Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1186/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงท้ากันให้ ก. กับ พ.ซึ่งเป็นบุคคลที่จำเลยอ้างว่าได้รับชำระหนี้จากจำเลยแทนโจทก์สาบานตนตามที่จำเลยทั้งสองเป็นผู้กล่าวนำสาบานถ้า ก. กับ พ.สาบานได้ว่ายังไม่ได้รับชำระหนี้จากจำเลยไปครบถ้วนแล้ว จำเลยทั้งสองยอมแพ้คดีถ้าไม่กล้าสาบานโจทก์ยอมแพ้คดีนั้น แม้ ก. กับ พ. จะมิใช่โจทก์หรือผู้มีส่วนได้เสียก็ตาม การสาบานตนของบุคคลทั้งสองก็เป็นเงื่อนไขที่คู่กรณีกำหนดขึ้นเพื่อให้ศาลวินิจฉัยข้อแพ้ชนะในคดีทั้งคำท้าสาบานก็ตรงกับประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีที่ศาลกำหนดไว้แล้ว ข้อตกลงท้ากันดังกล่าวจึงมีผลบังคับระหว่างคู่ความ โจทก์และจำเลยทั้งสองรู้จัก ก. และ พ. ผู้สาบานซึ่งเป็นสามีภรรยากันมาก่อนในวันนัดสาบานตัว ฝ่ายจำเลยได้นำสาบานโดยมิได้โต้แย้งคัดค้านเรื่องตัวผู้สาบาน ผู้สาบานได้สาบานตามคำท้าแล้ว โจทก์ จำเลยทั้งสองและผู้สาบานลงชื่อในรายงานกระบวนพิจารณาของศาล โดยผู้สาบานลงชื่อว่า จ. และ พ. ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน แสดงว่า ก. ซึ่งคู่ความตกลงให้เป็นผู้สาบาน กับ จ.ซึ่งสาบานและลงชื่อไว้นั้นเป็นบุคคลคนเดียวกัน แต่มี 2 ชื่อภายหลังฝ่ายจำเลยจึงจะอ้างว่า จ. กับ ก. เป็นคนละคนกันไม่มีสิทธิสาบาน คำสาบานของ จ.ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหาได้ไม่.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ยืมเงิน 100,000 บาทจากโจทก์โดยตกลงชำระดอกเบี้ยตามกฎหมาย จำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ นับแต่วันกู้จนถึงปัจจุบัน จำเลยที่ 1 ไม่ชำระเงินต้นและดอกเบี้ย โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยทั้งสองเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงิน 115,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 100,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า หนี้ตามสัญญากู้ตามฟ้อง โจทก์เคยมอบอำนาจให้ผู้มีชื่อฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น และจำเลยทั้งสองได้ชำระหนี้เงินกู้ให้แก่ผู้มีชื่อซึ่งเป็นสามีผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์นั้นไว้แทนโจทก์ครบถ้วนแล้ว จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงข้อเดียวว่าจำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดชำระเงินต้นรวมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ดังฟ้องโจทก์หรือไม่ และให้จำเลยทั้งสองนำพยานเข้าสืบก่อนในวันนัดสืบพยานจำเลย

คู่ความท้ากันว่า ถ้านายกำจัดกับนางเพิ่มพัตร์หรือเพิ่มภัทร สุวรรณเจริญ ซึ่งเป็นสามีภรรยาด้วยกันยอมรับคำท้าสาบานจากฝ่ายจำเลยทั้งสองว่ายังไม่ได้รับชำระหนี้จากจำเลยไปครบถ้วนแล้ว จำเลยทั้งสองจะยอมรับผิด แต่ถ้านายกำจัดกับนางเพิ่มพัตร์หรือเพิ่มภัทรไม่กล้าสาบาน ขอให้ศาลยกฟ้องคู่ความจะให้คนทั้งสองไปสาบานต่อหน้าศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ตำบลปากน้ำหลังสวน และที่โบสถ์คริสต์จักรอำเภอหลังสวน ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2529 เวลา 13.30 นาฬิกาโดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้กล่าวนำสาบานตามคำท้า ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อคู่ความตกลงท้ากัน ซึ่งเป็นประเด็นโดยตรงในข้อพิพาท จึงอนุญาตตามที่คู่ความขอในวันนัดคณะผู้พิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งไปเผชิญสืบพร้อมกับคู่ความด้วยจดรายงานกระบวนพิจารณาไว้ว่า

คู่ความทั้งสองฝ่ายมาศาลพร้อม จากนั้นคู่ความได้นำไปสาบานต่อหน้าศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ฝ่ายจำเลยนำสาบานตรงตามคำท้าตามที่คู่ความตกลงกัน จากนั้นจึงเดินทางไปสาบานต่อคริสต์จักร อำเภอหลังสวนฝ่ายจำเลยนำสาบาน ซึ่งฝ่ายผู้สาบานได้ปฏิบัติตรงตามคำท้าแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 100,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 2 เมษายน 2527 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน115,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 100,000บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วน ให้จำเลยที่ 2 ชำระแทนจนครบถ้วนแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า นายกำจัดและนางเพิ่มพัตร์หรือเพิ่มภัทรมิใช่โจทก์ จึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียทำให้คำท้าสาบานไม่ตรงกับประเด็นข้อพิพาท คำท้าสาบานจึงขัดต่อกฎหมายนั้น เห็นว่า เมื่อโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงท้ากันว่าถ้านายกำจัดกับนางเพิ่มพัตร์หรือเพิ่มภัทรสาบานตัวตามที่จำเลยทั้งสองเป็นผู้กล่าวนำสาบานตามคำท้าได้ จำเลยทั้งสองยอมแพ้คดีถ้าไม่กล้าสาบานโจทก์ยอมแพ้คดี การสาบานตนของบุคคลทั้งสองจึงเป็นเงื่อนไขที่คู่กรณีกำหนดขึ้นเพื่อให้ศาลวินิจฉัยข้อแพ้ชนะในคดี แม้นายกำจัดและนางเพิ่มพัตร์หรือเพิ่มภัทรจะมิใช่โจทก์แต่เป็นบุคคลที่จำเลยอ้างว่าเป็นผู้รับชำระหนี้จากจำเลย ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลบังคับระหว่างคู่ความ

