Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1234/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 วรรคแรก หมายถึงบุคคลสองฝ่ายมิได้มีเจตนาที่จะผูกพิติสัมพันธ์กันอย่างไรเลย หากแต่แสร้งทำเป็นนิติกรรมขึ้นเพื่อลวงบุคคลภายนอก กฎหมายจึงยอมให้บุคคลทั้งสองฝ่ายน้นอ้างอิงความไม่สมบูรณืของนิติกรรมนั้น เพื่อแสดงว่าเป็นโมฆะได้ ส่วนวรรคสองหมายถึงบุคคลสองฝ่ายตกลงกันทำนิติกรรมอันหนึ่ง แต่ไม่แสดงเจตนาออกเช่นนั้น แสร้งทำเป็นนิติกรรมอีกอันหนึ่ง เพื่ออำพรางนิติกรรมที่เขาแสดงเจตนาอันแท้จริงผูกนิติสัมพันธ์กันขึ้นนั้น กฎหมายจึงให้บังคับตามเจตนาอันแท้จริงที่เขาผูกนิติสัมพันธ์กันนั้นได้ ในกรณีที่จำเลยได้แสดงเจตนาตกลงกับโจทก์และจดทะเบียนแสดงเจตนานั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของจำเลยไปให้โจทก์เป็นการขายฝากแล้วนั้น จำเลยจะขอสืบพยานว่าพฤติการณ์เป็นจำนองโดยไม่มีสัญญาจำนองอันแท้จริงอีกอันหนึ่งเลยหาได้ไม่ เพราะเป็นการขอสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 26/2505)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายฝากที่ดินโฉนด ๓๔๓๙ พร้อมตึกเปล่า ๑๑ ห้อง แก่โจทก์เป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท สัญญาไถ่คืนใน ๑ ปี โจทก์ให้จำเลยอาศัยตึกแถวดังกล่าวอยู่ ๒ ห้อง เมื่อครบกำหนด จำเลยไม่สามารถไถ่คืน จึงตกลงกันเมื่อ ๓๑ มกราคม ๒๕๐๑ ขยายเวลาไถ่ออกไปอีก ๑๒ เดือน ครั้นครบกำหนดจำเลยก็ไม่ไถ่ ให้ส่งมอบตึก ๒ ห้อง จำเลยก็เพิกเฉย จึงขอให้ศาลบังคับขับไล่และใช้ค่าเสียหาย

จำเลยให้การว่า ความจริงสัญญาขายฝากเป็นแต่วิธีลวง ตามพฤติการณ์ระหว่างโจทก์จำเลยตกลงและปฏิบัติต่อกันเป็นลักษณะจำนอง เมื่อจดทะเบียนขายฝากแล้วโจทก์ไม่เคยเกี่ยวข้อง จำเลยเคยครอบครองมาอย่างไรก็คงปฏิบัติอยู่เช่นนั้น ไม่ได้อาศัยโจทก์อยู่ การให้เช่าตึก การเสียภาษีที่ดินและโรงเรือน จำเลยประเมินในนามของจำเลยทั้งสิ้น จำเลยรับเงินจากโจทก์เพียง ๑๒๐,๐๐๐ บาทเศษ เหลือนั้นเป็นค่าดอกเบี้ยธรรมเนียมขายฝาก เมื่อทำสัญญาขยายเวลาไถ่ โจทก์คิดดอกเบี้ยทบต้นสำหรับปีที่เกินเวลาขายฝากจนถึงวันทำสัญญา และสำหรับเงินโอนหนี้ให้จำเลยใช้แทนเจ๊ก จึงรวมเป็นเงิน ๒๗๔,๐๐๐ บาท เมื่อพฤติการณ์เป็นลักษณะจำนอง จำเลยไม่ต้องใช้ค่าเสียหายเพราะจำเลยเสียดอกเบี้ยแทนผลประโยชน์ให้โจทก์แล้ว

ศาลชั้นต้นชี้แจงสถานและประเด็นว่า จะเป็นการจำนองหรือไม่ เป็นปัญหาหารือ ส่วนข้อต่อสู้อื่น ๆ ไม่เป็นประเด็น เพราะจำเลยไม่ได้ฟ้องแย้ง ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยมีเพียงว่า โจทก์เสียหายตามฟ้องหรือไม่ ให้โจทก์นำสืบก่อน โจทก์แถลงไม่ติดใจสืบ ขอรับค่าเสียหายเพียงห้องละ ๗๐ บาทตามที่จำเลยให้การรับ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากตึกตามฟ้อง และให้จำเลยเสียค่าเสียหายให้โจทก์ เดือนละ ๑๔๐ บาทจนกว่าจะออกจากห้อง โดยเห็นว่าข้ออ้างที่ว่า โจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ขายฝากนั้น ไม่มีทางจะเป็นไปได้ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ขายฝากย่อมตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยผลแห่งกฎหมาย โดยโจทก์ไม่จำเป็นต้องเข้าครอบครอง จำเลยไม่มีทางจะนำสืบข้อเท็จจริงตามที่อ้าง เพราะถึงสืบไปก็ไม่เกิดผลให้เปลี่ยนแปลงบทกฎหมายแต่ประการใด อีกข้อหนึ่งที่อ้างว่าตกลงคิดดอกเบี้ยรวมเข้าเป็นต้นเงิน ก็เป็นการกำหนสินไถ่ตามที่ตกลงกัน ข้ออ้างของจำเลยทั้ง ๒ ประการนี้ แม้สืบได้ก็ไม่ทำให้พฤติการณ์ที่แสดงว่าเป็นการปฏิบัติต่อกันในลักษณะจำนอง จึงให้งดสืบพยานเสีย รูปคดีฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาขายฝากตกเป็นของโจทก์แล้ว จำเลยไม่มีสิทธิอยู่ในห้องต่อไป

จำเลยอุทธรณ์ความสำคัญว่า ตามคำให้การของจำเลยโต้เถียงว่า ข้อตกลงและพฤติการณืที่ปฏิบัติต่อกันระหว่างโจทก์จำเลยเป็นเรื่องจำนอง ไม่ใช่เรื่องขายฝาก การที่ศาลชั้นต้นตัดพยานมิให้จำเลยสืบตามขอต่อสู้ เป็นการไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาต่อมาเฉพาะข้อที่ศาลสั่งตัดพยาน

ศาลฎีกาตรวจสำนวนและพร้อมกันประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๘ มีไว้เพื่อใช้บังคับในกรณีที่บุคคลสองฝ่ายตกลงกันแสดงเจตนาอันมิใช่เจตนาอันแท้จริงระหว่างเขาทั้งสองนั้น ในวรรคแรกหมายถึงบุคคลสองฝ่ายมิได้มีเจตนาที่จะผูกนิติสัมพันธ์กันอย่างไรเลย หากแต่แสร้งทำเป็นนิติกรรมขึ้นเพื่อลวงบุคคลภายนอก กฎหมายจึงยอมให้บุคคลทั้งสองฝ่ายนั้นอ้างอิงความไม่สมบูรณ์ของนิติกรรมนั้นเพื่อแสดงว่านิติกรรมนั้นเป็นโมฆะได้ ดังนี้ ความในวรรคสองมาตรา ๑๑๘ นี้ จึงหมายว่า บุคคลสองฝ่ายตกลงทำนิติกรรมอันหนึ่ง แต่ไม่แสดงเจตนาออกเช่นนั้น แสร้งทำเป็นนิติกรรมอีกอันหนึ่งเพื่ออำพรางนิติกรรมที่เขาแสดงเจตนาอันแท้จริงผูกนิติสัมพันธ์กันขึ้นนั้น กฎหมายจึงให้บังคับตามเจตนาอันแท้จริงที่เขาผูกนิติสัมพันธ์กันนั้นได้ กรณีที่ปรากฏในคดีนี้

ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นเรื่องที่จำเลยต้องการเงินจากโจทก์ โจทก์จะจ่ายเงินให้ต่อเมื่อจำเลยทำนิติกรรมเป็นสัญญาขายฝาก จำเลยจึงได้ไปทำหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจาหน้าที่โอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทเป็นสัญญษขายฝากโดยถูกต้องตามกฎหมาย จำเลยให้การโต้แย้งฟ้องโจทก์ที่อ้างสัญญาขายฝาก ก็เพียงว่าพฤติการณ์ระหว่างโจทก์จำเลยตกลงและปฏิบัติต่อกันเป็นลักษณะจำนองเท่านั้น อันว่าจำนองนั้น คือ การที่ผู้จำนองเอาทรัพย์สินตราไว้แก่ผู้รับจำนอง เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ หาได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินไปดังเช่นสัญญาขายฝากไม่ ก็เมื่อจำเลยได้แสดงเจตนาตกลงกับโจทก์และจดทะเบียนแสดงเจตนาตกลงกับโจทก์และจดทะเบียนแสดงเจตนานั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยเต็มใจโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของจำเลยไปให้โจทก์เป็นการขายฝากแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่า จะมากลับคำอ้างเอาแต่ฝ่ายเดียวว่าพฤติการณ์เป็นจำนองโดยจำเลยและโจทก์ม่มีเจตนาจะโอนและรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทกันนั้นย่อมฟังไม่ได้ นิติกรรมอำพรางนั้นต้องมีนิติกรรมซึ่งใช้บังคับได้ทั้งสองอัน แต่คู่กรณีทำเป็นนิติกรรมอันหนึ่งอำพรางนิติกรรมอันแท้จริงไว้ ในเรื่องนี้นิติกรรมที่จำเลยอ้างว่าเป็นสัญญาจำนองนั้นหามีไม่เลย เพราะสัญญาจำนองนั้นต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๑๕ มิฉะนั้น จะเป็นการตราไว้เพื่อเป็นการชำระหนี้หาได้ไม่ ศาลฎีกาจึงเห็นว่า กรณีนี้นิติกรรมคงมีอยู่แต่อันเดียว คือ นิติกรรมขายฝากที่โจทก์จำเลยจดทะเบียนไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเอกสารมหาชน จำเลยได้ทำหนังสือแสดงให้ปรากฏชัดว่า จำเลยได้โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทไปยังโจทก์ในการขายฝากนั้นแล้ว จำเลยจะขอสืบพยานว่าไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ จึงเป็นการขอนำสืบเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสารนั้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี
Lower court
ศาลแพ่ง - นายแปล บุณยเกียรติ
ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1190/2546

สำเนาคำแถลงและหน้าสำนวนเป็นเอกสารที่ถ่ายจากต้นฉบับในคดีแพ่งของศาลชั้นต้นในคดีก่อน เป็นเอกสารในสำนวนคดีเรื่องอื่นอันต้องด้วยข้อยกเว้นที่จำเลยไม่ต้องส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวให้โจทก์ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว…

Supreme Court Judgment No. 1328/2539

เมื่ออ่านเอกสารท้ายฟ้องทั้งหมดประกอบคำฟ้องแล้วพอเข้าใจได้ว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธินำรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 10 - 0769 กาญจนบุรีเข้าวิ่งในคิวที่ 41 ของจำเลยที่ 1 แทนรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 10 - 048…

Supreme Court Judgment No. 1076/2539

เมื่อคำให้การจำเลยแปลความได้ว่า จำเลยยอมรับว่าได้ตกลงกู้เงินจากโจทก์และหลังจากทำสัญญากู้แล้ว จำเลยได้รับเงินจากโจทก์จนครบและเกินจำนวนที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ จึงถือได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์จำเลยตกลงผูกพันกั…

Supreme Court Judgment No. 1029/2532

จำเลยมีเจตนาขอกู้ยืมเงินโจทก์ โจทก์ไม่ยอมให้กู้แต่ประสงค์ให้ทำสัญญาขายฝาก เมื่อจำเลยตกลงทำสัญญาขายฝากที่ดินตามความประสงค์ของโจทก์โดยความสมัครใจของจำเลยเอง สัญญาขายฝากจึงมิได้กระทำขึ้นด้วยการสมรู้ของโจ…

Supreme Court Judgment No. 2629/2531

โจทก์ได้รับการยกกรรมสิทธิ์ในที่ดินจากบิดา แต่เนื่องจากพี่น้องของโจทก์มีชื่อถือกรรมสิทธิ์แทนบิดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวการโอนที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์จึงทำเป็นสัญญาซื้อขาย แล้วโจทก์ได้ขายที่ดินไปหลังจากได้กรรม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up