คำฟ้องและคำให้การ
ข้อเท็จจริงแห่งคดีนี้ได้ความว่าตามฟ้องโจทก์และคำรับสารภาพของจำเลยเป็นประกอบคำพยานและหลักฐานของโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยเป็นเสมียนสถานีกรุงเทพฯเป็นพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยและเป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่ง ก.ม.อาญา ตาม พ.ร.บงการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๔๙๔ ม.๑๘ จำเลยบังอาจทุจริตยักยอกเอาเงินที่ขายตั๋วได้รวม ๙ ครั้ง ๑๘๖,๕๒๗ บาท และบังอาจจดข้อความเท็จลงในบัญชีจำหน่ายตั๋ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๑๓๑ ซึ่งแก้ไขโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.อาญา พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๓ กะทงหนึ่งและ ม.๒๓๐ อีกกะทงหนึ่ง ให้รวมกะทงลงโทษจำคุกมีกำหนด ๑๕ ปี ลดฐานปราณีตาม ม.๕๙ เสียกึ่งหนึ่งคงเหลือ ๗ ปี ๖ เดือน ฯลฯ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าจำเลยควรมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๑๓๑ แต่เพียงกะทงเดียวและขอความกรุณาในเรื่องกำหนดโทษ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยกระทำผิดหลายกระทงทั้งในเรื่องยักยอกและจดแจ้งเท็จ และเห็นว่ายังไม่มีเหตุผลที่จะแก้ไขกำหนดโทษลงอีกได้
Result
พิพากษายืน