ทั้งคำท้าสาบานดังกล่าวก็ตรงกับประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้แล้วฎีกาจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ตามคำท้าของคู่ความตกลงกันให้นายกำจัด สุวรรณเจริญ มาสาบานตัว แต่ในวันสาบานปรากฏว่านายจักรพงษ์ สุวรรณเจริญ มาสาบานตามคำท้า นายจักรพงษ์นั้นมิใช่นายกำจัด นายจักรพงษ์จึงไม่มีสิทธิสาบานเพราะเป็นบุคคลคนละคนกันคำสาบานของนายจักรพงษ์จึงขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนเป็นโมฆะนั้น เห็นว่า ในวันที่คู่ความตกลงท้ากัน ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 31 ตุลาคม 2529 นั้นคู่ความตกลงกันให้นายกำจัดกับนางเพิ่มพัตร์หรือเพิ่มภัทรสุวรรณเจริญ ซึ่งเป็นสามีภรรยาด้วยกันสาบานตน โดยจำเลยทั้งสองจะเป็นผู้กล่าวนำสาบานตามคำท้า ข้อเท็จจริงจึงมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าทั้งโจทก์และจำเลยทั้งสองต้องรู้จักตัวนายกำจัดและนางเพิ่มพัตร์หรือเพิ่มภัทรมาก่อน

ต่อมาในวันนัดสาบานตัว คู่ความนำฝ่ายผู้สาบานไปสาบาน ณ สถานที่ที่ตกลงท้ากัน ฝ่ายจำเลยนำสาบานซึ่งฝ่ายผู้สาบานได้ปฏิบัติตรงตามคำท้าแล้ว โจทก์ จำเลยทั้งสอง นายจักรพงษ์และนางเพิ่มพัตร์หรือเพิ่มภัทรลงลายมือชื่อไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2529โดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน เมื่อจำเลยทั้งสองเป็นผู้กล่าวนำสาบานตามคำท้า จำเลยทั้งสองต้องทราบดีว่าบุคคลทั้งสองที่ตนนำให้สาบานตามคำท้านั้นเป็นบุคคลที่จำเลยทั้งสองประสงค์จะให้สาบานตัวตามคำฟ้องหรือไม่ เมื่อจำเลยทั้งสองนำบุคคลทั้งสองให้สาบานตัวโดยไม่ได้โต้แย้งทักท้วงแต่อย่างใดแสดงว่าบุคคลทั้งสองที่สาบานตัวนั้น คนหนึ่งคือนายกำจัด สุวรรณเจริญ หรือนายจักรพงษ์ สุวรรณเจริญ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือนายกำจัดกับนายจักรพงษ์เป็นบุคคลคนเดียวกันแต่มีสองชื่อนั่นเอง ฎีกาจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4155/2548

คู่ความตกลงท้ากันโดยถือเอาผลของการรังวัดที่ดินแปลงพิพาทของเจ้าพนักงานที่ดินว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่ในเขตหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งทางราชการได้ออกให้แก่จำเลยหรือไม่ เป็นข้อแพ้ชนะในคดี เ…

Supreme Court Judgment No. 987/2541

ก่อนวันสืบพยานในคดีที่จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การทนายโจทก์และทนายจำเลยที่ 2 ที่ 3 มาศาล ทั้งสองฝ่ายร่วมกันแถลงว่าคดีตกลงกันไปเกือบเสร็จสิ้นแล้วยังติดขัดรายละเอียดอีกเล็กน้อย ขอเลื่อนคดีเพื่อทำยอมนัด…

Supreme Court Judgment No. 5393/2540

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ได้ บัญญัติ เกี่ยวกับ การ รับฟัง ข้อเท็จจริง ของ คดีแพ่ง ที่ เกี่ยวเนื่อง กับ คดีอาญา ไว้ อย่าง ชัดแจ้ง ว่า ใน คดีแพ่ง ที่ เกี่ยวเนื่อง กับ คดีอาญา ศาล ต้อง ถื…

Supreme Court Judgment No. 5340/2540

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ได้บัญญัติเกี่ยวกับการรับฟังข้อเท็จจริงของคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาไว้อย่างชัดแจ้งว่า ในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาศาลต้อง ถือข้อเท็จจริงตามที่ปราก…

Supreme Court Judgment No. 5771/2538

คู่ความตกลงท้ากันว่า โจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยาน แต่ขอให้พระภิกษุ ส.มาแถลงต่อศาลว่า โจทก์หรือจำเลยเป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทและเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทแน่ หากพระภิกษุ ส.แถลงต่อศาลเช่นใด คู่ความก็ยอมรับและไม่ต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up