คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษาต้องกันว่าจำเงยมีผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา ส. ตามกฎหมายอาญา ม. ๒๔๓ ๖๐ ให้จำคุก ๒ ปี แต่ผุ้พิพากษาศาลอุทธรณ์ นายหนึ่งทำความเห็นแย้งมีข้อความว่า "คดีข้าพเจ้า มั่นใจในเหตุผลที่กล่าวมาแล้วว่า มีเหตุผลอันสำคัญควรสู่ศาลสูงได้ ถ้าจำเลยจะฎีกาเพื่อให้ศาลสูงวินิจฉัยแล้ว ข้าพเจ้าจะอนุญาตให้จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงต่อมา ศาลฎีกาตัดสินว่าข้อความในท้ายความเห็นแย้งของศาลอุทธรณ์เป็นการอนุญาตให้ ฎีกาตาม ม. ๒๒๑ แห่งประมวลวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว
จำเลยฎีกาในข้อข้อเท็จจริงได้ในที่สุดเห็นว่าคดีน่าเชื่อตามความเห็นแย้งของศาลอุทธรณ์ ว่าเป็นเรื่องชู้สาวยิ่งกว่าเรื่องข่มขืนกระทำชำเรา จึงให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยไป