คำฟ้องและคำให้การ
เรื่อง มรดก
โจทก์ฟ้องว่า นางเขียวโจทก์เป็นภรรยานายนวลเกิดบุตรสาวสองคนมีชีวิตอยู่คือ น.ส.คลาด กับ ด.ญ.คล้าย นายนวลตาย สวนยางของนายนวลตกเป็นมรดก โจทก์ครอบครองร่วมกับจำเลยนับแต่นายนวลตาย โจทก์ของแบ่งมรดกและเรียกค่าเสียหายที่จำเลยกรีดยาง
จำเลยทั้งสองให้การว่า สวนยางรายนี้นายนวลยกให้จำเลยแล้ว ได้ครอบครองมา ๑๐ ปีเศษ โจทก์เป็นภรรยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้จดทะเบียนสมรส คดีขาดอายุความมรดก โจทก์เรียกค่าเสียหายมากเกินไป
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้แบ่งมรดกรายนี้เป็น ๗ ส่วน ให้โจทก์ ๓ ส่วน ค่าเสียหาย ๒,๑๐๐ บาท ให้โจทก์ได้ ๓ ใน ๗ ส่วน โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้มรดกเป็น ๕ ส่วน ให้โจทก์ได้ ๓ ส่วน ให้จำเลย ๒ ส่วน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามพิพากษาศาลฎีกา (ในคดีแพ่งแดงที่ ๑๔๕/๒๔๙๓ ของศาลจังหวัดพัทลุง) ว่า สวนยางรายนี้เป็นมรดกของนายนวล ทายาทของนายนวลมีสิทธิที่จะได้รับการแบ่งทรัพย์รายนี้ด้วยตามกฎหมาย จำเลยในคดีนี้เป็นคู่ความในคดีนั้น จะกลับมาโดยแย้งคัดค้านว่าเป็นทรัพย์ของตน ฝืนคำพิพากษาของศาลฎีกาไม่ได้ ส่วนข้อที่ว่า โจทก์เป็นภริยาและบุตรของนายนวลโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ฟังได้ว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นภรรยานายนวลก่อนใช้ ป.พ.พ. จึงต้องถือตามกฎหมายเก่า ไม่จำต้องจดทะเบียนการสมรส เมื่อกินอยู่ด้วยกันฉันท์ผัวเมียโดยเปิดเผย ก็เป็นผัวเมียกันโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเป็นบุตรโจทก์เกิดแต่นายนวล จึงเป็นทายาทโดยชอบธรรมของนายนวล
Result
พิพากษายืน.(เลขวณิชธรรมวิทักษ์-ทรงนิติกรณ์-ชวน สิงหลกะ)นายประสม เภกะสุต - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล -