คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองประพฤติเนรคุณต่อโจทก์กับนายเชยขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 53808และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 85 แก่โจทก์ และมอบที่ดินทั้งสองแปลงให้โจทก์เข้าครอบครองหากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองจำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนคืนการให้โดยให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 53808 และเลขที่ 53823 ตำบลท่าโพอำเภอเมื่องพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก จำนวนกึ่งหนึ่งของเนื้อที่ที่ดินในแต่ละแปลงให้โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "
โจทก์ฟ้องเรียกคืนการให้ที่พิพาทราคา350,000 บาท
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ถอนคืนการให้กึ่งหนึ่งเฉพาะส่วนที่เป็นที่ดินของโจทก์ และยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่นายเชยเป็นเจ้าของกึ่งหนึ่ง
จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องที่ดินกึ่งหนึ่งในส่วนที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเป็นของโจทก์ โจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้งในที่ดินส่วนที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านายเชยมีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทกึ่งหนึ่ง คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในส่วนที่ว่านายเชยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาทกึ่งหนึ่งจึงเป็นอันยุติทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์คงมีเพียง 175,000 บาท ตามที่จำเลยอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ (ที่ถูกควรจะต้องพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องในส่วนที่พิพาทกึ่งหนึ่งที่จำเลยอุทธรณ์มาเสียด้วย) โจทก์จึงฎีกาได้เฉพาะที่พิพาทจำนวนกึ่งหนึ่งที่จำเลยอุทธรณ์และตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษา ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาจึงมีเพียง 175,000 บาทที่โจทก์ฎีกาว่า
โจทก์และนายเชยซื้อที่พิพาทมาจากบิดามารดานายเชยที่พิพาทไม่ใช่สินส่วนตัวของนายเชย หากฟังว่านายเชยได้รับมรดกที่พิพาทมาจากบิดามารดาจริง นายเชยก็สละการครอบครองที่พิพาทจำนวนกึ่งหนึ่งให้โจทก์แล้ว เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเมื่อจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นรับฎีกาโจทก์มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
Result
พิพากษายกฎีกา โจทก์