Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1240/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์รับซื้อฝากบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ธรณีสงฆ์ไว้จาก ฉ. มีกำหนด 1 ปี โดยมีข้อสัญญาด้วยว่า ถ้าฉ.ไม่ไถ่บ้านคืนภายใน 1 ปี ฉ.ยอมโอนสิทธิการเช่าที่ธรณีสงฆ์ให้โจทก์ ครั้นครบ 1 ปีบ้านหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ ฉ.กลับยื่นคำร้องต่อจำเลย ซึ่งเป็นผู้จัดการผลประโยชน์ที่ธรณีสงฆ์ขอโอนสิทธิการเช่าให้แก่ ท. ด. เจ้าหน้าที่ของจำเลยได้รายงานเท็จต่อคณะกรรมการจัดผลประโยชน์ของจำเลยว่าไม่มีบ้านปลูกอยู่ในที่ดิน คณะกรรมการจึงอนุญาตให้ ท. เป็นผู้เช่าแทน ฉ.ได้ ดังนี้แม้ในทางปฏิบัติจะมีความเห็นของเจ้าหน้าที่ว่า ผู้ใดเป็นเจ้าของบ้านผู้นั้นควรได้รับเช่าที่ดินก็ตาม แต่ก็มิใช่ข้อบังคับเด็ดขาดว่า จำเลยต้องเช่าเสมอไป การที่มีข้อสัญญาระหว่าง ฉ.กับโจทก์นั้นจำเลยก็มิได้เป็นคู่สัญญาด้วย ข้อตกลงดังกล่าวไม่ผูกพันจำเลย ฉะนั้น การที่โจทก์รับซื้อฝากบ้านจนหลุดเป็นสิทธิไม่ก่อให้เกิดสิทธิการเช่าที่ดิน และจำเลยไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องให้โจทก์เช่าที่พิพาท การที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยทำรายงานเท็จก็เป็นเรื่องทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนส่วนหนึ่งต่างหาก หาใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้โจทก์ไม่ได้เช่าที่พิพาทไม่ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดฐานกระทำละเมิดต่อโจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับซื้อฝากบ้านไม้ครึ่งตึกสองชั้น ๑ หลัง และบ้านแบบบังกะโลอีก ๒ หลัง ซึ่งปลูกอยู่ในที่ธรณีสงฆ์ วัดทองนพคุณ จากนางฉลวย ศกุนะสิงห์ โดยมีข้อสัญญาว่า หากสัญญาซื้อขายฝากบ้านนี้ขาดอายุสัญญา นางฉลวย ยินยอมโอนสิทธิการเช่าที่ดินธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้โจทก์ ครั้นครบ ๑ ปีบ้านหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ แล้วนางฉลวยกลับยื่นคำร้องต่อจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการผลประโยชน์ที่ธรณีสงฆ์ขอโอนสิทธิการเช่าให้แก่ผู้มีชื่อ และด้วยความร่วมมือของข้าราชการในสังกัดของจำเลยได้รายงานเท็จขึ้นมาว่า นางฉลวยเป็นผู้เช่าที่ดินรายพิพาท แต่ไม่ได้รายงานว่าสิ่งปลูกสร้างในที่ดินพิพาทได้ขายฝากไว้กับโจทก์ทั้งที่รู้อยู่แล้ว ซึ่งตามระเบียบแบบแผนของทางราชการของจำเลยมีอยู่ว่า

หากกรรมสิทธิ์ในบ้านที่ปลูกอยู่ในที่ธรณีสงฆ์เป็นของผู้ใดก็จะต้องพิจารณาให้ผู้นั้นเป็นผู้เช่าที่ดินนั้น จำเลยหลงเชื่อรายงานเท็จดังกล่าว จึงอนุมัติให้นางฉลวยโอนสิทธิการเช่าที่ดินรายพิพาทให้ผู้อื่นไป การกระทำของจำเลยจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ของศาลบังคับให้จำเลยจัดการโอนสิทธิการเช่าที่ดินรายพิพาทให้โจทก์เป็นผู้เช่าโดยตรงกับจำเลย หากจำเลยไม่สามารถจัดการได้ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า ไม่มีระเบียบแบบแผนทางราชการหรือกฎหมายบัญญัติ หากกรรมสิทธิ์บ้านที่ขายฝากในที่ธรณีสงฆ์ตกเป็นของผู้รับซื้อฝากแล้ว ผู้รับซื้อฝากจะได้เป็นผู้เช่าที่ดินแปลงนั้น ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับนางฉลวยไม่ผูกพันจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า กรมจำเลยไม่มีระเบียบแบบแผนหรือแม้แต่เพียงธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติว่า ถ้าผู้ใดได้เป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง จะต้องให้ผู้นั้นเป็นผู้เช่าที่ดินด้วย ข้อสัญญาระหว่างนางฉลวยกับโจทก์ไม่ผูกพันจำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทางพิจารณาไม่ได้ความว่ามีระเบียบแบบแผนและธรรมเนียมดังที่โจทก์อ้าง แต่ได้ความตามคำพยานจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในกรมการศาสนาว่า จำเลยไม่ผูกพันที่จะให้ผู้ซื้อฝากได้เป็นผู้เช่าเสมอไป โดยเจ้าหน้าที่จะทำบันทึกเพิ่มเติมไว้ท้ายคำขออนุญาตขายฝากสิ่งปลูกสร้างทุกรายว่า การขายฝากไม่ผูกพันผู้รับซื้อฝากในกรณีเกี่ยวกับโอนสิทธิการเช่า แม้จะปรากฏว่ามีความเห็นตามรายงนของคณะกรรมการสอบสวน นายดิเรก สิริโสมะ ว่าในทางปฏิบัติ ผู้ใดเป็นเจ้าจองบ้านผู้นั้นควรได้รับเช่าที่ดินภายใต้ระเบียบข้อบังคับของกรมการศาสนา ก็เป็นแต่ความเห็นของเจ้าหน้าที่หาใช่เป็นข้อบังคับเด็ดขาดว่าจำเลยจะต้องให้เช่าเสมอไปไม่ การที่จำเลยมีหนังสือแสดงความยินยอมให้ขายฝากบ้านก็เป็นเรื่องที่ได้หารือทางวัดเจ้าของที่ดินไม่ขัดข้อง จึงแจ้งไปยังอำเภอเพื่อจะได้จดทะเบียนขายฝากให้

