Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 124/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เบี้ยปรับถือได้ว่าเป็นค่าเสียหายจำนวนหนึ่ง อันอาจมีหรือเกิดขึ้นเนื่องจากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา ทั้งคู่สัญญากำหนดไว้ล่วงหน้าในสัญญาเพื่อให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาชดใช้ให้แก่ฝ่ายที่มิได้ผิดสัญญา แต่ก็มิได้บังคับไว้โดยเด็ดขาดว่าจะต้องเป็นไปตามนั้น ฉะนั้นศาลจึงอาจใช้ดุลพินิจลดจำนวนค่าปรับหรือเบี้ยปรับตามสัญญานั้นลงได้ โดยพิจารณาถึงทางได้เสียของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย.(ที่มา-ส่งเสริม)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งรับราชการครู ได้รับทุนของรัฐบาลไปศึกษาต่างประเทศ ได้ทำสัญญารับทุนกับโจทก์ เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจำเลยกลับมารับราชการใช้ทุนไม่ครบกำหนดเวลาตามสัญญา จึงฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินทุนและเบี้ยปรับตามสัญญา กับให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงินจำนวน 574,991.68 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ก็ให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้รับทุนของรัฐบาลให้ไปศึกษา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีข้อสัญญาตกลงกับโจทก์ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ที่ได้รับทุนดังกล่าวว่า เมื่อจำเลยที่ 1 สำเร็จการศึกษาแล้ว จะรับราชการชดใช้เป็นเวลาสองเท่าของเวลาที่จำเลยที่ 1 ศึกษาอยู่ต่างประเทศ หากผิดสัญญา จำเลยที่ 1 จะรับผิดชดใช้เงินทุนคืน กับชดใช้เบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของจำนวนเงินทุนที่ต้องคืนแก่โจทก์ โดยที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้ทำสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์ต่อมาจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา โดยจำเลยที่ 1 ได้ไปศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศเป็นเวลา1,820 วัน เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วได้เข้ารับราชการเพียง 880 วัน แล้วถูกไล่ออกจากราชการเนื่องจากละทิ้งหน้าที่อันเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

คดีมีข้อวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่านอกจากจำเลยทั้งสองต้องรับผิดชดใช้เงินทุนคืนเป็นเงิน383,327.79 บาท กับชำระเบี้ยปรับส่วนหนึ่งเป็นเงิน 191,663.89บาท รวมเป็นเงิน 574,991.68 บาท ให้โจทก์แล้ว จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชำระเบี้ยปรับตามจำนวนเงินทุนที่ต้องคืนโจทก์ซึ่งเป็นเงินอีกจำนวน 191,663.89 บาท แก่โจทก์หรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่าเบี้ยปรับนั้นถือได้ว่าเป็นค่าเสียหายจำนวนหนึ่งอันอาจมีหรือเกิดขึ้นเนื่องจากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา ทั้งคู่สัญญากำหนดไว้ล่วงหน้าในสัญญาเพื่อให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาชดใช้ให้แก่ฝ่ายที่มิได้ผิดสัญญา ซึ่งจะต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 วรรคแรก ที่บัญญัติไว้ว่า'ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้...' แสดงว่าเบี้ยปรับนั้นแม้จะได้กำหนดกันไว้ในสัญญา แต่ก็มิได้บังคับไว้โดยเด็ดขาดว่าจะต้องเป็นไปตามนั้น ศาลอาจใช้ดุลพินิจลดจำนวนค่าปรับหรือเบี้ยปรับตามสัญญานั้นลงได้โดยพิจารณาถึงทางได้เสียของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายสำหรับกรณีของโจทก์เพียงแต่ได้ความว่า

จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาต้องคืนเงินทุนและชำระเบี้ยปรับแก่โจทก์ตามสัญญา ไม่ปรากฏจากที่โจทก์นำสืบว่า การที่จำเลยที่1 ผิดสัญญานั้น โจทก์ได้รับความเสียหายเพียงใด ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลดเบี้ยปรับลงกึ่งหนึ่ง คงเหลือเบี้ยปรับที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ให้โจทก์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินทุนที่จำเลยต้องใช้คืนโจทก์ชอบแล้ว ไม่มีเหตุให้แก้ไขเป็นอย่างอื่นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น'

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · จำนง นิยมวิภาต · เฉลิม การปลื้มจิตต์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4836/2567

การที่จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดแรก ต่อมาจำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อพิพาทโต้แย้งในส่วนที่เกี่ยวกั…

Supreme Court Judgment No. 3661/2566

จำเลยที่ 1 ขอสินเชื่อจากโจทก์โดยตกลงชำระดอกเบี้ยโดยใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นกรุงเทพ (BIBOR) (3 เดือน) บวกร้อยละ 3 ต่อปี และสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลอนดอน (LIBOR) บวกร้อยละ 3 ต่…

Supreme Court Judgment No. 3290/2566

ตามสัญญาเงินกู้ ข้อ 4 ระบุว่า "หากผู้กู้ค้างชำระดอกเบี้ยเกินกว่าหนึ่งปี ผู้กู้ยอมให้นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระ มารวมกับเงินต้นเดิมเป็นเงินต้นใหม่ และให้คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นใหม่นี้ โดยจะคิดทบไปทุกปี จนกว่า…

Supreme Court Judgment No. 1301/2566

การที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญากู้ยืมตกลงกันเป็นหนังสือให้เอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระไม่น้อยกว่าหนึ่งปีทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้น เป็นข้อตกลงที่มีผลใช้บังคับได้…

Supreme Court Judgment No. 1101/2566

โจทก์เรียกให้จำเลยทั้งหกชําระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ภายหลังจากจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชําระหนี้แก่โจทก์ เนื่องจากโจทก์อาศัยข้อตกลงระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ตามคําขอสินเชื่อ คําขอสินเชื่อธุรกิจ ประ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up