐๐๐ บาท โดยเอาที่ดินโฉนดที่ ๖๘๐๑ ชำระแทนให้โจทก์ พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๒๗,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนใช้เสร็จ
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เชื่อว่าโจทก์ได้ยอมรับเอาที่ดินโฉนดที่ ๖๘๐๑ ของจำเลยแทนการชำระหนี้เงิน ๒๗,๐๐๐ บาทแล้ว หนี้เงินนั้นจึงเป็นอันระงับไปตาม ป.พ.พ.มาตรา ๓๒๑ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าได้มีการตกลงเอาที่ดินชำระแทนหนี้เงินกัน แต่ผลของการตกลงในการแปลงหนี้ใหม่รายนี้ ในที่สุดปรากฎว่า ยังมิได้การมีโอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญา โดยฝ่ายจำเลยเองให้การว่าติดด้วย พ.ร.บ.ที่ดิน ๒๔๙๗ จึงโอนไม่ได้ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยยังมิได้ชำระเงิน ๒๗,๐๐๐บาทอันเป็นหนี้เดิม และเมื่อหนี้อันจะพึงเกิดขึ้นเพราะแปลงหนี้ใหม่นั้นมิได้เกิดขึ้น ได้ยกเลิกเสียเพราะมูลแห่งหนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันมิรู้ถึงคู่กรณีก็ดี หนี้เดิมยังหาระงับไปไม่ ตามนัยแห่ง ป.พ.พ.มาตรา ๓๕๑ จำเลยจะปฏิเสธไม่ชำระหนี้เดิมไม่ได้
Result
พิพากษากลับให้จำเลยชำระหนี้เดิม ๒๗,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์กับดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น