มิได้หมายความว่ายอมให้โจทก์เป็นผู้เช่าที่ดิน ส่วนข้อสัญญาระหว่างนางฉลวยกับโจทก์ที่ว่าถ้านางฉลวยไม่ได้บ้านคืนภายใน ๑ ปียอมโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์นั้น จำเลยเป็นบุคคลภายนอก มิได้เป็นคู่สัญญา ข้อตกลงดังกล่าวหาผูกพันจำเลยไม่สรุปแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่าการที่โจทก์รับซื้อฝากบ้านจดหลุดเป็นสิทธินั้นไม่ก่อให้เกิดสิทธิการเช่าที่ดินจำเลยไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายจะต้องให้โจทก์เช่าที่พิพาทแม้เจ้าหน้าที่ของจำเลยจะทำรายงานเท็จก็เป็นเรื่องผิดวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนส่วนหนึ่งต่างหาก หาใช้สาเหตุโดยตรงที่ทำให้โจทก์ไม่ได้เช่าที่พิพาทไม่ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดกระทำละเมิดต่อโจทก์

Result

พิพากษายืน ุ (กฤษณ์ โสภิตกุล - สุมิตร ฟักทองพรรณ - ชุบ วีระเวคิน)()ศาลแพ่ง - นายโกมล อิศรางกูร ณ อยุธยาศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ ไวกาสี

Matter details

Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5129/2546

จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาพลศึกษา ได้สั่งให้นักเรียนชั้น ม.1 วิ่งรอบสนามระยะทาง 200 เมตร ต่อ 1 รอบ จำนวน 3 รอบ เป็นการอบอุ่นร่างกายก่อนการเรียนวิชาพลศึกษาในภาคปฏิบัติ และได้สั่งให้นักเรียนวิ่งร…

Supreme Court Judgment No. 3883/2546

ขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสอง พระเทพปัญญามุนีไม่ใช่ผู้แทนของวัดจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพระลูกวัดและมีพรรษาอาวุโสสูงสุดของวัดจำเลยที่ 1 จึงต้องทำหน้าที่รักษาการแทนเจ้าอาวาสคำฟ้องโจทก์ที่ระบุว่า…

Supreme Court Judgment No. 8181/2540

โจทก์บรรยายฟ้องว่า การซื้อที่ดินของโจทก์ได้ กระทำ ขึ้น ต่อ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ของ กรม ที่ดินจำเลยที่ 2 จึง มั่นใจ และ เชื่อ โดย สุจริตใจ ว่า การ ซื้อ ขายจะ ต้อง สมบูรณ์ และ ถูก ต้อง ตาม กฎหมาย ซึ่ง ก…

Supreme Court Judgment No. 2749/2540

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 23 และที่ 25 ถึงที่ 29 เป็นกรรมการดำเนินการของโจทก์ ซึ่งตามรายงานการประชุม ไม่ปรากฏว่าคณะกรรมการดำเนินการของโจทก์ได้ลงมติให้จ่ายเงินกู้แก่สมาชิกเป็นเช็คขีดคร่อมเป็นรายตัวเพียงแต่ที่ป…

Supreme Court Judgment No. 21/2540

จำเลยที่2เป็นสารวัตรใหญ่และจำเลยที่3เป็นพนักงานสอบสวนคนทั้งสองต่างเป็นข้าราชการในสังกัดของกรมตำรวจจำเลยที่1การที่จำเลยที่2และที่3ยึดรถยนต์พิพาทของโจทก์เป็นของกลางเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างหนึ่งตามระเบ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up