คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ จำเลยทั้งสองแพ้คดีรวมทั้งสองสำนวน ๆ แรกของศาลจังหวัดอุดรธานี นางละมุนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ได้ขอบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาด ศาลจังหวัดอุดรธานีขอให้ศาลจังหวัดราชบุรียึดและขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยแทน เพราะทรัพย์ของจำเลยอยู่ในเขตศาลจังหวัดราชบุรี ศาลจังหวัดราชบุรีได้ขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยแล้วส่วนสำนวนที่สอง นางสาวลำภูศรี ได้เป็นเจ้าหนี้จำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดราชบุรีนางสาวลำภูศรีโจทก์ในคดีหลังยื่นคำร้องขอเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองโดยอ้างว่าศาลจังหวัดราชบุรีเพิ่งพิพากษาให้ผู้ร้องชนะคดีเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2502 ดังนั้นวันสุดท้ายแห่งการขอเฉลี่ยจึงเป็นวันที่ผู้ร้องชนะคดี
ผู้ร้องไม่สามารถขอเฉลี่ยทางศาลจังหวัดอุดรธานีได้ทัน เพราะห่างไกลกันมากขอให้ศาลจังหวัดราชบุรีสั่งรับคำร้องเพื่อศาลจังหวัดอุดรธานีจะได้พิจารณาต่อไปตามมาตรา 10 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งศาลจังหวัดราชบุรีสั่งคำร้องของนางสาวลำภูศรีว่า โจทก์ชอบที่จะยื่นตรงต่อศาลจังหวัดอุดรธานีซึ่งเป็นศาลเจ้าของสำนวน โจทก์จะยื่นคำร้องต่อศาลนี้ได้เมื่อมีเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 10 กรณีโจทก์ไม่ต้องด้วยวิธีพิจารณาดังกล่าว ให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามคำร้องของผู้ร้องมีเหตุความจำเป็น นับว่าเป็นเหตุสุดวิสัย
Result
พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นให้รับคำร้องของนางสาวลำภูศรีไว้พิจารณาต่อไปนางละมุนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามสำนวนที่ผู้ร้องเป็นโจทก์ปรากฏว่า จากวันฟ้องถึงวันที่ศาลพิพากษาเป็นเวลา 2 เดือนกับ 2 วัน เมื่อศาลพิพากษาแล้ว ผู้ร้องไม่มีเวลาพอจะไปยื่นคำร้องที่ศาลจังหวัดอุดรธานีนับว่าผู้ร้องมีเหตุผลความจำเป็นอันจะอ้างเป็นเหตุสุดวิสัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 10ส่วนเรื่องมาตรา 291 ที่โจทก์กล่าวมาในฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่ากรณียังอยู่ระหว่างอุทธรณ์ฎีกา ซึ่งผู้ร้องยังโต้แย้งคำสั่งของศาลจังหวัดราชบุรีไม่ยอมรับคำร้องของผู้ร้อง ยังหาได้มีคำสั่งยกคำร้องขอเฉลี่ยโดยเหตุที่ยื่นไม่ทันกำหนดแต่ประการใดไม่เรื่องจึงยังไม่ต้องด้วยมาตรา 291 ซึ่งบัญญัติให้ขอจากเงินเหลือจ่ายพิพากษายืน