Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1152/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์บรรยายฟ้องอ้างถึงสัญญาของผู้เข้าทำงานที่จำเลยทำกับโจทก์ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ของจำเลย และรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ซึ่งโจทก์ถือว่าจำเลยมิได้ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามสัญญาฉบับดังกล่าว คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นเรื่องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายเพราะปฏิบัติผิดสัญญาจ้างแรงงานโดยเฉพาะมิใช่เรื่องละเมิด เมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3ลักษณะ 6 มิได้กำหนดอายุความไว้ คดีโจทก์จึงมีอายุความ 10 ปีตามมาตรา 164 จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธโดยแจ้งชัดถึงข้ออ้างตามฟ้องโจทก์ที่อ้างว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินโดยตรงเพราะตำแหน่งหัวหน้ากองรักษาเงินที่จำเลยดำรงอยู่นั้นเป็นผู้รักษาเงินตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 4 จำเลยเพิ่งยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ว่า มีระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ 72 กำหนดส่วนงานของกองรักษาเงิน และระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 4 กำหนดหน้าที่ของผู้รักษาเงินซึ่งเป็นคนละส่วนกัน จำเลยเป็นหัวหน้ากองรักษาเงินจึงไม่ใช่ผู้รักษาเงินตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 4 นั้นอุทธรณ์ของจำเลยในปัญหาข้อนี้จึงเป็นเรื่องที่มิได้ยกขึ้นว่ากันในศาลแรงงานกลาง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย เมื่อศาลแรงงานกลางได้พิพากษาให้จำเลยรับผิดโดยวินิจฉัยว่า จำเลยไม่อาจหยิบยกประเพณีหรือทางปฏิบัติมาเป็นข้อแก้ตัวจำเลยปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง หละหลวม มิได้ใช้ความระมัดระวังเท่าที่ควร กับจำเลยพิสูจน์ไม่ได้ว่าผู้ช่วยของจำเลยทุจริต การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญาจ้าง จำเลยมิได้ทุจริตมิได้ประมาทหรือบกพร่องต่อหน้าที่ โจทก์ไม่มีระเบียบข้อบังคับคำสั่งให้จำเลยจดแจ้งจำนวนเงินนำเข้าออก จำเลยได้มอบหมายงานในหน้าที่ให้ผู้ช่วยของจำเลยไปแล้ว หากจำเลยต้องรับผิดก็รับผิดเพียงกึ่งหนึ่งของค่าเสียหายอันเป็นไปตามสภาพการทำงานระหว่างจำเลยกับผู้ช่วยของจำเลยนั้น จึงเป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง อันเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 164 ป.วิ.พ. Section 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2529 ขณะที่จำเลยดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองรักษาเงิน เมื่อสิ้นเวลาทำการแล้วคณะกรรมการรักษาเงินสดของจำเลยได้ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือกับหลักฐานทางบัญชี ปรากฏว่าเงินขาดบัญชีจำนวน 500,000 บาท จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยได้ทำบันทึกถึงหัวหน้าฝ่ายการบัญชีเมื่อวันที่15 กรกฎาคม 2529 โจทก์ทวงถามให้จำเลยชดใช้เงินจำนวนนี้แล้ว แต่จำเลยตอบปฏิเสธ ขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินจำนวน500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่14 กรกฎาคม 2529 ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 2 ปี เป็นค่าดอกเบี้ย75,000 บาท กับให้จำเลยชดใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากเงินจำนวน 500,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์แจ้งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายตามหนังสือที่ คน.222/2530 ลงวันที่ 11 เมษายน 2530จำเลยตอบปฏิเสธตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2530 นับถึงวันฟ้องจึงเกินหนึ่งปีคดีขาดอายุความ จำเลยมิได้ปฏิบัติผิดสัญญาจ้างเงินจำนวน 500,000 บาท ที่สูญหายไม่ใช่เกิดจากความผิดของจำเลย หากจะฟังว่าจำเลยมีความผิดก็จะเป็นความผิดทางวินัยซึ่งโจทก์ได้ลงโทษจำเลยแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2529 จนถึงวันฟ้องแต่ไม่ให้เกิน 75,000 บาท กับดอกเบี้ยอัตราดังกล่าวของเงินจำนวน 500,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์อ้างข้อเท็จจริงว่า จำเลยกระทำละเมิดเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ฟ้องคดีเกินกว่า 1 ปี นับแต่โจทก์ทวงถาม คดีจึงขาดอายุความ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว โจทก์บรรยายฟ้องโดยอ้างถึงสัญญาของผู้เข้าทำงานธนาคารออมสินที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ตามภาพถ่ายเอกสารหมายเลข 3 ท้ายคำฟ้อง (เอกสารหมาย จ.4) กับกล่าวอ้างข้อเท็จจริงถึงตำแหน่งและหน้าที่ของจำเลย กับรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายซึ่งโจทก์ถือว่าจำเลยไม่ได้ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามสัญญาของผู้เข้าทำงานธนาคารออมสินฉบับดังกล่าว คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในฐานะที่จำเลยปฏิบัติผิดสัญญาจ้างแรงงานโดยเฉพาะ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 6 มิได้กำหนดอายุความไว้ คดีของโจทก์จึงมีอายุความสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 กรณีหาใช่เป็นเรื่องละเมิดอันมีอายุความหนึ่งปีดังข้ออุทธรณ์ของจำเลยไม่จำเลยอุทธรณ์ต่อไปว่า ตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 4 ว่าด้วยการตรวจสอบและการรักษาเงินประจำวัน

