Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1255/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การรถไฟแห่งประเทศไทยมีข้อบังคับว่าด้วยกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในการรถไฟฯ กรณีออกจากงานอยู่ 2 ฉบับ ซึ่งผู้ออกจากงานไม่ว่าเพราะเหตุใด (นอกจากถูกไล่ออก) อาจเลือกรับเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวหรือเป็นรายเดือนตามข้อบังคับฉบับหนึ่งฉบับใดก็ได้ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นพนักงานของการรถไฟฯ และลาออกจากงานย่อมมีสิทธิเรียกร้องเงินสงเคราะห์จากการรถไฟฯ สุดแต่จะเลือก แม้ยังไม่เลือกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็มีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวตามสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้วิธีหนึ่งให้การรถไฟฯส่งเงินนั้นมายังศาลได้ ความในมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 ที่ว่าทรัพย์สินของการรถไฟฯ ย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีนั้น มุ่งหมายถึงการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของการรถไฟฯโดยตรง กรณีที่ศาลมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งมีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์จากการรถไฟฯ หาใช่เป็นการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของการรถไฟโดยตรงไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลย ยื่นคำร้องว่าจำเลยเป็นพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย และลาออกมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ เงินทุนสงเคราะห์และเงินสะสมจากการรถไฟฯ รวม ๖,๕๐๐ บาท ขอให้ศาลอายัด ศาลชั้นต้นออกหมายอายัดไปยังผู้ว่าการรถไฟฯ ผู้ว่าการรถไฟฯ ได้นำส่งเงินทุนสงเคราะห์หรือเงินสะสมต่อศาล ๖,๑๐๗ บาท และว่าสำหรับเงินบำเหน็จบำนาญของจำเลยนั้น ถ้าได้รับเรื่องและสั่งจ่ายเมื่อใดจะได้นำส่งต่อไป ต่อมาผู้ว่าการรถไฟฯ มีหนังสือว่า เงินทุนสงเคราะห์นี้อยู่ในความควบคุมรับผิดชอบของการรถไฟฯ มีข้อบังคับควบคุมอยู่ การจะจ่ายให้ผู้ใดจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องและชอบด้วยข้อบังคับ กรณีนี้จำเลยยังมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับเพื่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องจึงหามีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์ไม่ ทั้งเงินที่จำเลยจะพึงได้รับจำเลยยังมีสิทธิเลือกขอรับได้ต่างวิธีกันซึ่งเป็นสิทธิเฉพาะตัว บุคคลอื่นหามีสิทธิใช้เลือกแทนได้ไม่ จึงขัดข้องที่จะส่งเงินรายนี้ตามหมายอายัด

โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยทำหนังสือยื่นเรื่องราวขอรับเงินสะสมคืนเพียงเท่าเดียวและเขียนรายงานว่าจะขอรับเงินทุนสงเคราะห์ครั้งเดียวเพื่อเหตุทดแทน (บำเหน็จ) สิทธิร้องขอของจำเลยเกิดขึ้นแล้ว การรถไฟฯ จะต้องจ่ายเงินทุนสงเคราะห์ครั้งเดียวให้แก่จำเลย โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา มีสิทธิที่จะใช้สิทธิเรียกร้องของจำเลยขอรับเงินทุนสงเคราะห์เพื่อเหตุทดแทน (บำเหน็จ) ของจำเลยครั้งเดียวได้ ขอให้ไต่สวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้การรถไฟฯ ส่งเงินของจำเลยซึ่งมีสิทธิจะได้รับตามข้อบังคับคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยฉบับที่ ๔๑ ประเภทเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวมายังศาลจังหวัดนครสวรรค์เพื่อเฉลี่ยแก่เจ้าหนี้ต่อไป การรถไฟแห่งประเทศไทยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน การรถไฟแห่งประเทศไทยฎีกาต่อมา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นพนักงานรถไฟของการรถไฟฯมา ๑๘ ปี ได้ลาออกจากหน้าที่เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๑๑ การรถไฟฯ มีข้อบังคับว่าด้วยกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานไว้ ๒ ฉบับคือ ข้อบังคับฉบับที่ ๑๑ และที่ ๔๑ ตามข้อบังคับฉบับที่ ๑๑ ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานต้องออกจากงานไม่ว่าเพราะเหตุใด (นอกจากถูกไล่ออก) ให้จ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ผู้ปฏิบัติงานนั้นตามจำนวนที่ได้เก็บจากผู้ปฏิบัติงานไว้รวมทั้งดอกเบี้ยและให้กองทุนจ่ายเพิ่มให้อีกเป็นจำนวนเท่ากันส่วนฉบับที่ ๔๑ ผู้ปฏิบัติงานหากได้รับอนุญาตให้ลาออกจากงานมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวหรือเป็นรายเดือนโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการและจะได้รับคืนเงินที่ถูกเก็บไว้ตามข้อบังคับฉบับที่ ๑๑ เพียงเท่าจำนวนที่หักไว้พร้อมดอกเบี้ยโดยกองทุนจะไม่จ่ายสมทบให้อีกหนึ่งเท่า

