Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1156/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เจ้ามรดกมีบุตร 5 คนคือโจทก์ทั้งสอง จำเลย ว.และพ. ผู้ร้องสอดเป็นภรรยาของ พ.ไม่มีบุตรด้วยกัน พ. ตายก่อนเจ้ามรดก เจ้ามรดกตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม โจทก์ทั้งสองเคยฟ้องจำเลยขอแบ่งมรดก ผลที่สุดได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน จำเลยยอมแบ่งที่พิพาทออกเป็น 5 ส่วนเท่าๆ กัน ให้โจทก์ทั้งสอง ว.พ. และจำเลยคนละส่วนตามคดีแดงที่ 239/2515 ขณะทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว โจทก์และจำเลยย่อมรู้อยู่แล้วว่า พ. ตายไปก่อนเจ้ามรดกแล้ว ยังยอมทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ พ. มีส่วนในที่พิพาท 1 ส่วนใน 5 ส่วน จึงแสดงว่าต่างมีเจตนาอันแท้จริงที่จะมอบที่ดินส่วนนี้ให้แก่ผู้มีสิทธิรับมรดกของ พ. หาใช่มอบให้แก่ พ. ซึ่งตายไปแล้วไม่ ทั้งนี้เป็นการตีความในสัญญาโดยเพ็งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษร ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 132สัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์จำเลยทำไว้นั้น เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก เมื่อผู้ร้องสอดซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้แสดงเจตนาจะรับเอาทรัพย์ส่วนนี้โดยร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ถือได้ว่าผู้ร้องสอดได้แสดงเจตนาแก่โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้นแล้ว ตามมาตรา 374 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สิทธิของผู้ร้องสอดได้เกิดมีขึ้นแล้ว โจทก์จะเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธินี้ของผู้ร้องสอดมิได้ ตามมาตรา 375 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองมีส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยในที่ดินมีโฉนด 160 ส่วนใน 200 ส่วน ขอให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกโฉนดให้โจทก์ทั้งสองจำเลยให้การว่าเดิมที่ดินโฉนดตามฟ้องมีชื่อจำเลยถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียวต่อมาโจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลย และได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยให้แบ่งที่ดินออกเป็น 5 ส่วนเท่ากัน ได้แก่โจทก์ทั้งสอง จำเลย นางแหวน และนายพัว ศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ต่อมาโจทก์จดทะเบียนมีส่วน 160 ส่วนใน 200 ส่วน ให้จำเลย 40 ส่วนใน 200 ส่วน ตามส่วนที่จำเลยควรได้ จำเลยจึงไม่คัดค้าน การแบ่งขัดข้องมิใช่เพราะจำเลยนางสวัสดิ์ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายพัว

นายพัวมีส่วนได้ที่ดินพิพาทอยู่ 40 ส่วนใน 200 ส่วน ตามที่โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โจทก์ฉ้อฉลลงส่วนของโจทก์ทั้งสองเป็น 160 ส่วนใน 200 ส่วน เกินส่วนของตน โดยเอาส่วนของนายพัวไปเป็นของโจทก์โดยมิชอบโจทก์คัดค้านว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นของนายพัน ซึ่งมีทายาท 5 คน คือโจทก์ทั้งสอง จำเลย นายพัว และนางแหวน นายพัวตายโดยไม่มีผู้สืบสันดาน จำเลยร่วมไม่ใช่ทายาทของนายพัน ไม่มีสิทธิรับมรดกแทนที่ นายพันตายที่ดินพิพาทจึงตกแก่ทายาท 4 คน จำเลยทุจริตไปโอนที่ดินเป็นของจำเลยคนเดียว

โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลย ได้มีการประนีประนอมกันตามคดีหมายเลขแดงที่ 239/2515 จำเลยยอมแบ่งที่ดินออกเป็นห้าส่วนเท่า ๆ กัน สำหรับทายาทของนายพัน จำเลยยอมโอนส่วนของนายพัวให้โจทก์ทั้งสอง และส่วนของนางแหวนก็ยกให้โจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองจึงมี 160 ส่วนใน 200 ส่วนคู่ความรับกันว่านายพัวตายไปก่อนนายพันเจ้ามรดก และขอให้ถือเอาคำฟ้อง คำให้การ คำแถลงของคู่ความ และสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 239/2515 ของศาลชั้นต้นวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์จำเลยทำกัน แสดงว่ามีเจตนาจะกันส่วนไว้ให้ทายาทของนายพัวซึ่งได้แก่จำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงมี 40 ส่วนใน 160 ส่วน ที่โจทก์ขอแบ่ง โจทก์ทั้งสองคงมีส่วนเพียง 120 ส่วน พิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมแบ่งแยกที่ดิน 120 ส่วนใน 200 ส่วน ในโฉนดที่ 8588 ให้โจทก์โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายพันมีบุตร 5 คนคือ โจทก์ทั้งสอง จำเลย นางแหวน และนายพัว ผู้ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายพัว ไม่มีบุตรด้วยกัน นายพัวตายก่อนนายพันเมื่อนายพันตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ จำเลยได้ไปโอนรับมรดกคือที่ดินพิพาทแต่ผู้เดียว

