Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 12534/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยกับ พ. มีเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญาโดยร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจึงสั่งซื้อและชำระเงินจำนวน 7,000 บาท ให้แก่ จ. ผู้ขาย แต่ จ. ยังไม่สามารถส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้เพราะยังไม่มี จึงผัดว่าจะส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้ในภายหลัง โดย จ. จะนำแมทแอมเฟตมีนตามีนไปซุกซ่อนไว้ที่มาตรวัดน้ำประปาหน้าบ้านเช่าที่จำเลยกับ พ. เคยไปรับแมทแอมเฟตามีนกันมาก่อน จำเลยจึงลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว และการที่ จ. ได้นำเมทแอมเฟตามีนที่สั่งซื้อไว้ไปซุกซ่อนที่มาตรวัดน้ำประปาหน้าบ้านเช่าและโทรศัพท์มาแจ้งแก่จำเลยกับ พ. ให้จำเลยกับ พ. ไปเอาได้ เจ้าพนักงานตำรวจจึงนำจำเลยกับ พ. ไปยังสถานที่ดังกล่าวและยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวน 60 เม็ด ที่ซุกซ่อนไว้เป็นของกลาง ถือว่าการส่งมอบแมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลยกับ พ. มีผลสมบูรณ์เป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่ จ. แจ้งให้จำเลยกับ พ. ทราบว่าได้นำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปซุกซ่อนที่มาตรวัดน้ำประปานั้นแล้ว แม้ขณะที่ จ. แจ้งให้ทราบนั้น จำเลยกับ พ. ถูกเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวอยู่ ก็ไม่มีผลทำให้จำเลยกับ พ. ไม่สามารถครอบครองเมทแอมเฟตามีนของกลางได้แต่อย่างใด

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 Section 15 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 Section 66

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 83, 91 บวกโทษของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 265/2546 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (2), 66 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก 4 ปี 30 เดือน และปรับ 266,666 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาเกินหนึ่งปีแต่ไม่เกินสองปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2546 ร้อยตำรวจเอกจิตติพงษ์ กับจ่าสิบตำรวจอำนาจ และพวกร่วมกันวางแผนล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากนายเจตนพันธ์ และสามารถจับกุมนายเจตนพันธ์ได้ นายเจตนพันธ์พาไปจับกุมจำเลยซึ่งอยู่ที่ห้องพักในเสริมพรอพาร์ตเมนต์ พบจำเลยกับนางสาวขวัญหทัย อยู่ในห้อง ตรวจค้นพบอุปกรณ์การเสพเมทแอมเฟตามีน จึงควบคุมตัวไปสอบสวน จำเลยและนายเจตนพันธ์ให้การทำนองเดียวกันว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2546 เวลาประมาณ 7 นาฬิกา จำเลยซื้อเมทแอมเฟตามีนจากนายโจ จำนวน 16 เม็ด แต่ยังไม่ได้ชำระเงิน จำเลยจำหน่ายให้นางสาวจิติมา 13 เม็ด ในราคา 1,850 บาท เวลา 11 นาฬิกา จำเลยรวบรวมเงินได้ 7,000 บาท แล้วมอบให้นายเจตนพันธ์ติดต่อขอซื้อเมทแอมเฟตามีนจากนายโจ

นายเจตนพันธ์มอบเงิน 7,000 บาท ให้นายโจแล้ว แต่นายโจยังไม่มีเมทแอมเฟตามีนจึงบอกว่าจะนัดส่งเมทแอมเฟตามีนให้ในภายหลัง จนกระทั่งเวลาประมาณ 1 นาฬิกา ของวันที่ 12 พฤษภาคม 2546 ขณะที่จำเลยและนายเจตนพันธ์ถูกเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวอยู่ นายโจโทรศัพท์มาที่โทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยและบอกว่าได้นำเมทแอมเฟตามีนไปซ่อนไว้ที่มาตรวัดน้ำที่บริเวณบันไดหน้าบ้านเช่าในเขตตลาดบ้านคลองที่จำเลยกับนายเจตนพันธ์เคยไปรับเมทแอมเฟตามีนมาก่อน ร้อยตำรวจเอกจิตติพงษ์กับพวกจึงนำนายเจตนพันธ์กับจำเลยไปที่บ้านเช่าดังกล่าวและพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 60 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 0.938 กรัม ซ่อนอยู่ที่หลุมใกล้มาตรวัดน้ำ ชั้นจับกุมแจ้งข้อหาจำเลยกับนายเจตนพันธ์ว่า ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ทั้งสองให้การรับสารภาพ ชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาจำเลยกับนายเจตนพันธ์ว่า ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำเลยให้การปฏิเสธ นายเจตนพันธ์ให้การรับสารภาพ

