เนื้อความคำพิพากษา
คดีนี้โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันลักทรัพย์ขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยเอาของ ๆ โจทก์ไปเพื่อยีดไว้ต่างหนี้ยังเรียกไม่ได้ว่าจำเลยบังอาจเอาไปด้วยเจตนาทุจจริต จึงยังไม่มีมูลความผิดเป็นอาญา จึงให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาว่าตามกิริยาที่จำเลยแสดงนั้นเรียกว่าจำเลยมีผิดฐานลักทรัพย์ได้ ศาลฎีกาตัดสินว่าการที่จำเลยเอารถไปชนของโจทก์มาในเวลากลางวันโดยเปิดเผยและทั้งบอกกล่าวว่าจะยึดไว้ต่างหนี้ เช่นนี้แสดงว่าไม่มีเจตนาจะลัก เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจจริตซึ่งเป็นข้อเท็จจริงแล้ว จึงไม่มีข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยได้ จึงให้ยกฎีกาโจทก์