มีวัตถุประสงค์ใช้บังคับกับสำนักงานสาขา มิได้ใช้บังคับกับสำนักงานส่วนกลางส่วนกองรักษาเงินปรากฏตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 9ซึ่งต่อมาได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยให้ใช้ระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ 27 ที่ 45 ที่ 62 ที่ 69 และที่ 72 ดังนั้น หัวหน้ากองรักษาเงินจึงมิใช่ผู้รักษาเงินตามระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ 4 การตีความของศาลแรงงานกลางจึงคลาดเคลื่อนและไม่ถูกต้องศาลฎีกาพิเคราะห์ระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 69 ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานและกำหนดหน้าที่ของธนาคารออมสินเอกสารหมาย จ.7แล้ว ปรากฏว่าได้กำหนดให้มีการตั้งกองรักษาเงินโดยให้ขึ้นกับฝ่ายการบัญชีตามข้อ 9 และกำหนดหน้าที่ไว้ตามข้อ 12 ว่ากองรักษาเงินมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับ

การจ่าย การเก็บรักษาเงินสดและหลักทรัพย์ตราสารของธนาคารออมสิน และโจทก์บรรยายฟ้องถึงหน้าที่ของจำเลยซึ่งเป็นหัวหน้ากองรักษาเงินว่า มีหน้าที่รับและส่งเงินจากหน่วยงานภายในสำนักงานใหญ่ และจากธนาคารออมสินต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร ช่วยนำส่งเงินแก่ผู้ฝากตามที่ธนาคารออมสินต่าง ๆ ขอความร่วมมือ ดังนี้ จำเลยจึงต้องมีความรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินโดยตรง อันเป็นข้ออ้างถึงหน้าที่ของจำเลยโดยแจ้งชัดอยู่แล้ว ส่วนข้ออุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 72 กำหนดส่วนงานของกองรักษาเงินไว้ และตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 4เป็นเรื่องกำหนดหน้าที่ของผู้รักษาเงินซึ่งเป็นส่วนงานคนละส่วนกัน จำเลยซึ่งเป็นหัวหน้ากองรักษาเงินจึงไม่ใช่ผู้รักษาเงินตามระเบียบการธนาคาร ฉบับที่ 4 ตามที่โจทก์อ้างแต่อย่างใด

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องในปัญหาข้อนี้ว่า กองรักษาเงินมีหน้าที่รับและส่งเงินจากหน่วยงานภายในสำนักงานใหญ่และจากธนาคารออมสินสาขาต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร และช่วยนำเงินส่งให้แก่ผู้ฝากตามที่ธนาคารออมสินสาขาต่าง ๆ จะขอความร่วมมือมาเป็นครั้งคราว จำเลยจึงมีความรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินโดยตรง ฉะนั้น ตำแหน่งหัวหน้ากองรักษาเงินที่จำเลยดำรงอยู่จึงเป็นผู้รักษาเงินตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 4ว่าด้วยการตรวจสอบและรักษาเงินประจำวันข้อ 1 ซึ่งจำเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธโดยแจ้งชัดถึงข้ออ้างของโจทก์ไว้ว่าไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยเหตุใด อุทธรณ์ของจำเลยในปัญหาข้อนี้จึงเป็นเรื่องที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง

ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานกลางและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญาจ้าง ไม่ได้ทำให้โจทก์เสียหายเพราะจำเลยมิได้ทุจริต มิได้กระทำโดยประมาทหรือบกพร่องต่อหน้าที่ โจทก์ไม่เคยมีข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งให้จำเลยจดแจ้งจำนวนเงินที่นำเข้าและออก จำเลยได้มอบหมายงานในหน้าที่ให้แก่ผู้ช่วยของจำเลยแล้วจากข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงได้ความว่าจำเลยมิได้เป็นผู้ทำให้โจทก์เสียหายและไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนั้น เป็นเรื่องโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่า

จำเลยไม่อาจหยิบยกประเพณีหรือทางปฏิบัติมาเป็นข้อแก้ตัว จำเลยปฏิบัติหน้าที่โดยบกพร่อง มีความหละหลวมและมิได้ใช้ความระมัดระวังเท่าที่ควรอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยจำเลยอุทธรณ์ว่า ตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 92 ว่าด้วยความรับผิดชอบของพนักงานธนาคารออมสินในทางแพ่งกำหนดว่าเมื่อผู้อำนวยการธนาคารออมสินได้รับรายงานจากคณะกรรมการสอบสวนแล้ว ให้รีบพิจารณาสั่งการให้เสร็จสิ้นภายใน 45 วัน ถ้าเห็นว่าผู้ใดต้องรับผิดก็ให้ดำเนินคดีเรียกร้องให้ชดใช้ภายใน 90 วัน แต่โจทก์ฟ้องเรียกร้องจากจำเลยเกินกำหนดระยะเวลาดังกล่าว การฟ้องคดีของโจทก์จึงไม่ชอบ

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ระเบียบการธนาคารออมสินที่จำเลยอ้างนั้น เป็นข้อกำหนดที่วางวิธีปฏิบัติงาน และกำหนดระยะเวลาเพื่อให้ผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติโดยมีจุดประสงค์ให้งานต่าง ๆ ได้เป็นไปโดยถูกต้องและรวดเร็ว แม้โจทก์จะได้ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยเกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ก็หาเป็นการตัดสิทธิของโจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องจากจำเลยตามบทบัญญัติของกฎหมายไม่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยได้โดยชอบจำเลยอุทธรณ์เป็นข้อสุดท้ายว่า หากจะให้จำเลยต้องชดใช้เงินให้แก่โจทก์แล้ว จำเลยจะต้องรับผิดเพียง 250,000 บาท ซึ่งเป็นไปตามสภาพการทำงานระหว่างจำเลยกับผู้ช่วยของจำเลยตามที่จำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้

พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องรับผิดโดยจำเลยพิสูจน์ไม่ได้ว่าผู้ช่วยของจำเลยกระทำการโดยทุจริตดังนั้น อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่ขอให้ ศาลฎีการับฟังว่าผู้ช่วยของจำเลยได้กระทำการอันหนึ่งอันใดซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยข้อกฎหมายต่อไปว่าจำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์เพียงใด จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงอันต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายกับดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ · ศักดา โมกขมรรคกุล
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 118/2536

การที่จำเลยเป็นลูกจ้างของโจทก์ย่อมมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานซึ่งถือว่าเป็นคำสั่งของโจทก์ไม่ว่าจะเป็นระเบียบที่มีอยู่เดิมหรือที่ออกในภายหลัง เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบ…

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 4048/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อจำเลย ซึ่งจำเลยก็ให้การยอมรับว่าจำเลยได้รับหนังสือลาออกจากโจทก์ การที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อ ร. กรรมการผู้จัดการใหญ่ของจำเลย ซึ่งหมา…

Supreme Court Judgment No. 2/2548

จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงไม่ถูกต้องตามที่ปรากฏในสำนวน แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์และจำเลยได้ตกลงกำหนดค่าจ้างและผลประโยชน์ตอบแทนในการทำงานของ…

Supreme Court Judgment No. 1389/2546

การที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการสาขาของธนาคารจำเลยทำรายการซื้อตั๋วแลกเงินแทนลูกค้า จากนั้นเก็บตั๋วแลกเงินที่ขายให้ลูกค้าไว้แล้วออกสมุดเงินฝากให้แก่ลูกค้าโดยที่ลูกค้ามิได้ฝากเงินไว้กับจำเลย เป็นการฝ่าฝืนต่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up