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยกับนายเจตนพันธ์มีเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญาโดยร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จึงสั่งซื้อและชำระเงินจำนวน 7,000 บาท ให้แก่นายโจผู้ขาย แต่นายโจยังไม่สามารถส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้เพราะยังไม่มี จึงผัดว่าจะส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้ในภายหลัง ซึ่งตามพฤติการณ์แห่งคดีฟังได้ว่า นายโจจะนำเมทแอมเฟตามีนไปซุกซ่อนไว้ที่มาตรวัดน้ำประปาหน้าบ้านเช่าที่จำเลยกับนายเจตนพันธ์เคยไปรับเมทแอมเฟตามีนกันมาก่อน ดังนี้ เห็นได้ว่า จำเลยได้ลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว และการที่นายโจได้นำเมทแอมเฟตามีนที่สั่งซื้อไว้ไปซุกซ่อนที่มาตรวัดน้ำประปาหน้าบ้านเช่าและได้โทรศัพท์มาแจ้งแก่จำเลยกับนายเจตนพันธ์ให้จำเลยกับนายเจตนพันธ์ไปเอาได้

เจ้าพนักงานตำรวจจึงนำจำเลยกับนายเจตนพันธ์ไปยังสถานที่ดังกล่าวและยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวน 60 เม็ด ที่ซุกซ่อนไว้เป็นของกลาง ถือว่า การส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลยกับนายเจตนพันธ์มีผลสมบูรณ์เป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่นายโจแจ้งให้จำเลยกับนายเจตนพันธ์ทราบว่าได้นำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปซุกซ่อนไว้ที่มาตรวัดน้ำประปานั้นแล้ว แม้ขณะที่นายโจแจ้งให้ทราบนั้น จำเลยกับพวกถูกเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวอยู่ ก็ไม่มีผลทำให้จำเลยกับพวกไม่สามารถครอบครองเมทแอมเฟตามีนของกลางได้แต่อย่างใด ส่วนที่จำเลยแก้ฎีกาว่า จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจบังคับให้โทรศัพท์นัดหมายนายโจให้มาส่งเมทแอมเฟตามีนของกลางนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงข้อนี้จำเลยมิได้นำสืบต่อสู้คดีไว้

ทั้งมิได้ยกขึ้นถามค้านพยานโจทก์ จึงเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 6 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย เมื่อเมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวน 60 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 0.938 กรัม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องในความผิดฐานนี้มา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้จำคุก 5 ปี และปรับ 400,000 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 16 เดือน และปรับ 266,666 บาท บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 265/2546 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ รวมจำคุก 2 ปี 22 เดือน และปรับ 266,666 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาเกินหนึ่งปี แต่ไม่เกินสองปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6

Matter details

Panel of judges
สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · สมศักดิ์ จันทรา · เอกชัย ชินณพงศ์
Lower court
ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายเจริญชัย ตรีวัฒนาวงศ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอรพงษ์ ศิริการตันนท์
Supreme Court black case no.
อ.4416/2551
Trial court black case no.
อ1015/2546
Trial court red case no.
อ1092/2547
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 246/2567

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีปริมาณสารบริสุทธิ์ 0.410 กรัม และจำหน่ายไปมีปริมาณสารบริสุทธิ์ 0.027 กรัม ซึ่งแม้จะเป็นการขายให้แก่สาย…

Supreme Court Judgment No. 73/2567

เมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนและปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์จำนวนมากประกอบพฤติกรรมที่จำเลยอยู่ในเครือข่ายยาเสพติด ทำหน้าที่รับเมทแอมเฟตามีนแต่ละครั้งจำนวนมากและจัดการจำหน่ายให้แก่ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่เก…

Supreme Court Judgment No. 4912/2565

เมทแอมเฟตามีน 1,140 เม็ด ที่จำเลยทั้งสองแบ่งมาไว้ที่ห้องเช่าเพื่อเสพและจำหน่ายนั้น เป็นจำนวนเดียวกับเมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยทั้งสองซุกซ่อนไว้ที่คอกวัวของ ค. โดยจำเลยทั้งสองมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน…

Supreme Court Judgment No. 244/2562

การที่จำเลยกับพวกร่วมกันนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปวางไว้ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 14 ที่เกิดเหตุตามที่นัดหมายกันไว้ก่อน ถือได้ว่าจำเลยกับพวกลงมือกระทำความผิดในการนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปส่งมอบให้แก่ ส. ผ…

Supreme Court Judgment No. 7446/2562

เมื่อการกระทำของจำเลยถือเป็นการสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่จำเลยกับพวกได้มีการสมคบกัน กับร่วมกันมีเมทแอมเฟตามี…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up