คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ถ้าพนักงานประจำออกจากหน้าที่โดยไม่มีความผิด มีสิทธิรับบำเหน็จเช่นข้าราชการ ตามคำสั่งของกระทรวงการคลัง โจทก์ทำงานเป็นพนักงานบริษัทจำเลย ถูกสั่งให้ออกโดยไม่มีความผิดมีสิทธิได้รับบำเหน็จ 72,000 บาท จำเลยไม่จ่าย ขอให้บังคับจำเลยต่อสู้ว่า จำเลยเป็นบริษัทจำกัด ซึ่งกระทรวงคมนาคมถือหุ้นร้อยละ 97 บริษัทจำเลยไม่เคยมีระเบียบข้อบังคับให้พนักงานที่ออกได้รับบำเหน็จเช่นข้าราชการ ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 และคำสั่งกระทรวงการคลังที่โจทก์อ้าง ใช้เฉพาะแก่หน่วยราชการศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า
ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 ที่โจทก์อ้าง โจทก์เองก็ยอมรับว่าเป็นระเบียบของทางราชการ กำหนดวิธีการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญให้แก่ลูกจ้างของส่วนราชการ แม้บริษัทจำเลยจะมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจโดยรัฐบาลถือหุ้นอยู่ถึงร้อยละ 97 ก็ดี แต่บริษัทจำเลยก็ยังมีฐานะเป็นบริษัทจำกัด ซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้ถือหุ้นทั้งหลายที่ก่อตั้งบริษัทขึ้น บริษัทจำเลยมีคณะกรรมการจัดการโดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องบริหารกิจการของบริษัทไปตามข้อบังคับซึ่งได้ตราขึ้นและจดทะเบียนไว้ ไม่จำต้องปฏิบัติตามระเบียบของรัฐบาลซึ่งมีฐานะเพียงผู้ถือหุ้น ไม่ว่าจะถือหุ้นมากน้อยเท่าใดเว้นแต่ว่าคณะกรรมการบริษัทจำเลยจะพิจารณาอนุมัติให้ใช้ระเบียบที่รัฐบาลวางไว้ในบางเรื่องที่เห็นเหมาะสมกรณีนี้โจทก์นำสืบไม่ได้ว่า คณะกรรมการบริษัทจำเลยอนุมัติให้ใช้ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 แก่ลูกจ้างของบริษัทจำเลยด้วยระเบียบดังกล่าวจึงไม่ใช้บังคับแก่บริษัทจำเลยพิพากษายืน