โจทก์ทั้งสองทราบจึงฟ้องจำเลยขอแบ่งมรดกและทำลายการโอนรับมรดกที่ดินพิพาท ผลที่สุดแห่งคดีโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่าจำเลยยอมแบ่งที่ดินพิพาทออกเป็น 5 ส่วนเท่า ๆ กัน ให้โจทก์ทั้งสอง นางแหวน นายพัวและจำเลยได้คนละ 1 ส่วน โดยจำเลยจะไปจดทะเบียนแบ่งแยกให้โจทก์และทายาทดังกล่าวภายใน 3 วัน ถ้าไม่ไปยอมให้ถือเอาคำพิพากษาตามยอมและสัญญายอมแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ถ้าตกลงแบ่งกันไม่ได้ก็ให้ขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวเอาเงินมาแบ่งกันคนละส่วน และศาลได้พิพากษาคดีตามยอม ปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 239/2515ของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้นแล้ว ต่อมาในวันเดียวกันจำเลยได้ไปจดทะเบียนยอมให้โจทก์ทั้งสองถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท 160 ส่วนใน200 ส่วน

ปัญหาว่าผู้ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วม จะมีสิทธิในที่ดินพิพาท 40 ส่วนใน 160 ส่วนที่โจทก์ขอแบ่งแยกจากจำเลย โดยอาศัยสิทธิเดิมของนายพัวหรือไม่ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ปรากฏจากสำเนาทะเบียนคนตายท้ายคำคัดค้านของโจทก์ว่า นายพัวตายตั้งแต่ พ.ศ. 2501 ฉะนั้นขณะทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 239/2515 นั้น โจทก์และจำเลยย่อมรู้อยู่แล้วว่านายพัวตายไปก่อนนายพันแล้ว ที่โจทก์เพิ่งอ้างมาในชั้นฎีกาว่าโจทก์ไม่รู้ว่านายพัวตายไปก่อนทำสัญญาไม่มีเหตุผลให้รับฟัง เมื่อโจทก์และจำเลยรู้ความข้อนี้แล้วยังยอมทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้นายพัวมีส่วนได้ในที่ดินพิพาท 1 ส่วนใน 5 ส่วน จึงแสดงว่าต่างมีเจตนาอันแท้จริงที่จะมอบที่ดินส่วนนี้ให้แก่ผู้มีสิทธิรับมรดกของนายพัว

หาใช่มอบให้แก่นายพัวซึ่งตายไปแล้วไม่ ทั้งนี้เป็นการตีความในสัญญาโดยเพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษรตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 132 ส่วนผู้มีสิทธิรับมรดกของนายพัวนั้น เมื่อปรากฏว่านายพัวไม่มีบุตร ภริยาของนายพัวคือ ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมย่อมเป็นผู้รับที่ดินพิพาทส่วนของนายพัวนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง สัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์จำเลยทำไว้นั้นเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก และเมื่อผู้ร้องสอดซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้แสดงเจตนาจะรับเอาทรัพย์ส่วนนี้โดยร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ถือได้ว่าผู้ร้องสอดได้แสดงเจตนาแก่โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้นแล้วตามมาตรา 374 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อสิทธิของผู้ร้องสอดในทรัพย์ส่วนนี้ได้เกิดมีขึ้น โดยแสดงเจตนารับเอาซึ่งทรัพย์ดังกล่าวแล้ว โจทก์จะเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธินี้ของผู้ร้องสอดมิได้ ตามมาตรา 375 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉะนั้น โจทก์จะเรียกร้องเอาที่ดินส่วนของผู้ร้องจำนวน 40 ตารางวามาเป็นของโจทก์มิได้พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พิสัณห์ ลีตเวทย์ · แถม ดุลยสุข · จรัญ สำเร็จประสงค์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 617/2502

สัญญาจะซื้อขายมีข้อความตอนหนึ่งว่า "ฯลฯ ในการโอนนี้ ผู้จะซื้อเป็นบุคคลต่างด้าวหากการโอนขัดข้อง ผู้จะขายยอมให้ผู้จะซื้อหาผู้รับโอนคนอื่นมารับโอนได้ โดยผู้จะขายต้องโอนให้ ไม่ถือว่าผิดสัญญา และให้ถือว่าผ…

Supreme Court Judgment No. 2675/2551

บันทึกหลังทะเบียนการหย่า ที่ระบุว่าบ้านเลขที่ 11/1 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง พร้อมกับที่ดินปลูกสร้างบ้านยกให้แก่โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 บุตรทั้ง 3 คน นั้น เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความและ…

Supreme Court Judgment No. 6104/2534

จำเลยที่ 2 ที่ 3 และนายอรุณทำสัญญาประนีประนอมยอมความตกลงเลิกห้างจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้สิทธิในทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 กับต้องชำระหนี้ภาษีอากรของจำเลยที่ 1 ทั้งหมดรวมทั้งหนี้ภาษีอากรในคดีน…

Supreme Court Judgment No. 3675/2534

โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทซึ่งเป็นเช็คธนาคารจำเลยโดยมี พ.เป็นผู้สั่งจ่ายแต่ธนาคารจำเลยปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาททั้ง ๆ ที่บัญชีกระแสรายวันของ พ. พอที่จะจ่ายได้ ทั้งนี้เพราะนายจ้างของ พ. มีหนังสือแจ้ง…

Supreme Court Judgment No. 2593/2534

จำเลยที่ 2 ตกลงรับโอนกิจการโรงเรียนจากจำเลยที่ 1 พร้อมกับหนี้สินของโรงเรียน และแจ้งให้เจ้าหนี้ไปขอรับชำระหนี้ ข้อตกลงดังกล่าวมีลักษณะเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอกรวมอยู่ด้วย เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up