จำเลยคดีนี้มีสิทธิได้รับเงินตามข้อบังคับฉบับที่ ๑๑ หรือ ๔๑ อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ยังมิได้ยื่นเรื่องราวขอรับเงินสงเคราะห์ว่าจะขอรับตามข้อบังคับฉบับใด มีปัญหาว่า โจทก์จะขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดให้การรถไฟฯ ส่งเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวเพื่อชำระหนี้ได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความตามทางไต่สวนของโจทก์ว่าจำเลยทำงานเพียง ๑๘ ปี ไม่มีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์ที่จ่ายให้เป็นรายเดือนหากแต่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ครั้งเดียว นายยุกต์ผู้อำนวยการฝ่ายการบัญชีของการรถไฟฯ เบิกความว่า จำเลยได้รับอนุญาตให้ลาออกจากงานแล้ว มีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์ตามข้อบังคับฉบับที่ ๑๑ หรือฉบับที่ ๔๑ แล้วแต่จำเลยจะเลือก

ศาลฎีกาเห็นว่าสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่จะให้การรถไฟฯ จ่ายเงินสงเคราะห์ จะโดยวิธีตามข้อบังคับฉบับที่ ๑๑ หรือฉบับที่ ๔๑ ก็ดี ได้เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่จำเลยได้รับอนุญาตให้ลาออกจากงาน การรถไฟฯ จึงเป็นหนี้จำเลยอยู่ตามสิทธิเรียกร้องของจำเลยดังกล่าวฟังได้ว่า หนี้ที่เรียกร้องนั้นมีอยู่จริง โจทก์จึงมีสิทธิที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวตามสิทธิเรียกร้องที่จำเลยมีอยู่ต่อการรถไฟฯ วิธีหนึ่ง ให้การรถไฟฯ ส่งเงินนั้นมายังศาลได้ทั้งนี้ ไม่จำต้องให้จำเลยยื่นแบบขอเลือกรับเงินสงเคราะห์ตามข้อบังคับฉบับใดจากการรถไฟฯ ก่อน เพราะเป็นกรณีที่การรถไฟฯ ปฏิบัติไปตามคำสั่งอายัดของศาล การรถไฟฯ ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า เงินกองทุนสงเคราะห์เป็นทรัพย์สินของการรถไฟฯ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ ตราบใดที่ยังไม่มีการสั่งจ่ายเงินออกจากกองทุนสงเคราะห์ บุคคลใดจะยึดหรืออายัดมิได้นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ ที่ว่า ทรัพย์สินของการรถไฟฯ ย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีนั้น มุ่งหมายถึงการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของการรถไฟฯ โดยตรง ส่วนกรณีนี้เป็นเรื่องศาลมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยซึ่งมีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์จากการรถไฟฯดังได้วินิจฉัยแล้ว หาใช่เป็นการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของการรถไฟฯ โดยตรงแต่อย่างใดไม่ ศาลล่างให้อายัดเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวของจำเลยชอบแล้ว

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สวัสดิ์ ภู่งาม · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · อัศนี เกาไศยนันท์
Lower court
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายแถม กุลนานันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส ศรีวรรธนะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up